มติวิป 3 ฝ่าย เห็นชอบ “ร่างพ.ร.บ.ป่าชุมชน” เพิ่มพื้นที่ป่าในประเทศ รับเป็นกม.ที่ยาก-ใช้เวลาพิจารณานาน เตรียมผลักดันเข้าที่ประชุม สนช.
นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วม 3 ฝ่าย (วิป 3 ฝ่าย) ว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาใน 2 เรื่องหลักๆ โดยมีมติเห็นชอบรายงานของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เรื่องการจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดินป่าไม้ และการเพิ่มพื้นที่ป่าของประเทศ และร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป่าชุมชน พ.ศ. ... โดยความเห็นของ สปท. ต้องการให้มีกฎหมายออกมาฉบับหนึ่ง เพื่อทำให้นโยบายจัดหาป่าชุมชน สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นอกจากนี้ พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าวยังอยู่ในแผนทำกฎหมาย 1 ปี ตามโรดแม็พของรัฐบาล เชื่อว่าเรื่องนี้จะสามารถผลักดันต่อไปได้ ตนยืนยันว่าจะเร่งผลักดันโดยเร็วให้เข้าสู่ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งเรื่องป่าชุมชนมีการดำเนินการมาแล้ว 24 ปี แต่ยังไม่มีความคืบหน้า โดยนายกฯ ได้สั่งการตั้งแต่ปี 2558 ต้องการให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องเร่งผลักดันจัดตั้งป่าชุมชน เพื่อให้คนอยู่กับป่าได้ ทั้งนี้ มีกฎหมายที่เกี่ยวกับป่าไม้ทั้งหมด 9 ฉบับ ฉะนั้นต้องดูความซับซ้อน ความละเอียดของข้อกฎหมาย ถือเป็นกฎหมายที่ยากจึงต้องใช้เวลามากพอสมควร
ผู้สื่อข่าวถามว่า กฎหมายดังกล่าวจะดำเนินการควบคู่กับที่ดิน ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) หรือไม่ นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า เลขาธิการส.ป.ก. ได้มาชี้แจงในที่ประชุม ว่า ในส่วนของส.ป.ก. ไม่มีปัญหา แต่จะไปเกี่ยวกับเรื่องป่าเขตอนุรักษ์ นอกเขตอนุรักษ์ อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมยังพิจารณาการสร้างวัฒนธรรมที่ดีงามในทางการเมือง โดยเรื่องนี้คณะกรรมาธิการ สปท.ด้านการเมือง เป็นผู้เสนอ โดยมีหัวใจหลักคือการสร้างจิตสำนึก การปลูกฝังความคิดทางการเมืองที่ดีงาม โดยต้องการบรรจุไว้ในหลักสูตรการศึกษาในระดับต่างๆ ให้กับเด็กและยาวชนรุ่นใหม่ ซึ่งเรื่องนี้สามารถเดินหน้า และขับเคลื่อนไปได้โดยไม่ต้องออกกฎหมาย




