วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯขอบคุณคนไทยทุกคน ช่วยให้ประชามติผ่านพ้นด้วยดี

"พล.อ.ประยุทธ์" นายกฯ ขอบคุณคนไทยทุกคน ช่วยทำให้การลงประชามติผ่านพ้นด้วยดี เผยซาบซึ้งและขอขอบคุณในความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของปชช.

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ถึงการการออกเสียงประชามติเมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 ส.ค. 2559 ที่ผ่านมา ว่า บัดนี้การออกเสียงแสดงประชามติร่างรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมเสร็จสิ้นลงแล้ว คณะรัฐมนตรีได้รับแจ้งผลอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้งแล้วว่าร่างรัฐธรรมนูญและประเด็นคำถามพ่วงได้รับคะแนนเสียงเห็นชอบเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งหมายความว่าทั้งร่างรัฐธรรรมนูญและประเด็นคำถามพ่วงผ่านการออกเสียงประชามติ

“ คณะรักษาความสงบแห่งชาติและคณะรัฐมนตรีขอขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง นับแต่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้ทำงานอย่างหนักทั้งในการยกร่างและการชี้แจงต่อประชาชน ขอขอบคุณคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตลอดจนถึงเจ้าหน้าที่ทุกคนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการชี้แจง การดูแลการออกเสียง และการรักษาความสงบเรียบร้อย ขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกแขนงที่ช่วยประชาสัมพันธ์ ที่สำคัญที่สุดคือขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทั้งหลายที่ออกไปใช้สิทธิในครั้งนี้เป็นจำนวนมากถึงเกือบประมาณร้อยละ 60 และไม่ว่าท่านจะเป็นผู้มีสิทธิออกเสียงหรือไม่ ได้ออกไปใช้สิทธิหรือไม่ และลงประชามติอย่างไรก็ตาม ผมต้องขอบคุณที่ได้ช่วยกันรักษากฎเกณฑ์กติกาและความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองจนเหตุการณ์ส่วนใหญ่ผ่านไปด้วยดี ไม่เกิดเหตุร้ายรุนแรง ดังที่อาจมีผู้วิตกกังวลหรือคาดเดา ผมเห็นภาพพ่อแม่พี่น้อง คนชรา คนพิการ ออกไปใช้สิทธิกันท่วมท้นแล้วชื่นใจจริง ๆ ผมขอให้ทุกคนช่วยกันรักษาบรรยากาศดี ๆ เช่นนี้ตลอดไป โดยเฉพาะในการเลือกตั้งใหญ่ที่จะมาถึงในอีกประมาณหนึ่งปีข้างหน้า สำหรับความรู้สึกและความคิดเห็นส่วนตัวที่อาจมีผู้สมหวังหรือผิดหวัง ถูกใจหรือไม่ถูกใจร่างรัฐธรรมนูญและผลการออกเสียงประชามติย่อมมีอยู่เป็นธรรมดา เช่นเดียวกับในการจัดทำรัฐธรรมนูญทุกครั้งและในทุกประเทศแต่ผมใคร่ขอให้ทุกฝ่ายยอมรับผลดังกล่าวบัดนี้ การออกเสียงประชามติยุติลงแล้ว แต่ภารกิจของท่านและผมยังไม่ยุติ ขอให้เราทั้งหลายทิ้งความเห็นต่างความรู้สึกชอบ ไม่ชอบ หรือ รับ ไม่รับ ไว้ในหีบลงคะแนนแล้วร่วมกันก้าวต่อไปข้างหน้า ภารกิจที่รอเราอยู่ยังมีอีกมากและอาจยากลำบากกว่าที่ผ่านมา นั่นคือการสร้างความเจริญรุ่งเรือง การปฏิรูปประเทศ การยุติความขัดแย้ง และการสร้างความปรองดองภายใต้กติกาฉบับใหม่ ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า จนถึงบัดนี้ อะไรที่เคยรู้สึกว่าคลุมเครือต้องถือว่ามีความชัดเจนแล้วการดำเนินการที่ผ่านมาเป็นไปตามโรดแม็ป หรือขั้นตอนที่ตนเคยประกาศไว้ทุกประการนับจากขั้นตอนที่ 1 คือ เมื่อ คสช. เข้าควบคุมสถานการณ์จนถึงการมีรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวและการจัดตั้งรัฐบาลรวม 3 เดือน ขั้นตอนที่ 2 เริ่มจากการจัดตั้งรัฐบาลนี้เมื่อ 2 ปีก่อน จนถึงปัจจุบัน และจะยังคงอยู่ต่อไปอีกประมาณ 1 ปี ตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จนถึงการเลือกตั้งในปีหน้า ส่วนขั้นตอนที่ ๓ จะเริ่มเมื่อมีการเลือกตั้งตามโรดแม็ปและจัดตั้งรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทั้งนี้เพื่อความเข้าใจ ความชัดเจน และความมั่นใจของพี่น้องทั้งหลาย
ตนขอรายงานให้ทราบถึงสิ่งที่จะต้องทำต่อจากนี้ไป ดังนี้ 1. คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจะต้องแก้ไขเพิ่มเติมบทเฉพาะกาลของร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับประชามติตามประเด็นคำถามพ่วงซึ่งได้รับความเห็นชอบจากประชาชนแล้วและส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบความถูกต้องเสร็จแล้วจึงให้เจ้าหน้าที่อาลักษณ์เขียนร่างรัฐธรรมนูญที่สมบูรณ์ลงในสมุดไทย ซึ่งที่จริงก็ได้เตรียมการไว้ก่อนบ้างแล้ว หลังจากนั้น ผมจะได้นำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อทรงพิจารณาและลงพระปรมาภิไธยต่อไปซึ่งจะใช้เวลารวมแล้วไม่เกิน 3 เดือน 2.เมื่อทรงลงพระปรมาภิไธยและประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับใหม่แล้ว รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. ๒๕๕๗ จะสิ้นสุดลง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของประชาชนจะเริ่มใช้บังคับ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจะต้องจัดทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญอีก ๑๐ ฉบับ โดยเฉพาะ ๔ ฉบับแรกซึ่งจำเป็นต่อการเลือกตั้งจะต้องสำเร็จลงก่อนฉบับอื่นๆขณะเดียวกัน รัฐบาลก็จะจัดทำกฎหมายหลายสิบฉบับและเตรียมการอื่น ๆ ตามที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนดคู่ขนานกันไปซึ่งก็ได้เตรียมการไว้บ้างแล้ว เมื่อเสร็จแล้วจะได้เสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาในระหว่างนี้คสช. รัฐบาล สภานิติบัญญัติแห่งชาติและสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศจะยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามบทเฉพาะกาลจนกว่าองค์กรใหม่จะเข้ามารับช่วงตามกติกาที่วางไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 3.การจัดทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ๔ ฉบับ อันจำเป็นต่อการเลือกตั้งเป็นงานที่ละเอียดอ่อนและยากลำบากไม่น้อยไปกว่าการร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งยังมีขั้นตอนมากเช่น ต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรต่าง ๆ ตรวจสอบความถูกต้องด้วย แต่น่าจะเสร็จสิ้นจนประกาศใช้ได้ไม่เกินกลางปี ๒๕๖๐ หลังจากนั้นเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะจัดการเลือกตั้งทั่วไปให้แล้วเสร็จภายใน ๑๕๐ วัน หรือ ๕ เดือนซึ่งก็คือช่วงปลายปี ๒๕๖๐ อันยังคงเป็นไปตามโรดแม็ปที่วางไว้ หากสถานการณ์บ้านเมืองยังคงมีความสงบสุขดังเช่นปัจจุบันนี้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สถานการณ์บ้านเมืองโดยทั่วไปในขณะนี้แม้จะดูว่ามีความสงบเรียบร้อยดี เพราะพี่น้องทั้งหลายรู้สึกได้ว่ายังคงสามารถใช้ชีวิต ประกอบสัมมาอาชีพ และไปมาหาสู่กันได้เป็นปกติ นักท่องเที่ยว นักลงทุน ยังเดินทางเข้ามาตามปกติ การสนทนาปราศรัยระหว่างญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงหรือคนแปลกหน้าไม่ต้องหวาดระแวงเหมือนเมื่อก่อนว่าใครเป็นใครสีใดหรืออยู่ฝ่ายใด สิทธิเสรีภาพยังมีอยู่ทุกประการ แม้จะมีผู้บิดเบือนว่าถูกจำกัดตัดสิทธิแต่ก็เห็นได้ว่าถ้าสุจริตและไม่ได้ทำผิดกฎหมายก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองแล้ว ทุกคนยังสามารถกระทำการใด ๆ ก็ได้ ทั้งยังสามารถแสดงความเห็น วิพากษ์วิจารณ์ ตำหนิติเตียนรัฐบาลได้ ดังที่ท่านได้เห็นได้ยินทุกเมื่อเชื่อวันมิฉะนั้นท่านจะทำได้ หรือที่สำคัญในช่วงเวลานี้ประเทศไทยยังได้รับความเชื่อมั่นการยกย่องและการจัดอันดับในขั้นที่น่าพอใจในด้านต่าง ๆ จากนานาประเทศและประชาคมโลก ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศยังคงเป็นไปตามปกติรัฐบาลทุกประเทศให้เกียรติยกย่องประเทศไทย องค์กรต่าง ๆ ไม่ว่ารัฐบาล สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ศาล องค์กรอิสระ หรือหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่อยู่ในสภาพง่อยเปลี้ยทำงานไม่ได้ดังในอดีต ท่านลองเปรียบเทียบสภาพบ้านเมืองในวันนี้กับบ้านเมือง และชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนเมื่อก่อนเดือนพฤษภาคม 2557 อย่างน้อย ท่านอาจถามตัวเองว่าทุกวันนี้ท่านมีความสุขสบายใจขึ้นกว่าเมื่อก่อนหรือไม่

“ ผมขอเรียนพี่น้องทั้งหลายว่าทุกวันนี้ใช่ว่าบ้านเมืองของเราจะปราศจากปัญหาโดยสิ้นเชิงเสียทีเดียว เพราะแม้ทุกฝ่ายทั้งภาครัฐและภาคประชาชนโดยเฉพาะฝ่ายเอกชนที่ร่วมกันทำงานตามแนวทางประชารัฐจะพยายามคืนความสงบสุขแก่ประชาชน ยุติความขัดแย้ง เยียวยาความบอบช้ำของบ้านเมือง มุ่งมั่นแก้ปัญหาเดิม ๆและนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามหลักนิติธรรม แต่ก็ยังมีผู้ไม่พอใจ หรือผิดหวังกับความปกติสุขเช่นนี้ ยังคงทำลายและทำร้ายประเทศ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวยิ่งกว่าความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองไม่หยุดหย่อน อีกทั้งยังจาบจ้วงล่วงเกินสถาบันอันเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนอย่างรุนแรงโดยทางสื่อออนไลน์บ้าง ส่งข้อความเข้ามาจากต่างประเทศบ้าง ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐจะต้องดูแลมิให้ปัญหาเหล่านี้เป็นภยันตรายคุกคามความสงบสุขของประชาชน และความมั่นคงแห่งชาติ แต่ขอยืนยันว่าการดำเนินการของรัฐจะอยู่ภายใต้กฎหมาย และหลักนิติธรรมอย่างน้อยอำนาจของ คสช. ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว มาตรา 44ก็จะยังคงมีอยู่ต่อไปเพื่อให้ความอุ่นใจ สร้างความมั่นใจให้แก่พี่น้องทั้งหลายไปอีกระยะหนึ่ง จึงขอให้ผู้คิดร้ายต่อประเทศยอมรับนับถือกฎหมาย และคำนึงถึงพลังประชามติเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมนี้ด้วย ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่ออีกว่า การประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นสัญญาณว่าการเลือกตั้งทั่วไปกำลังจะมาถึงในอีกประมาณหนึ่งปีเศษนับจากนี้ ระหว่างเวลานี้รัฐบาลและพี่น้องทั้งหลายยังคงมีภาระหน้าที่ร่วมกันในการรักษาความสงบเรียบร้อย และการพัฒนาประเทศต่อไปอีกทั้งยังมีภารกิจยิ่งใหญ่ที่รอคอยอยู่และเป็นความหวังของชาติ เป็นทางรอดของบ้านเมือง นั่นคือการปฏิรูปประเทศ ซึ่งครั้งหนึ่งเราเคยถามกันว่า จะปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง หรือจะเลือกตั้งก่อนปฏิรูป ความจริงคำตอบมีอยู่แล้วว่าการปฏิรูปเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลายาวนาน จึงไม่ใช่สิ่งที่จะต้องทำอย่างหนึ่งให้เสร็จก่อนแล้วจึงไปทำอีกอย่าง เพราะการปฏิรูปคือการเปลี่ยนความเคยชินเดิม ๆ เปลี่ยนกรอบความคิด เปลี่ยนวิธีการจากที่เคยทำมาหลายปี จึงไม่อาจสำเร็จเสร็จสิ้นในเวลาอันสั้น หากแต่ต้องลงมือดำเนินการคู่ขนานไปกับเรื่องอื่น ๆ และต้องค่อยทำค่อยไป ต้องสร้างความรับรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน เพื่อลดความขัดแย้งไปด้วย

รัฐบาลนี้ได้เริ่มทำสิ่งเหล่านี้มาแล้วตลอด 2 ปีที่ผ่านมาโดยการจัดให้มีกฎหมายประมาณ 190 ฉบับ หลายฉบับเป็นกฎหมายว่าด้วยเศรษฐกิจการค้าการลงทุน การปรับระบบภาษีอากร การอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน การเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศ การรักษาความสงบเรียบร้อย และการปฏิบัติตามพันธะระหว่างประเทศ กฎหมายเหล่านี้ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ประเทศชาติและประชาชนรอคอยมานานปี แต่ออกมาได้ยากในเวลาที่บ้านเมืองมีความขัดแย้งสูง หรือรัฐสภาไม่อาจทำหน้าที่ได้ตามปกติ ทั้งได้ดำเนินการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก ปรับโครงสร้างการผลิต โครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม วางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล การศึกษา ปรับปรุงวิธีปฏิบัติราชการให้ทันกับยุคดิจิทัลและสามารถสนองความต้องการของประชาชน อำนวยความสะดวกแก่ผู้ติดต่อกับทางราชการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม เพิ่มโอกาสแก่ผู้ด้อยโอกาส ตั้งกองทุนยุติธรรมช่วยเหลือตั้งแต่ผู้เสียหาย โจทก์พยาน จนถึงจำเลย ขจัดการทุจริตคอรัปชั่นโดยใช้มาตรการต่าง ๆ เช่น แก้กฎหมายเพิ่มโทษ จัดตั้งศาลคดีทุจริต ตลอดจนจัดการกับคดีสำคัญ ๆ ที่ค้างคามายาวนานโดยเฉพาะคดีทุจริตดำเนินการทวงคืนผืนป่าและที่ดินเพื่อเร่งนำมาคืนให้ประชาชนใช้ประโยชน์ เร่งรัดขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและวางแนวทางยุทธศาสตร์ชาติระยะยาวเพื่อให้คนในชาติรู้เป้าหมายในการพัฒนาประเทศว่าเราจะเดินต่อไปในทิศทางใดก่อนที่จะส่งให้รัฐบาลหลังการเลือกตั้งรับช่วงไปดำเนินการตามวิถีทางรัฐธรรมนูญ พี่น้องประชาชนทุกท่าน

" ปัญหาที่ท้าทายและหนักหน่วงยังรอเราอยู่ข้างหน้าอีกมาก ผมซาบซึ้งและขอขอบคุณในความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของท่านที่มีต่อ คสช. และรัฐบาล พลังประชามติครั้งนี้มีความหมายมากต่ออนาคตของประเทศ อย่างน้อยก็แสดงให้โลกรู้ว่าพี่น้องประชาชนชาวไทยคิดอย่างไรต้องการอย่างไรกับประเทศของตน พลังของประชาชนไม่อาจประมาทได้เลย ดังนั้นคณะรักษาความสงบแห่งชาติและรัฐบาลโดยเฉพาะผมเองจึงยิ่งต้องใช้ความพยายาม ทุ่มเทสติปัญญา และเวลาที่เหลืออยู่ให้บังเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนให้หนักขึ้นเพื่อให้สมกับความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของท่านทั้งหลายโดยยึดถือความสุจริตการมีธรรมาภิบาลและความไม่ประมาทในการใช้อำนาจหน้าที่ สิทธิเสรีภาพของประชาชนข้อใดที่รัฐธรรมนูญรับรอง ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลนี้อยู่แล้ว เช่น การให้การศึกษา การให้บริการสาธารณสุขโดยประชาชนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เสรีภาพในการนับถือและปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนาทุกศาสนา จะได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่ประเทศชาติของเราจะต้องเป็นสังคมที่มีสันติสุข มีความสงบเรียบร้อยมีเป้าหมายการพัฒนาที่ชัดเจน มีความเป็นธรรมถ้าว่าตามตัวบทกฎหมายแล้วรัฐบาลอาจดูเหมือนว่าเป็นผู้นำในการดำเนินการเหล่านี้ แต่โดยความเป็นจริงทุกคนต้องเดินเคียงคู่ไปด้วยกันเพื่อว่าเราทั้งหลายจะสามารถก้าวไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนได้โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังแม้บางคนจะยังมีความเห็นแย้ง หรือความเห็นต่างกันอยู่บ้างก็ตาม ถ้ามีสิ่งใดที่ คสช.และรัฐบาลต้องการความร่วมมือจากท่านหรือมีเรื่องที่ต้องเรียนให้พี่น้องทั้งหลายทราบ ผมจะขอเวลาชี้แจงเช่นนี้อีกในโอกาสต่อไป " พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว