“วรเจตน์”ชี้ร่างรธน.สืบทอดมรดกคำสั่งคสช. พร้อมวางกลไกให้ศาลรธน.มีอำนาจเหนือรัฐบาลเลือกตั้ง
ที่หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.)ท่าพระจันทร์ กลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่รวมกับเครือยข่าย43องค์กรจัดกิจกรรม"ใส่ใจประชามติรัฐธรรมนูญกำหนดอนาคตประชาชน" โดยนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ เเกนนำกลุ่มนิติราษฎร์และอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ ”ประชามติ7สิงหากับอนาคตสังคมไทย"ว่า แม้หลายคนยืนยันว่าจะมีการทำประชามติแน่นอน แต่ก็ยังแน่ใจไม่ได้ เพราะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีมาตรา44 สั่งว่า จะจัดหรือเลื่อนออกไปก็ได้และแม้ว่าผู้ร่างรัฐธรรมนูญจะเขียนให้แก้ไขได้
แต่ก็พบว่ายากต่อการแก้ไขมาก ซึ่งเรื่องนี้มีนัยยะคืออาจเป็นชนวนและระเบิดเวลาที่นำไปสู่ความรุนแรงในอนาคตอีกทั้งเงื่อนไขที่กำหนดในร่างรัฐธรรมนูญยังเขียนให้รองรับมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวทั้งที่รัฐธรรมนูญปกติกำหนด คือการทำให้อำนาจรัฐประหารสิ้นสุ ดเมื่อมีรัฐธรรมนูญถาวรแต่ร่างนี้ยังให้หัวหน้า คสช.มีอำนาจต่อไปอีกคำสั่ง คสช. ก็จะเป็นมรดกตกทอดต่อไปอีกทั้งร่างรัฐธรรมนุญนี้ยังมีปัญหาเรื่องโครงสร้างองค์กรของรัฐและการเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองโดยการเลือกตั้งจะเปลี่ยนไปจากเดิมซึ่งเป็นการยากหรือ ที่จะทำให้ประชาชนมีคะแนนเสียงสองคะแนนคือเลือกส.ส.เขตและแบบบัญชีรายชื่อแยกกันตนไม่เข้าใจว่าทำไมกำหนดให้เลือกได้อย่างเดียวเหมือนเป็นการบังคับโดยปริยายในแง่นี้อาจทำให้เจตนารมณ์ของประชาชนในการเลือกผู้แทนไม่สมบูรณ์
นายวรเจตน์กล่าวต่ออีกว่าส่วนการได้มาซึ่งส.ว.ประชาชนจะไม่มีสิทธิเลือกทั้งที่มีอำนาจอย่างมากในการออกกฎหมายความชอบธรรมมีน้อยแต่อำนาจมีมากเมื่อมีการเลือกตั้งแล้วจะได้บุคคลมาเป็นรัฐบาลและบริหารราชการแผ่นดินได้ลำบากมากยากที่รัฐมนตรีจะดำเนินโนยบายที่เป็นนโยบายสาธารณะได้อำนาจของศาลและองค์กรอิสระก็เพิ่มมากขึ้นกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมนอกจากใช้กับตัวเองยังมาใช้กับนักการเมืองส่งผลทำให้สถานะของนักการเมืองมีความไม่แน่นอนสูงหลายคนสงสัยว่ารัฐธรรมนูญนี้กำหนดกลไกเหมือนคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ(คปป.) ที่มีอำนาจเหนือรัฐบาลหรือไม่เพราะถึงไม่ได้เขียนไว้แต่ส่วนนี้จะไปอยู่ที่มาตรา5 ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยทางออกประเทศองค์กรที่ขาดจุดเชื่อมโยงกับประชาชนมีจำนวนมากกว่าองค์กรที่ความเชื่อมโยงสำหรับประเด็นสิทธิขั้นพื้นฐานถ้าหัวหน้าคสช.ยังมีอำนาจมาตรา44การใช้การรับรองสิทธิเสรีภาพต่างๆระหว่างรอการเลือกตั้งก็จะกลายเป็นหมันเพราะคนที่กระทบจะไม่มีสิทธิไปฟ้องศาลแม้ฟ้องศาลก็ยากที่จะพิจารณาเพราะคำสั่งนี้ระบุว่าชอบด้วยกฎหมาย
“มีบุคคลที่ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐบาลคสช.บอกว่าหากรัฐธรรมนูญไม่ผ่านอาจหมายถึงอยากให้คสช.อยู่ยาวการจัดประชามติครั้งนี้ถ้ารัฐธรรมนูญผ่านแปลว่าคนเห็นชอบแต่ถ้าไม่ผ่านหมายถึงประชาชนปฏิเสธผลงานที่มาคนที่เป็นกรรมการร่างจะรับผิดชอบอย่างไรแล้วที่แต่งตั้งกรรมการร่างจะรับผิดชอบอย่างไรรับหรือไม่รับเป็นปัญหาเรื่องความชอบธรรมบางคนเริ่มไขว้เขวพอบอกว่าไม่รับอยากให้คสช.อยู่นานๆหรือเราจะต้องอยู่บ้านไม่ไปใช้สิทธิหรือไปโหวตรับแต่ตนเห็นว่าถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่าน ความชอบธรรมของคสช.คงไม่เหมือนเดิม”อาจารย์นิติศาสตร์กล่าว
นายวรเจตน์กล่าวต่ออีกว่าในส่วนประเด็นคำถามพ่วงมีข้อสังเกตว่าถ้าคำถามพ่วงนี้ผ่านส.ว.มาร่วมโหวตเลือกนายกฯแต่5ปีแรกของส.ว.มาจากการคัดเลือกของคสช.เมื่อเป็นเช่นนี้คำถามแรกว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบรัฐธรรมนูญ บังเอิญตนเป็นคนถนัดขวาดังนั้นคำถามที่สองจะให้กาช่องซ้ายก็ยังไงอยู่คงกาช่องขวาทั้งสองช่อง ทั้งนี้รัฐธรรมนูญเป็นอย่างไรจะกำหนดชะตากรรมของชาตินั้นๆประวัติศาสตร์พิสูจน์มาแล้วว่าชาติใดที่ประชาชนสามารถกำหนดชะตากรรมของตนเองมีประชาธิปไตยย่อมเกิดการคอร์รัปชั่นน้อยชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีผ่านมาสองปีหลายคนอาจจะเหนื่อยใครเหนื่อยก็พักหายเหนื่อยค่อยมาสู้กันใหม่สิ่งที่เผด็จการชอบที่สุดคือความหวังของประชาชนดับลงแต่สิ่งที่กลัวที่สุดคือไฟที่ยังลุกโชติช่วงตนจึงขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนร่วมกันผ่านพ้นช่วงนี้





