"อภิสิทธิ์" ขอบคุณศาลให้ความเป็นธรรม ตัดสิน “จตุพร” คุก 2 ปี ระบุตั้งศูนย์โกงฯได้ ขออย่าเอี่ยวผลประโยชน์การเมือง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ศาลอุธรณ์มีคำพิพากษาตัดสินให้จำคุกนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปช.) 2 ปี ฐานหมิ่นประมาท ว่า ขอบคุณที่ศาลให้ความเป็นธรรม เพราะข้อกล่าวหาที่นายจตุพรใช้กับตนนั้นรุนแรงมาก ตนต้องการให้ความจริงปรากฏ ไม่อยากให้นักการเมืองเอาความเท็จมากล่าวหาใส่กัน
เมื่อถามถึงการตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติของกลุ่มนปช. นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ใครจะมาตรวจสอบก็สามารถทำได้ เพราะถือเป็นหน้าที่ของคนไทยที่จะช่วยกันสอดส่องดูแล ไม่อยากให้กลุ่มนปช.นำไปใช้เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ส่วนศูนย์ดังกล่าวจะนำมาสู่การปลุกระดมหรือไม่นั้น การปลุกระดมถือว่าผิดกฎหมายอยู่แล้ว ขอให้การดำเนินการของศูนย์ดังกล่าวอยู่ในกรอบกฎหมายก็พอ
เมื่อถามถึงการที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)จ้องจับผิดฝ่ายการเมืองและประชาชนที่วิจารณ์การทำประชามติ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในการชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญของกกต.และรัฐบาล ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นท่าทีที่ดีแต่น่าเสียดายที่หลังจากนั้นไม่มีการยืนยันในหลักการว่าประชาชนมีสิทธิ เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นร่างรัฐธรรมนูญ ดังนั้นจึงอยากให้กกต.ออกมายืนยันให้หนักแน่นในเรื่องสิทธิ เสรีภาพ เพราะจะทำให้บรรยากาศในประเทศดีขึ้น
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ตนยังเป็นห่วงเรื่องการใช้ทรัพยากรบุคคลของรัฐ ถ้าหากจะให้ชี้แจงเนื้อหาสาระของร่างรัฐธรรมนูญ ก็ต้องชี้แจงแค่เนื้อหาสาระเท่านั้น แต่ไม่ควรให้เหตุผล เพราะจะถูกมองว่าเป็นการชี้นำทางหนึ่งทางใดได้ และครู ก ครู ข ก็ทำหน้าที่เพียงเผยแพร่เนื้อหาสาระเท่านั้น แต่การรณรงค์ให้ความเห็นเป็นหน้าที่ของฝ่ายต่างๆ เพราะหลักสากลเขาจะระมัดระวังเรื่องการใช้ทรัพยากรบุคคลมาก เหมือนอย่างการเลือกตั้งที่เราไม่ต้องการให้มีเจ้าหน้าที่รัฐไปชี้นำว่าควรเลือกใคร อย่างไร ดังนั้นจึงควรระมัดระวังชี้แจงเพียงสาระสำคัญเท่านั้น
“การทำประชามติครั้งก่อน กกต.จัดเวทีให้ทั้ง 2 ฝ่ายมาพูดคุย หากจัดเวทีให้ทั้ง 2 ฝ่ายได้พูดคุยประชาชนจะติดตามดูได้ว่าข้อดี ข้อเสียเป็นอย่างไร ผมจึงยากให้กกต.และผู้มีอำนาจปรับท่าทีใหม่ ให้เวทีกับประชาชนพูดทั้ง 2 ด้าน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความวุ่นวาย ส่วนกลไกลของรัฐมีหน้าที่อำนวยความสะดวกให้สิทธิประชาชนมากกว่าไปชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญเสียเอง หาก กกต.และผู้มีอำนาจจัดเวทีให้พูดคุยพรรคประชาธิปัตย์ก็พร้อมเข้าร่วมชี้แจง แสดงจุดยืนของตน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับตีความมาตรา 61 วรรคสองใน พ.ร.บ.ประชามติ จะทำให้บรรยากาศดีขึ้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าไม่ตีความมาตราดังกล่าวกว้างจนเกินไปการทำประชามติก็พอไปได้ แต่ถ้ามีความชัดเจนในข้อกฎหมายก็จะเป็นผลดี และหาก กกต.ไม่ปรับท่าทีตนก็เป็นห่วง เพราะสุดท้ายเราต้องการให้กระบวนการนี้ให้ความชอบธรรมกับการตัดสินใจของประชาชน





