วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สนช.ไฟเขียว'ประชา'เพิ่มเอกสารชี้มูลความผิดผอ.อต.

สนช.ไฟเขียว “ประชา ประสพดี” เพิ่มเอกสารลับป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ผอ.อต. ก่อนเข้ารับตำแหน่ง พร้อมนัดเปิดแถลงคดี28 ก.ค.

ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุม เพื่อพิจารณาดำเนินกระบวนการถอดถอนนายประชา ประสพดี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกจากตำแหน่ง ตามมาตรา 6 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ประกอบมาตรา 56 (1) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 กรณีใช้สถานะหรือตำแหน่งรัฐมนตรี เข้าไปก้าวก่าย แทรกแซง การดำเนินงานของคณะกรรมการองค์การตลาด (บอร์ด อต.) ที่พิจารณาเกี่ยวกับเรื่องการทุจริตของนายธีธัช สุขสะอาด ผู้อำนวยการองค์การตลาด ทั้งนี้นายสุรชัยแจ้งว่า ได้กำหนดวันแถลงเปิดสำนวนคดีของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) ผู้กล่าวหาและนายประชา ผู้ถูกกล่าวหา ในวันที่ 28 ก.ค. เวลา 10.00 น. 

จากนั้นได้พิจารณาคำขอเพิ่มเติมพยานหลักฐานของผู้ถูกกล่าวหา โดยนายประชา ชี้แจงว่า ตนขอยื่นเอกสารจำนวน  1 รายการ คือหนังสือลับของป.ป.ช.เลขที่ 0019/2081 ลงวันที่ 13  ต.ค.2558 เรื่องขอให้ลงโทษวินัยพนักงานอต.ซึ่งหนังสือฉบับนี้เป็นหนังสือแจ้งมติป.ป.ช.ในการไต่สวนและชี้มูลความผิดพนักงานอต. รวมถึงผู้บริหารอต.กรณีการจัดจ้างปรับปรุงอาคารทรงไทย สำนักงานการตลาดสาขาบางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา โดยตนมีเหตุผลประกอบ 5 ประการคือ 1. กรณีที่ป.ป.ช.ได้ดำเนินการไต่สวนและมีมติมูลคดีเดียวกันกับคณะกรรมการองค์การตลาดหรือบอร์ดอต. มีมติเลิกจ้างนายธีธัช สุขสะอาด ผอ.องค์การตลาด 2.ข้อกล่าวหาที่กล่าวหาว่าก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติงานของบอร์ด อต. เพื่อช่วยเหลือ ให้นายธีธัชทำให้การเลิกจ้างดังกล่าวไม่เป็นผล ทำให้กระบวนการทุจริตต้องล่าช้า และไม่เป็นผล

นายประชา กล่าวว่า 3. เอกสารดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าการกระทำของตนไม่เป็นไปตามข้อกล่าวหาของป.ป.ช. เพราะการร้องทุกข์ให้ดำเนินการกับนายธีธัช ซึ่งได้ทำไว้ก่อนหน้าที่ตนจะเข้ารับตำแหน่งเป็นรมช.มหาดไทย ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องจนป.ป.ช.ไต่สวนและมีมติในที่สุด 4.เอกสารดังกล่าวมีนัยยะสำคัญว่า การเลิกจ้างนายธีธัช ไม่เป็นผลนั้นมิได้เป็นผลโดยตรงจากการกระทำของตน แต่เกิดจากกระบวนการเลิกจ้างที่ทำไม่ถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมาย  และ5. เอกสารและหนังสือดังกล่าวได้ปรากฏต่อป.ป.ช.ตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค.2559 แต่ป.ป.ช.มิได้นำมาประกอบในสำนวนการไต่คดีที่กล่าวหาตนและป.ป.ช.ได้มีมติชี้มูลความผิดตนเมื่อวันที่ 31 มี.ค.2559  โดยที่ตนไม่รู้ว่ามีเอกสารดังกล่าว จึงไม่ได้อ้างหรือหยิบยกเพื่อขอให้ป.ป.ช.ได้นำเข้าสู่กระบวนการไต่สวน อีกทั้งเอกสารฉบับนี้ถือเป็นเอกสารสำคัญจึงขออนุญาตต่อที่ประชุมสนช.อ้างเอกสารและหนังสือดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานเพิ่มเติมต่อสนช.และได้ทำหนังสือต่อประธานสนช. ขอให้ประธานทำหนังสือไปยัง อต. เพื่อขอเอกสารฉบับนี้มาประกอบการพิจารณาแถลงคำแก่ข้อกล่าวหา ตนหวังว่าสนช.จะให้โอกาสและอนุญาตได้เพิ่มเติมพยานเอกสารดังกล่าว

นายอุดมศักดิ์ ดุลยประพันธ์ ผู้ช่วยเลขาธิการป.ป.ช.  ตัวแทนป.ป.ช. กล่าวว่า  หนังสือที่ขอไม่เคยปรากฎในสำนวนและในชั้นการพิจารณาของป.ป.ช.  ดังนั้นป.ป.ช.ก็ไม่ขัดข้อง เพื่อประโยชน์ต่อการพิจารณาของสนช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากป.ป.ช.ไม่คัดค้านการขอเพิ่มพยานอกสารเพิ่มเติมของนายประชา  นายสมชาย แสวงการ สนช. ได้ลุกสอบถาม เอกสารดังกล่าวไม่ได้อยู่ในสำนวน ป.ป.ช.และเหตุใดป.ป.ช.จึงไม่คัดค้านการขอเพิ่มพยานเอกสารดังกล่าว และเอกสารนี้จะมีประโยชน์ในการพิจารณาของสนช.อย่างไร ซึ่งที่ผ่านมาป.ป.ช.จะคัดค้าน แต่ป.ป.ช.ก็ยังยืนยันคำตอบเดิม เป็นคนละเรื่องและคนละสำนวน เมื่อนายประชาร้องขอก็เห็นเป็นประโยชน์ ป.ป.ช.จึงไม่คัดค้าน จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติด้วยคะแนน 108 เสียง ต่อ 53  เสียง งดออกเสียง 9 เสียง อนุญาตให้นายประชาเพิ่มพยานเอกสารเพิ่มเติมได้ และที่ประชุมมติไม่ตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อทำหน้าที่สรุปข้อเท็จจริงข้อ กฎหมายและพยานหลักฐานอันจำเป็นสำหรับคู่กรณีเนื่องจากเป็นคดีที่ไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า  ในช่วงเช้าก่อนที่จะมีการประชุมสนช.เพื่อถอดถอนนั้น นายประชา ประสพดี ได้เดินทางมาที่รัฐสภาแต่เช้า โดยนำพวงมาลัยสักการะพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7 )และพระสยามเทวาธิราช พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง