วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'องอาจ' ยอมรับผลประชามติ พร้อมเดินหน้าตาม รธน.ใหม่

“องอาจ”ยอมรับผลประชามติ พร้อมเดินหน้าตามมติรธน.ใหม่ รัฐบาลต่อไปต้องเดินตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังการปิดหีบการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงว่า ตนขอขอบคุณพี่น้องประชาชนคนไทยที่ออกมาใช้สิทธิ์ ไม่ว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือว่าได้ทำหน้าที่ในฐานะประชาชนที่รักประชาธิปไตยแล้ว โดยหลังจากนี้ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแพ้ชนะ ตนน้อมรับการตัดสินใจของประชาชน

ทั้งนี้เป็นเรื่องที่พี่น้องต้องทำให้ประเทศมีชัยชนะร่วมกันในการฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆและเดินหน้าสู่การปรองดอง ซึ่งหลังจากนี้ก็จะเข้าสู่บรรยากาศการเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กำลังจะมีขึ้น และหลังจากนี้เราก็ต้องเตรียมตัวเดินหน้าตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และเตรียมพร้อมการเลือกตั้ง ทั้งนี้บทบาทของพรรคการเมืองมีความชัดเจนว่า มุ่งหน้าทำงานเพื่อประโยชน์ของชาติโดยนำเสนอนโยบายและหวังว่าประชาชนจะให้ความสนับสนุนเรา ถ้าคะแนนมากพอที่มีส่วนได้เป็นรัฐบาลเราก็จะไปทำงานในส่วนนั้นได้ แต่ถ้าเราไม่มีคะแนนเสียงมากพอก็พร้อมเป็นฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาลประชาธิปัตย์พร้อมทำหน้าที่ทั้งสองด้าน

เมื่อถามว่าหากคำถามพ่วงผ่าน บริบทการเมืองจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร นายองอาจกล่าวว่า ส.ว.ที่กระบวนสุดท้ายคัดเลือกมาจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ก็จะเข้ามามีอำนาจในดุลการเมือง โดยเข้ามามีส่วนร่วมในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีร่วมกับส.ส. นอกจากนั้นบทบาทของส.ว.คงมีเพิ่มมากขึ้น ที่สำคัญคือการจัดทำแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติตามมาตรา275 ของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ คือคณะรัฐมนตรี (ครม.)ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเป็นคนทำภายใน120วัน เมื่อมีกฎหมายยุทธศาสตร์แล้วก็จะต้องทำแผนยุทธศาสตร์ให้แล้วเสร็จภายใน1ปี ไม่ว่าใครจะมาเป็นนายกจะต้องดำเนินการตามบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญคือ ดำเนินการตามยุทธศาสตร์และทำการปฏิรูปซึ่งเป็นการดำเนินการตามรัฐบาลคสช.และมีหน้าที่รายงานทุก3เดือนต่อรัฐสภา

เมื่อถามต่ออีกว่า ถ้าถูกตีกรอบด้วยยุทธศาสตร์ชาติแล้ว พรรคการเมืองจะมีพื้นที่ในการเสนอนโยบายใหม่หรือไม่ นายองอาจกล่าวว่า พรรคการเมืองมีภาระหน้าที่ต้องเสนอนโยบายอยู่แล้ว ซึ่งในความจริงถ้าเป็นนโยบายที่ดีมีประโยชน์ต่อชาติ ก็ไม่น่าจะขัดกับใครและต้องดูว่าแผนยุทธศาสตร์ฯออกมาอย่างไรในตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่ายุทธศาสตร์ชาติจะไม่เป็นปัญหาของการนำเสนอนโยบายพรรคการเมืองที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศทั้งนี้คาดว่าประมาณ1ปี4เดือนจะได้เห็นแผนดังกล่าว

นายองอาจกล่าวอีกว่า สำหรับความกังวลที่ส.ว.จะเข้ามามีบทบาทในการเลือกนายกรัฐมนตรีร่วมกับส.ส.นั้น พรรคได้บอกไปก่อนหน้านี้แล้วและปัญหาหนึ่งคือส.ว.จะถูกข้อครหาเนื่องจากที่มามาจากคสช. แต่ขณะนี้ก็จะกังวลในเรื่องดังกล่าวไม่ได้แล้ว เพราะประชาชนให้ความเห็นชอบซึ่งเราต้องเดินตามนั้น เราก็ได้แต่ตั้งความหวังว่ส.ว.จะมุ่งทำประโยชน์เพื่อส่วนร่วมมากกว่าผลประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง