จับแล้ว "หัวหน้าช่าง" คดีเหรียญทองคำที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ 50 เหรียญ สูญหายจากโรงกษาปณ์ "พงศพัศ" ลั่นให้รีบนำมาคืน
สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ถาวร ขาวสอาด ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.สมหมาย ประสิทธิ์ รองผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.ท.ภูริสิทธิ์ ทับทิม รองผกก.กก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.ท.นิมิตร นูโพนทอง รองผกก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.ท.จิรวัฒน์ เปี่ยมปิ่นเศรษฐ สว.สส.สภ.คลองหลวง น.ส.สมรัก ตั้งในคุณธรรม ผอ.สำนักกษาปณ์ นายพิทักษ์ เหลือมพล รักษาการผู้อำนวยการส่วนตีตรา และนายคงศักดิ์ พรพนาวรรณ รักษาการส่วนดวงตรา ร่วมกันประชุมเกี่ยวกับความคืบหน้ากรณีมีคนร้ายขโมยเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ไปจากเซฟของโรงกษาปณ์ จำนวน 50 เหรียญ มูลค่า 1.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นเหรียญทองคำแท้ ที่กรมธนารักษ์สร้างขึ้นเป็นที่ระลึกในพระราชพิธีฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 แต่เป็นเหรียญที่มีตำหนิรอการทำลาย
พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้กำชับให้ลงมาติดตามดูแลคดีดังกล่าว เนื่องจากเป็นคดีที่ทำให้เสียหายต่อภาพลักษณ์ ต่อหน่วยงานภาครัฐ ต่อความเชื่อมั่นของบุคคลต่างๆ เบื้องต้นจากข้อมูลพยานหลักฐานที่ตำรวจมีเชื่อว่าจะสามารถออกหมายจับผู้ต้องสงสัยได้ประมาณ 2-3 คน แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นใคร ทั้งนี้ตำรวจจะเปิดโอกาสให้ผู้ก่อเหตุเข้ามามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจภายในวันนี้ (11 ก.ค.) หากไม่มาก็จะดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมาย โดยหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมแล้ว จะเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุร่วมกับกรมธนารักษ์ ที่โรงกษาปณ์ เพื่อตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อความมั่นใจอีกครั้ง
ทั้งนี้ มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง พบว่ามีผู้ต้องสงสัยในคดีนี้มีพยานเห็นว่า 1 ใน 3 มีการนำถาดใส่ของ ซึ่งบรรจุเหรียญทองคำ ออกจากห้องไป ซึ่งพนักงานสอบสวนจะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออำนาจศาลอนุมัติหมายจับต่อไป
“ขณะนี้พนักงานสอบสวนเชิญพยานเข้าให้ปากคำหลายปากแล้ว จากการสอบปากคำเจ้าหน้าที่โรงกษาปณ์พบว่าผู้ถือกุญแจเซฟนิรภัยที่เก็บเหรียญกษาปณ์มี 3 คน จากการสอบปากคำทั้งหมดยังให้การปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายไปของเหรียญกษาปณ์” พล.ต.อ.พงศพัศกล่าว
พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวต่อว่า หลังจากเข้าตรวจโรงผลิตเหรียญภายในโรงกษาปณ์และตู้แล้ว ตลอดจนการควบคุมคนเข้าออก พบว่าเจ้าหน้าที่ได้ทำอย่างแน่นหนา และก่อนเข้าออกโรงผลิตเหรียญทุกคนจะต้องถอดรองเท้า และจะมีเจ้าหน้าที่ใช้เครื่องตรวจโลหะตรวจตามลำตัวอีกครั้งหนึ่ง เพื่อป้องกันของสูญหาย ขณะที่กระจกแต่ละด้านจะมีเหล็กดัดปิดกั้นไว้อีก 1 ชั้น โดยวันนี้ (11 ก.ค.) พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับก่อน 1 คน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่โรงกษาปณ์ ส่วนผู้ที่ร่วมกระบวนการจะต้องรอรวบรวมหลักฐานอีกครั้งหนึ่ง
พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวด้วยว่า อยากฝากถึงประชาชนที่มีเหรียญที่ระลึกสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 5 รอบ 60 พรรษา ซึ่งเป็นเหรียญทองคำแท้ขัดเงาไว้ในครอบครองโดยไม่มีกล่องใส่หรือซื้อมาราคาต่ำกว่าที่กำหนด ให้รีบนำมาคืนเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือประชาชนที่ไม่แน่ใจว่าตนเองซื้อเหรียญมาถูกต้องหรือไม่ ให้นำมาตรวจสอบได้ที่โรงกษาปณ์ แต่ถ้ารู้ว่าซื้อมาจากผู้ที่กระทำความผิดแล้วยังไม่นำมาคืนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะถือว่าบุคคลนั้นมีความผิดฐานรับของโจร มีโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้
ทั้งนี้ รายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ได้ขออำนาจศาลออกหมายจับนายสุชาติ เติมต่อ หัวหน้าช่างโรงกษาปณ์
พล.ต.ต.ถาวรเปิดเผยว่า สถานที่เกิดเหตุนั้นเป็นจุดที่มีการรักษาความปลอดภัยสูงในโรงกษาปณ์ เพราะฉะนั้นบุคคลภายนอกไม่สามารถเข้าไปได้แน่นอน ประกอบกับที่ตู้นิรภัยไม่มีร่องรอยการถูกทำลายหรืองัดแงะ เจ้าหน้าที่จึงเชื่อว่าการเปิดตู้นิรภัยคือการใช้กุญแจ เจ้าหน้าที่จึงพุ่งเป้าไปที่ผู้ที่มีกุญแจ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งพยานปากสำคัญที่ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานส่วนอื่นด้วยเพื่อขอให้ศาลพิจารณาออกหมายจับผู้ที่กระทำความผิด
ด้าน น.ส.สมรักกล่าวว่า ผู้กระทำความผิดน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ภายใน หลังพบว่ามีการหายไปของเหรียญกษาปณ์ได้แจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ช่วยติดตามจับกุมผู้กระทำความผิด เหตุการณ์ลักทรัพย์เช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นภายในโรงกษาปณ์ และจากการตรวจสอบทั้งหมดยังไม่พบว่ามีสิ่งอื่นหายไป มีเพียงเหรียญทองคำที่ระลึกสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เท่านั้นที่หายไป หลังจากนี้ต้องมีการปรับปรุงเรื่องการรักษาความปลอดภัยให้สูงขึ้นกว่านี้อย่างแน่นอน
เมื่อเวลา 18.30น. ตำรวจ สภ.คลองหลวง ได้จับกุมตัวนายสุชาติ โดยในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาลักทรัพย์นายจ้าง ตามหมายจับของศาลจังหวัดธัญบุรี จากการสอบสวนในเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ และไม่เกี่ยวข้อง กับเหตุกรณีเหรียญที่ระลึก ที่หายไป





