“วิษณุ” แจงกรณีที่บางฝ่ายระบุว่าร่างรัฐธรรมนูญ เป็นการสืบทอดอำนาจคสช. และไม่ตอบโจทย์ปท. ระบุไม่สามารถคาดเดาปัญหาในอนาคต
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีผลประชามติ ไม่ว่าจะผ่านหรือไม่ มีการประเมินหรือไม่ว่ามาจากสาเหตุใด ว่า ผู้ที่จะไปลงประชามติมีทั้งคนไม่อ่านร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจเป็นส่วนใหญ่ หรือพวกที่อ่านบ้าง แต่ไม่เข้าใจเนื้อหาทั้งหมด และพวกที่อ่านแต่เข้าใจเนื้อหาผิด ส่วนเหตุที่ร่างรัฐธรรมนูญผ่านหรือไม่ผ่านขึ้นอยู่กับปัจจัยเหล่านี้ด้วย มีบางคนไปลงประชามติด้วยตรรกะชอบหรือไม่ชอบคสช. หรือการจะอยู่หรือไม่อยู่ของรัฐบาล ทั้งหมดขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง อย่างไรก็ตาม กรณีที่บางฝ่ายระบุว่าร่างรัฐธรรมนูญ เป็นการสืบทอดอำนาจคสช. และไม่ตอบโจทย์ของประเทศนั้น
"เราจะหาคำตอบทั้งหมดจากรัฐธรรมนูญไม่ได้ เพราะปัญหาบางอย่างคนร่างก็ไม่สามารถคาดเดาปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งหมดได้ แต่รัฐธรรมนูญถือว่ามีชีวิต สามารถเปลี่ยนแปลงได้ด้วยการตีความ ปัญหาหลายอย่างต้องให้รัฐธรรมนูญเดินหน้าไปแล้วให้ผู้ที่เกี่ยวข้องตีความให้ตรงกับสถานการณ์และเรื่องเหล่านั้น อย่าเอาโจทย์ทุกอย่างมาหาคำตอบในวันนี้ เพราะรัฐธรรมนูญ 19 ฉบับก่อนหน้านี้ไม่มีฉบับไหนที่คนพอใจหรือไม่พอใจทั้งหมด อย่างรัฐธรรมนูญ ปี 40หรือ 50 ที่ทุกคนถามถึง ตอนออกมาใหม่ๆ ก็มีคนต่อต้านทั้งคู่ อยากให้นึกถึงอารมณ์ของคนในวันนั้นที่ต่างจากวันนี้ ร่างรัฐธรรมนูญขณะนี้เหมือนสินค้าที่เอามาให้คนดูข้อดีข้อเสียได้ เช่นเดียวกับการเลือกนางงาม ตอนแรกก็มีการติติง แต่พอสวมมงกุฏแล้วอยู่ไปเราอาจจะคิดอีกอย่างก็ได้ แต่ไม่ได้บอกให้รับไปก่อนแล้วจะชิน เป็นเพียงการยกตัวอย่างให้เห็นภาพเท่านั้น
เมื่อถามว่า ใกล้ถึงวันทำประชามติแล้ว มีทางออกกรณีประชามติผ่านหรือไม่ผ่านแล้วใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า “ถึงอย่างไรเมื่อผลประชามติออกมาต้องมีคนออกมาชี้แจง ที่จริงพอจะมี นายกฯ ก็พูดไว้บ้างแล้ว หากนำมาปะติดปะต่อจะเป็นเรื่องเดียวกัน แต่ตนไม่ทราบทั้งหมด เพราะรัฐบาลและคสช. ต้องเตรียมการ ถ้าผ่านหรือไม่ผ่านจะทำอย่างไรต่อกรณีร่างรัฐธรรมนูญผ่านพร้อมคำถามพ่วง ก็ต้องปรับเนื้อหาบางส่วน แต่ถ้าไม่ผ่านอาจจะยุ่งยากมากกว่าผ่าน เพราะต้องทำหลายอย่าง ทั้งนิตินัยและพฤตินัย
เริ่มต้นก็ต้องคิดถึงการร่างใหม่ว่าจะทำอย่างไร คำตอบมีอยู่แล้ว ต้องเขียนใหม่และเขียนให้เร็ว ทุกอย่างต้องเป็นไปตามโรดแมพ ไม่ว่าจะผ่านหรือไม่ผ่านก็ต้องไปเจอที่ปลายทางโรดแมพเดียวกัน และการใช้คนเพียงไม่กี่คน เป็นข้อหนึ่งที่ทำให้การร่างเร็วขึ้น แต่ยังมีอีกหลายเหตุผลประกอบกัน เช่น การไม่เริ่มจากศูนย์ เรามีแบบอย่างจากฉบับต่างๆอยู่เยอะ รายละเอียดทั้งหมดคงต้องให้หัวหน้า คสช.พูดเอง และได้ยินว่าวันที่ 8 ส.ค.นี้ จะมีการเรียกผมกับผู้เกี่ยวข้องหารือ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้รับมอบหมายให้คิดหาทางออกใดเป็นพิเศษ และการจะบอกว่า จะทำอย่างไรต่อนั้น ต้องเริ่มที่ประชุมร่วม เพราะการจะทำอะไรต้องมาจากความเห็นชอบของที่ประชุมร่วมครม.-คสช.ในวันที่ 9ส.ค.นี้ เพราะบางอย่างต้องช่วยกันระดมความคิด”





