"พล.ต.ท.ศานิตย์" เชื่อหนุ่มพม่าฆ่าโหดสาวโรงงานยังกบดานไทย-รอผลแพทย์ข่มขืนหรือไม่
พล.ต.ท.ศานิตย์ มหาถาวร รรท.ผบช.น. กล่าวถึงกรณีคนร้ายฆ่าปาดคอสาวโรงงานทิ้งศพเปลือย ว่า ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สน.แสมดำได้ขออนุมัติสาลอาธาธนบุรีออกหมาย นายเน มิน ผู้ต้องหาคดีฆ่าผู้อื่นแล้ว และทางศาลก็อนุมัติหมายจับแล้ว อย่างไรก็ตามคาดว่า นายเน มิน ยังคงพักอาศัยอยู่ในประเทศไทย ทั้งนี้ยังต้องผลชันสูตรจากทางแพทย์ เพื่อตรวจสอบคราบอสุจิว่าอยู่ในอวัยวะของน.ส.ทุเรียนหรือไม่ ซึ่งสภาพภายนอกยังไม่พบว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศ
รายงานข่าวแจ้งว่าจากแนวทางการสอบสวนทราบว่า นายเน มิน ได้หลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้านผ่านช่องทางธรรมชาติ ใกล้กับด่านตรวจคนเข้าเมืองสิงขร จ.ประขวบคีรีขันธ์ โดยหลบหนีไปพร้อมกับภรรยาชาวเมียนมาร์ตั้งครรภ์ท้องแก่ เมื่อเช้าที่ผ่านมา
ขณะเดียวกันเมื่อเวลา 12.30 น. วันเดียวกัน พ.ต.อ.สำเริง ผลรอด ผกก.สน.แสมดำ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ พบหลักฐานเพียงของฝ่ายผู้ตาย ส่วนฝ่ายผู้ต้องสงสัยไม่มี จึงต้องรอผลชันสูตรจากทีมแพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช ว่า มีการกะทำชำเราหรือไม่ จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ ได้เบาะแสจากเสื้อผู้ตายที่เป็นบริษัทแห่งหนึ่ง เลยขอความร่วมมือฝ่ายบุคคลบริษัทมาตรวจสอบว่าใช่พนักงานหรือไม่ ผลคือใช่ แต่เป็นพนักงานขั้นทดลองงาน เพิ่งเข้าไม่ถึงเดือน เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบเวลาเข้าออกงาน พบว่า มีพยานเห็นผู้ตาย ซึ่งมีแฟนหนุ่มอยู่แล้ว แต่ทำงานอยู่คนละที่ ซึ่งอยู่ย่านบางกอกน้อย และได้ออกจากบริษัทตอน 20.00 น.วันที่ 7 กรกฎาคม โดยมีนายเน มิน ชาวพม่า เพื่อนร่วมงาน ซึ่งภรรยาท้องแก่ ที่เป็นผู้ต้องสงสัย ออกมาก่อนที่ผู้ตายจะตามมา จากนั้นนายเน มินได้ขี่รถจักรยานยนต์พาน.ส.ทุเรียนซ้อนท้าย ไปจอดที่ร้านขายของชำ ซอยสะแกงาม 30 พอถึงร้านชำ ทั้งสองได้ซื้อเบียร์มานั่งดื่มกัน 6 ขวด ส่วนใหญ่นายเน มิน เป็นคนดื่ม
“พอทั้งคู่ดื่มเบียร์เสร็จก็พากันออกจากร้าน โดยใช้เส้นทางมุ่งหน้าเลียบด่วนพระปะแดง แล้วเข้าท้ายซอยสะแกงาม 26 ที่เป็นจุดเกิดเหตุ โดยกล้องวงจรปิดที่อยู่ในซอยสามารถจับภาพขณะนายเน มิน ได้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ พาน.ส.ทุเรียน เข้าท้ายซอยดังกล่าวได้ ก่อนที่ในเวลาต่อมาภาพจะสามารถจับให้เห็นว่านายเน มิน ได้ขับขี่ออกจากซอยดังกล่าวมา แต่มีนายเน มิน กลับออกไปแค่คนเดียว ชุดสืบสวนจึงค่อนข้างมั่นใจว่า ผู้ก่อเหตุคือนายเน มิน ส่วนเรื่องที่นายเน มิน หวังกระทำชำเราผู้ตายหรือไม่นั้น ตอนนี้ยังยืนยันไม่ได้ เพราะต้องรอแพทย์ยืนยันผลชันสูตรก่อน” ผกก.สน.แสมดำ กล่าว
พ.ต.อ.สำเริง กล่าวอีกว่า หลังจากได้เบาะแสคนร้าย ทาง พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.น. ได้เรียกประชุมเพื่อคลี่คลายคดี และจัดกำลังลงพื้นที่หาเบาะแส จนทราบห้องพักของนายเน มิน ซึ่งไม่ไกลจากที่เกิดเหตุมากนัก จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ จากการสอบถามผู้ให้เช่าทราบว่า เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น.ของวันที่ 7 กรกฎาคม เห็นนายเนมิน มีผ้าพันแผลที่บริเวณมือซ้าย และมีรอยหยดเลือดที่รองเท้า เดินเข้าที่พัก อีกทั้ง ยังมีพยานยืนยันว่า นายเนมินได้บอกกับญาติว่า มีเรื่องกับคนไทยมา จึงจะรีบหนีกลับประเทศเมียนมาร์ ก่อนจะเก็บเสื้อผ้าและข้าวของหนีไปกับภรรยาที่ตั้งท้องแก่อยู่ ชุดสืบสวนเลยมั่นใจ ก่อนดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลให้พนักงานสอบสวนยื่นต่อศาลขออนุมัติออกหมายจับ ขณะนี้ทีมสืบสวนอยู่ระหว่างไล่ล่าติดตามตัว อย่างไรก็ตามหากผลชันสูตรและหลักฐานยืนยันว่า ผู้ตายถูกกระทำชำเรา หรือ นายเน มิน ขโมยทรัพย์สินของผู้ตายไป ทางพนักงานสอบสวนก็แจ้งข้อหาเพิ่มเติมได้ ส่วนเรื่องเส้นทางหลบหนีนั้น ตอนนี้ยังไม่ขอยืนยันว่านายเนมินหนีออกประเทศเมียนมาร์ไปแล้ว เพราะอาจย้อนกลับมาใกล้ที่เกิดเหตุได้ ตามคำที่ว่าที่ที่อันตรายที่สุดเป็นที่ปลอดภัยที่สุด
ทั้งนี้ มีรายงานข่าวแจ้งว่า หลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวนได้รวบรวมหลักฐานโดยเฉพาะหลักฐานชิ้นสำคัญที่เป็นภาพกล้องวงจรปิด รวมทั้งผลสอบสวนพยานแวดล้อมที่ยืนยันว่า นายเน มิน และผู้ตายได้นั่งดื่มเบียร์กันสองคน ตั้งแต่เวลา 20.00 – 22.00 น. ของวันที่ 7 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ก่อนพบน.ส.ทุเรียนกลายเป็นศพ อีกทั้งเมื่อตรวจสอบห้องพักของนายเน มิน ที่อยู่ใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุพบว่า ห้องล็อค เมื่อเข้าไปพบกางเกงกับ รองเท้าเปื้อนเลือด และสลิบกดเงิน จำนวน 7,000 บาท อยู่ในห้อง เมื่อสอบถามพยานซึ่งเป็นญาติก็บอกว่า นายเน มิน มีเรื่องและได้ใช้อาวุธมีดแทงคนไทย แต่ไม่รู้ว่าตายหรือไม่ จึงตัดสินใจจะพาภรรยาหนีกลับประเทศเมียนมาร์ ก่อนทางญาติจะนำจักรยานยนต์คันที่นายเน มิน ใช้ ไปจอดซ่อนเจ้าหน้าที่ภายในซอยบางแค 6 จากนั้นชุดสืบสวนจึงนำกำลังไปนรถจักรยานยนต์ดังกล่าวมาตรวจสอบที่ สน.แสมดำ ทางพนักงานสอบสวนจึงรวบรวมคำให้การพยานและหลักฐาน ขอศาลออกหมายจับได้ในที่สุด




