"รองโฆษกปชป" ชี้รบ.ไม่มีทางออก หากร่างรธน.ถูกคว่ำ สุดท้ายปชช.ถูกบีบให้รับ
นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายรัฐบาลยังไม่ระบุทางออกหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติชัดเจนว่า การระบุทางออกชัดเจน ถือเป็นทางเลือกที่ให้ประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับ นายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ได้รับทราบว่า บ้านเมืองจะเดินหน้าไปในทิศทางใด หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ ดังนั้น ไม่มีการบอกชัดเจนถึงทางออกดังกล่าวก็จะทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อการตัดสินใจของประชาชน และถ้าถามว่า จะมีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนหรือไม่นั้น ในเมื่อประชาชนเขาอาจจะเกิดความคิดก็ได้ว่า เขาอาจจะเจอสิ่งที่เลวร้ายกว่าก็ได้ หรืออาจจะคิดว่าบ้านเมือง อาจจะเกิดปัญหาไม่จบสิ้น
หากรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติเขาก็อาจจะรับร่างรัฐธรรมนูญนี้ไปก่อน ฉะนั้น การที่ผู้มีอำนาจไม่บอกทางออกที่ชัดเจน ก็จะส่งผลไปยังการตัดสินใจของประชาชนแน่นอน และขณะนี้ผลโพลสำรวจต่างๆได้สอบถามกับประชาชน และพบว่าพวกเขาแทบจะรู้สาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้น้อยมาก และการที่มีการปิดกั้นไม่ให้มีการแสดงความความเป็นต่างส่วนนี้เอง ที่จะทำให้การทำประชามติครั้งนี้ไม่มีความชอบธรรมแน่นอนและไม่ได้สะท้อนเจตจำนงค์ของประชาชนที่แท้จริง
“สิ่งที่เราเรียกร้องมาโดยตลอดคือ การให้บอกหน่อยว่า ถ้าเกิดร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ แล้วบ้านเมืองจะเดินไปทิศทางใด ซึ่งไม่ได้เป็นการร้องขออะไรมากมายแล้วที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายรัฐมนตรี บอกว่า จะแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว 4 ประเด็นหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามตินั้น แน่นอนที่สุดว่า ถ้ามีความจริงใจเ พื่อให้ประชาชนได้ทราบข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจแล้ว นายวิษณุและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะต้องเปิดใจกว้าง และแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราว ก่อนที่จะมีการทำประชามติ เพราะถ้ามาบอกว่า ถ้าผลออกมาไม่ผ่าน แล้วค่อยแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว เพื่อหาทางออกนั้น จะเป็นการบีบบังคับให้ประชาชนเห็นไปอีกแบบหนึ่งว่า ให้เลือกหนทางตามที่คสช.กำหนดส่วนตัวเห็นว่า
การทำประชามติครั้งนี้ นอกจากจะไม่เสรี และไม่เป็นธรรมแล้ว การที่ไม่บอกทางออก ก็ไม่เป็นธรรมด้วย เราไม่ได้เป็นห่วงว่า ใครจะมาร่างรัฐธรรมนูญต่อ แต่เราแค่อยากรู้ว่า ถ้าไม่ผ่านแล้วกระบวนการต่อจากนี้จะเป็นอย่างไรเท่านั้น ที่จริงแล้วการที่จะส่งบ้านเมืองต่อไป ยังรัฐบาลประชาธิปไตยทุกอย่าง ก็ควรทำอย่างแฟร์ และเป็นธรรม ถ้าเกิดว่ากระบวนการทุกอย่างไม่ให้มีการแสดงความเห็นต่าง หรือมีลักษณะเป็นการชี้นำจากภาครัฐอย่างเดียว หรือปกปิดข้อมูล ก็อาจเป็นการบีบบังคับให้รับไปก่อน ถ้าเกิดไม่รับอาจจะเจออะไรก็ไม่รู้บ้านเมืองอาจจะเดินไปในทิศทางที่ประชาชนบางคนไม่เห็นด้วย" นายราเมศกล่าว





