ทนายเผย "สมเด็จฯช่วง" อึดอัดถูกโยงคดี "พระธัมมชโย" ถามเป็นอุปัชฌาย์เกี่ยวอะไร
นายสมศักดิ์ โตรักษา ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ให้สัมภาษณ์ในรายการกรองข่าววันเสาร์เอฟเอ็ม102 ว่า วันที่ 14มิ.ย.นี้จะมีความชัดเจนเรื่องการเข้ามอบตัวของพระธัมมชโย โดยการพูดคุยทั้ง 3 ครั้งท่ี่ผ่านมา ครั้งแรกมีการเสนอเงื่อนไข 6 ข้อ มีการตอบรับบางข้อไม่ตอบรับบางข้อ ครั้งที่ 2 เงื่อนไขลดลงเหลือ3ข้อ และในการพูดคุยครั้งที่ 3 ในวันที่14 มิ.ย.นี้ เหลือเงื่อนไขเพียงครึ่งข้อถือว่าการพูดคุยลงตัวแล้ว 95 เปอร์เซ็นต์ เรื่องตรวจร่างกายเพื่อพิสูจน์การอาพาธของพระธัมมชโย โดยวัดธรรมกายไม่น่าจะติดขัดและมีข้อยุติแล้วว่าจะใช้แพทย์ รพ.ของรัฐ ส่วนเรื่องการขอให้เปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนบางคนนั้น ขอให้ดีเอสไอเป็นฝ่ายพิจารณาแต่ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้องกับกรณีที่ พ.ต.ท.ปกรณ์.สุชีวกุล.ผบ.สำนักคดีการเงินการธนาคาร หัวหน้าพนักงานสอบสวนเคยเป็นพนักงานสอบสวนคดีพระธัมมชโยยักยอกฉ้อโกงวัด สมัยที่เป็นตำรวจกองปราบปราม
นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นที่มีความพยายามเชื่อมโยง สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จฯช่วง ให้เข้ากับคดีของวัดพระธรรมกาย เนื่องจากตนเป็นทนายความให้กับสมเด็จฯช่วง ในคดีครอบครองรถเบนซ์ผิดกฎหมายนั้น ยืนยันว่า กรณีนี้ไม่เกี่ยวข้องกับสมเด็จฯช่วง ตนเห็นแก่บ้านเมืองจึงอาสาเข้ามาและเข้ามาในฐานะส่วนตัวตามที่เจ้าคณะจังหวัดประสานมา และการเข้ามาของตนก็ไม่ใช่การยื้อคดีแต่ทำให้คดีเร็วขึ้นสำหรับวัดธรรมกายมีนักกฎหมายหลายฝ่ายตั้งเป็นคณะทำงาน เมื่อตกลงกันได้แล้ว หากไม่มีอะไรต้องประสานงานอีกก็ถือว่า หมดภารกิจเนื่องจากตนมีหน้าที่ประสานและให้คำปรึกษากับเจ้าคณะจังหวัดปทุมเท่านั้น เพราะพระไม่รู้เรื่องทางโลก ไม่รู้ว่าในทางกฎหมายทำได้หรือทำไม่ไ้ด้
“เรื่องนี้ สมเด็จฯช่วงอึดอัดมานานเคยถามว่า ในฐานะพระอุปัชฌาย์เกี่ยวข้องกับคดีได้อย่างไร จะไม่ให้ท่านรู้จักพระจะเป็นไปได้อย่างไร” นายสมศักดิ์กล่าว





