"แบงก์ชาติ-นักเศรษฐศาสตร์" ชี้ศาลตัดสิน "สุรพงษ์" ผิดม.157 แต่งตั้งกรรมการสรรหาบอร์ดธปท. หนุนสร้างบรรทัดฐานใหม่ สกัดการเมืองใช้อำนาจโดยมิชอบ
วานนี้(4 ส.ค.) ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดอ่านคำพิพากษาคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต เป็นเหตุให้ผู้หนึ่งผู้ใดได้รับความเสียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปี 2551 นพ.สุรพงษ์ แต่งตั้งประธานและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยมิชอบ เนื่องจากคณะกรรมการคัดเลือกประธานและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในบอร์ดของธปท. บางรายมีลักษณะต้องห้ามตาม พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2485 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 ซึ่งเคยถูกผู้ตรวจการแผ่นดินชี้มูลความผิดไปแล้ว
ศาลฎีกาฯพิพากษาว่า นพ.สุรพงษ์ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จำคุก 1 ปี ปรับ 2 หมื่นบาท แต่โทษรอลงอาญา 1 ปี
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในคณะกรรมการคัดเลือกฯที่นพ.สุรพงษ์ แต่งตั้งนั้น มีอยู่ 3 ราย ได้แก่ นายสถิต ลิ่มพงศ์พันธุ์ นายวิจิตร สุพินิจ และนายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ ซึ่งทั้งสามรายเป็นกรรมการบริหารธนาคารทหารไทย กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบธนาคารทหารไทย และรองประธานกรรมการและกรรมการบริหารธนาคารกรุงไทยในขณะนั้นตามลำดับ ซึ่งธนาคารดังกล่าว อยู่ภายใต้การกำกับของธปท. ซึ่งบอร์ด ธปท. มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลนโยบายทางการเงิน และเสถียรภาพการเงินของประเทศ
ดังนั้นการที่นพ.สุรพงษ์ จงใจแต่งตั้งบุคคลทั้ง 3 ราย เพื่อให้เลือกบุคคลที่ต้องการให้เข้าไปเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในบอร์ดธปท. จึงอาจมีส่วนได้ส่วนเสียในอนาคตกับธนาคารที่อยู่ใต้กำกับของ ธปท.
การกระทำดังกล่าวจึงขัดกับ พ.ร.บ.ธนาคารฯ มาตรา 28/1 วรรคสาม และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 มาตรา 9 ถือว่าทั้ง 3 ราย เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการคัดเลือก นพ.สุรพงษ์ จึงมีความผิดตามคำฟ้อง
ศาลฯพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ภายหลังจากจำเลยมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกฯ และคณะกรรมการคัดเลือกฯ มีการคัดเลือกประธานและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในบอร์ด ธปท.แล้ว แต่ต่อมาในรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกฯ และประธานกับกรรมผู้ทรงคุณวุฒิในบอร์ดธปท.สมัย นพ.สุรพงษ์ จึงไม่ก่อให้เกิดความเสียหายมากนัก
ประกอบกับไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56
“ตีรณ”ย้ำผู้มีอำนาจควรยึดหลักคุณธรรม
นายตีรณ พงศ์มฆพัฒน์ อาจารย์ประจำ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การสรรหาบุคคลมาดำรงตำแหน่งต่างๆ ในองค์กรภาครัฐนั้น ปัจจุบันถือว่ามีปัญหามาก บางส่วนมีปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งไม่ดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัดเพียงพอ ขณะที่บางส่วนอาจดำเนินการตามกฎหมาย แต่ไม่คำนึงถึงเรื่องจริยธรรม คือ เป็นการแต่งตั้งโดยที่ไม่ได้มองถึงประโยชน์ของส่วนรวม
“หลายแห่งไม่มีการฟ้องร้อง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีปัญหา มีหลายกรณีที่คนทั่วไปไม่กล้านำเรื่องเข้าสู่กระบวนการและไม่กล้าร้องเรียน ที่มีการร้องเรียนส่วนใหญ่เพราะมีเรื่องการแบ่งพรรคแบ่งพวกกันอยู่ แต่หากเป็นการต่อสู้ระหว่างพลเมืองร้าย กับพลเมืองดี เรื่องมักเงียบ เพราะเขาไม่อยู่ในฐานะที่จะไปร้องเรียนได้ เนื่องจากไม่มีพวก ไม่มีเครือข่าย กรณีของ นพ.สุรพงษ์ เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่ง เพราะจริงๆ มีสถานการณ์ลักษณะนี้อีกมากมาย”
นายตีรณ กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เกิดจากการเล่นพรรคเล่นพวก เป็นปัญหาในระบบอุปถัมภ์ที่มักมีการใช้เส้นสาย ถ้าเราเปิดโอกาสให้มีคนไม่ดีขึ้นมาแล้วใช้อำนาจในองค์กรต่างๆ มากเกินไป ก็มักจะสร้างปัญหาการเมืองภายในองค์กรขึ้นมาได้
“เราต้องเน้นเรื่องจริยธรรมในองค์กร โดยเฉพาะกับคนที่มีอำนาจ ไม่ยึดตามข้อกฎหมายอย่างเดียว เพราะกฎหมายมีวิธีดิ้นได้ กรณี นพ.สุรพงษ์ อาจทำงานโดยขาดความระวัง เปิดช่องให้อีกฝ่ายยกข้อกฎหมายขึ้นมางัดค้างได้ แต่ถ้ามีคนในองค์กรที่รู้เรื่อง ก็สามารถดำเนินการได้โดยไม่ผิดระเบียบ ดังนั้นเราจึงต้องตระหนักในเรื่องภาระหน้าที่ และคุณธรรม รวมถึงจริยธรรมให้มากขึ้น”
ธปท.ชี้เป็นบรรทัดฐานต้องปฏิบัติ
นายสาทร โตโพธิ์ไทย ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายช่วยงานบริหาร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า คดีนี้ทาง ป.ป.ช. เป็นผู้ดำเนินการฟ้องร้อง จึงไม่เกี่ยวข้องกับทาง ธปท. แต่อย่างใด และโดยปกติแล้วการตั้งคณะกรรมการคัดสรรเพื่อทำหน้าที่คัดเลือกผู้มาดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในธปท. จะเป็นหน้าที่ของทางกระทรวงการคลัง
อย่างไรก็ตาม คำตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ออกมา ก็ถือเป็นบรรทัดฐานที่ผู้เกี่ยวข้องต้องนำมาปฏิบัติ
นายสาทร กล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้ ธปท. ได้แก้ไขกฎหมายพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ธปท. ปี 2551 มาตรา 28/1 โดยกำหนดให้ คณะกรรมการคัดเลือก ให้แต่งตั้งจากบุคคลซึ่งเคยดำรงตำแหน่ง ดังต่อไปนี้ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ผู้ว่าการธปท. เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย โดยให้แต่งตั้งไม่เกินตำแหน่งละ 1 คน และกรรมการคัดเลือกต้องไม่เป็นข้าราชการประจำด้วย
“เดิมการแต่งตั้งในตำแหน่งเหล่านี้ อาจจะมาจากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งมากกว่า 1 คนก็ได้ แต่ต่อไปนี้ต้องไม่เกินตำแหน่งละ 1 คน และต้องไม่เป็นข้าราชการในขณะที่มานั่งตำแหน่งกรรมการคัดเลือก ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและมีความเป็นอิสระในการคัดเลือกมากขึ้น”





