"ดีเอสไอ" กลับบ้านมือเปล่า ไม่ได้ตัว“ธัมมชโย” เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ยืนยันขอหมายเข้าค้นอีก
พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวภายหลังชุดปฏิบัติการพิเศษ ของดีเอสไอนำหมายค้นเข้าตรวจค้นภายในวัดพระธรรมกาย ว่า แม้วันนี้จะยังไม่สามารถจับกุมพระธัมมชโยตามหมายจับได้ แต่ก็จะยังดำเนินการต่อ เนื่องจากยังถือเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ส่วนหมายค้นก็จะขอศาลอนุมัติอีกครั้งในช่วงเวลาที่เหมาะสม พร้อมยืนยันการเข้าดำเนินการในวันนี้ทำตามขั้นตอนของกฎหมาย เบื้องต้นได้รับความร่วมมือจากวัดพระธรรมกาย โดยก่อนเข้าปฏิบัติการได้ประเมินสถานการณ์แล้ว แต่กลับพบว่ามีลูกศิษย์แสดงเจตนาต่อต้านการทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งได้บันทึกภาพเก็บหลักฐานเหตุการณ์ตลอดทั้งวันไว้ดำเนินคดีแล้ว ยืนยันว่าได้พยายามควบคุมให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเรียบร้อย ไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรง ส่วนพื้นที่นอกวัดมีผู้ถูกดำเนินคดีฐานขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่แล้ว 14 ราย พร้อมย้ำว่าขณะนี้ตามข้อเท็จจริงพระธัมมชโยถือเป็นผู้ต้องหาหนีหมายจับ โดยการดำเนินการวันนี้ไม่ถือว่าล้มเหลวเพราะอย่างน้อยประชาชนทั้งประเทศก็ได้เห็นว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร
ด้านพระสนิทวงศ์ วุฒิวังโส กล่าวว่า การเข้าค้นภายในวัดสามารถผ่านประตู 7 ประตู 5 ไปได้ แม้มีกลุ่มลูกศิษย์ขัดขวางบ้างบางจุดแต่เมื่อถึงประตู 6 ก็ไม่สามารถเข้าไปได้อีกเนื่องจากมีลูกศิษย์นั่งขวางไม่ยอมเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ ซึ่งอาตมาก็ขอร้องแล้วแต่ไม่ประสบความสำเร็จ พร้อมย้ำว่าคดีอยู่ในขั้นตอนของอัยการจึงขอให้รอผ่านชั้นนี้ไปก่อน ส่วนการที่บุคคลในวัดไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่จะถือว่าวัดให้การสนับสนุนผู้ต้องหาหรือไม่นั้น เห็นว่าเป็นการกระทำเพื่อแสดงความกตัญญูต่อพระธัมมชโย ซึ่งหากถือว่าเป็นการสนับสนุนสื่อมวลชนก็มีส่วน เพราะสาเหตุที่มีลูกศิษย์เดินทางมาจำนวนมากเนื่องจากสื่อเผยแพร่ข่าวตลอดทั้งวัน ดังนั้นหลังจากนี้จะให้สื่อลงทะเบียนทุกคนเพื่อร่วมกันรับผิดชอบด้วย ย้ำว่าวัดไม่ได้ขัดขวาง แต่สื่อต่างหากที่เป็นผู้ขัดขวางเจ้าหน้าที่
ด้านนายอำเภอคลองหลวง กล่าวว่า ตนมาร่วมดำเนินการตามหมายค้นตามที่ได้รับการประสานมาจากพนักงานสอบสวน โดยย้ำว่าเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างถูกต้อง และคำนึงถึงความสงบเรียบร้อย
ขณะที่ตัวแทนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ชี้แจงกรณีที่ปรากฎภาพการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ พศ.จะดำเนินการอย่างไรนั้น พศ.มาดำเนินการตามการร้องขอของดีเอสไอ การขัดขวางเป็นเรื่องของประชาชน ไม่เกี่ยวข้องกับพระ ดังนั้นพศ.จึงไม่สามารถเข้าไปดำเนินการใดๆได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการแถลงข่าวทางวัดพระธรรมกายได้ปิดลำโพง จึงมีการตั้งข้อสังเกตว่าทางวัดธรรมกายมีเจตนาที่จะทำให้สื่อมวลชนรวมถึงศิษย์ที่นั่งขวางอยู่หลังรั้วเหล็กได้ยินการตอบข้อซักถามถึงการเข้าตรวจค้นไม่ชัดเจน และทันทีที่การแถลงข่าวจบทางวัดได้เปิดลำโพงใช้เครื่องขยายเสียงดังปกติ โดยหลังการแถลงข่าว เจ้าหน้าที่วัดได้ทำการปิดประตูวัดทันที ขณะที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้เดินทางกลับมาประชุมร่วมกับตำรวจเพื่อสรุปภาพรวมและถอดบทเรียนการดำเนินการที่สภ.คลองหลวง





