กกต.แถลงขอบคุณปชช. หลังปิดหีบประชามติ จ่อรายงานคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ภายใน 21.00 น.ของวันนี้
หลังการปิดหีบการออกเสียงประชามติ รับ หรือ ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ มีการแถลงภาพรวมสรุปสถานการณ์การออกเสียงประชามติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ของกรรมการการเลือกตั้งทั้ง 5 คน
นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. เปิดเผยว่า หลังจากการปิดหีบลงคะแนนเสียง ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมนับคะแนนเสียง โดยขอบคุณที่ประชาชนทุกคนที่ออกมาใช้เสียง ซึ่งสถานการณ์ของการลงคะแนนเสียงนั้น เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนกรณีการฉีกบัตรออกเสียง พบว่ามีผู้จงใจฉีกบัตรสองรายเท่านั้น ส่วนที่เหลือเกิดจากความเข้าใจผิด ซึ่งต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนการประเด็นที่เกิดจากความเข้าใจผิด ทางกกต. จะนำข้อผิดพลาดไปปรับปรุงแก้ไข
โดยหลังจากนี้หากไม่มีผู้ร้องคัดค้าน กกต. จะประกาศผลคะแนน และจำนวนผู้มาลงคะแนนเสียงให้นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ทราบโดยเร็ว / นอกจากนี้นายศุภชัย ยังบอกอีกว่า กกต. ได้จัดผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งจะรายงานภายในเวลายี่สิบเอ็ดนาฬิกาของวันนี้
ส่วนนายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กรรมการการเลือกตั้ง เปิดเผยว่า การลงคะแนนในวันนี้ค่อนข้างได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ที่ทำให้ประชาชนตื่นตัวในการออกมาลงคะแนน ตื่นตัวในการร่วมแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ซึ่งภาพรวมของการลงคะแนนค่อนข้างคึกคัก
ด้านนายบุญส่ง น้อยโสภณ กรรมการการเลือกตั้ง กล่าวว่า ชัดเจนหน่วยเดียวที่จังหวัดสมุทรปราการที่ชี้นำวัตถุประสงค์ก่อนการออกเสียง ซึ่งต้องมีความผิดในเรืองการก่อกวนการออกคะแนนเสียง และภาพรวมก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ด็อกเตอร์ ประวิช รัตนเพียร กรรมการการเลือกตั้ง กล่าวขอบคุณเครือข่ายภาคประชาชน ที่มีทั้งนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้อง กว่าสองแสนคน ที่ร่วมกันเป็นเครือข่ายในการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศออกไปใช้สิทธิ์และการใช้สิทธิ์ไม่ผิดพลาด
สำหรับรองศาสตราจารย์ สมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง มั่นใจว่ามีประชาชนออกมาใช้เสียงมากกว่า ปี 2550 ซึ่งวัดได้จากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิส หรืออุปกรณ์ที่เรียกว่า สมาทการ์ดลีดเดอร์ โดยใช้อุปกรณ์อ่านบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มาใช้สิทธฺ์ออกเสียง อย่างเช่น จังหวัดปราจีนบุรี มากถึง 88.46% ส่วนจังหวัดลพบุรีมากถึง 89.28%
ซึ่งปัญหาหลักคือการฉีกบัตรโดยไม่เจตนา ชี้แจงว่า เป็นการออกแบบบัตรสองสี และประชาชนเข้าใจว่ามีสองส่วนต้องฉีกเหมือนครั้งที่เคยเลือกตั้งครั้งก่อนๆ ยกเว้นผู้ที่ตั้งใจฉีกบัตร หนึ่งคนฉีก ผิดตามมาตรา 59 และบันทึกภาพนอกหน่วย สองคน ผิดมาตรา 60 (9) ก่อความวุ่นวาย ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2559 ซึ่งที่หลายคนเข้าใจผิดว่าศาลยกฟ้อง แต่ศาลชั้นต้นยกฟ้อง แต่ศาลอุทธรณ์จำคุก 2 เดือน โทษปรับ 2,000 และถูกเพิกถอนสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี คือไม่สามารถใช้สิทธิ์ใดใดได้
นับคะแนนที่หน่วยที่เริ่มขึ้นแล้ว คาดว่าใช้เวลา เนื่องจากมีคำถามสองคำถาม และเมื่อนับคะแนนเสร็จแล้ว จะส่งเสริมให้ประชาชนถ่ายรูปผลคะแนน พร้อมติดแฮชแท็ก ว่า ผลประชามติ (#ผลประชามติ) และจะมีการประชุมรับรองผลการออกคะแนนเสียงอย่างเป็นทางการวันที่ 10 สิงหาคมนี้
คะแนนหน่วยแรกที่จะมาถึง 17:30 น. ทาง กกต. จะขึ้นจอด้านซ้ายทั่วประเทศเป็นรายภาค เป็นคะแนนจริง และเปอร์เซนต์ ส่วนด้านขวา รายงานเป็นรายจังหวัด โดยคะแนนจะขึ้นตลอดเวลา




