วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คาดเงินพนันบอลยูโรพุ่ง5.78หมื่นลบ. แนะรัฐคุมเข้ม

"ม.หอการค้า" คาดเงินสะพัดช่วงฟุตบอลยูโร 2016 อยู่ที่ 7.65 หมื่นลบ. เตือนเงินเล่นพนันบอลสูงถึง 5.78 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 3.7% แนะรัฐคุมเข้ม

นายวชิร คูณทวีเทพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงผลสำรวจ “พฤติกรรมการใช้จ่ายผลกระทบด้านธุรกิจและสังคมไทยในช่วงฟุตบอล EURO 2016” ระหว่างวันที่ 1-6 มิถุนายน 2559 จากกลุ่มตัวอย่าง 1,204 คน สรุปว่าการใช้จ่ายเงินในช่วงที่มีการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 มีมูลค่า 7.65 หมื่นล้านบาท ลดลง 19.6% เทียบกับการแข่งขันบอลโลก 2014 ซึ่งมีมูลค่า 9.5 หมื่นล้านบาท โดยเม็ดเงินที่สะพัดช่วงการแข่งขัน โดยแบ่งเป็นการใช้จ่ายนอกระบบเศรษฐกิจ (พนันบอล) มูลค่า 5.78 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.7% ขณะที่การใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ มูลค่า 1.86 หมื่นล้านบาท ลดลง 83.9%

ทั้งนี้ สาเหตุที่การแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 ครั้งนี้มียอดการใช้จ่ายลดลง เนื่องจากช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลกเมื่อ 2014 ต้องมีการซื้ออุปกรณ์รับชม การสมัครสมาชิก และอื่นๆ ทำให้เม็ดเงินสะพัดสูงและเมื่อเปรียบเทียบกับการแข่งขันครั้งล่าสุดซึ่งไม่ต้องมีการซื้ออุปกรณ์รับชมเพิ่มจึงทำให้มูลค่าการใช้จ่ายลดลง แต่เมื่อเทียบกับการแข่งขันช่วงอื่นๆที่ผ่านมาพบว่า อยู่ในกรอบใกล้เคียงกันคือ มูลค่าใช้จ่ายทั่วไปในระบบเศรษฐกิจที่ 20,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ เมื่อถามถึงเรื่องการติดตามการถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโร 2016 ส่วนใหญ่ 87.5% ตอบว่าติดตามชม และ 12.5% ตอบว่าไม่ติดตาม โดยช่องทางการรับชม ส่วนใหญ่ 93.1% รับชมทางโทรทัศน์ 26.3% อินเตอร์เน็ตมือถือ 22.9% คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ และ19.12% วิทยุ ส่วนสถานที่รับชมการถ่ายทอดสด ส่วนใหญ่ 59% บ้าน 13.9% ห้างสรรพสินค้า 13.8% ร้านอาหาร 12.7% สถานบันเทิงยามค่ำคืน

ส่วนเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายช่วงฟุตบอลยูโรกับช่วงการใช้จ่ายปกติ ส่วนใหญ่ 65.4% ตอบว่า เพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 11.8% รองลงมา 30.6% ไม่เปลี่ยนแปลง และ 3.9% ลดลงเฉลี่ยประมาณ 9.2% ส่วนแหล่งที่มาของเงินที่ใช้ในช่วงฟุตบอลยูโร ส่วนใหญ่ 55% เงินเดือน รายได้ปกติ 23.9% เงินออม 11.1% โบนัส/รายได้พิเศษ 7.6% ผู้ปกครอง

ขณะที่สอบถามถึงพฤติกรรมการเล่นพนันบอล ส่วนใหญ่ 46% ตอบว่าเล่นเฉพาะทีมที่ชอบ 34.9% ไม่เล่น 17.6% เล่นบางนัด และ 1.5% เล่นทุกนัด มูลค่าการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อนัด 1,873 บาท และมูลค่าการเล่นตลอดการแข่งขัน 7,160 บาทโดยแหล่งที่มาของเงินที่ใช้เล่นพนันบอล ส่วนใหญ่ 73.4% เงินเดือน/รายได้ปกติ 9.4% เงินออม 8.9% โบนัส/รายได้พิเศษ 4.4% กู้ยืม เมื่อถามว่าคิดว่าคนที่รู้จักเล่นพนันบอลเป็นอย่างไร เทียบกับฟุตบอลโลก 2014 ส่วนใหญ่ 50.9% ตอบว่าเพิ่มขึ้น 21.8% ตอบว่าเท่ากัน สาเหตุที่เล่นพนันบอล ส่วนใหญ่ 57.4% รางวัลจากการพนัน 57.4% เพื่อนชักชวน 28.9% ความสนุก 9.4% เป็นแฟชั่น 3.3%

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า จากผลสำรวจชี้ให้เห็นว่าประชาชนมีความพร้อมและเชื่อมั่นที่จะใช้จ่ายในช่วงเทศกาลฟุตบอลยูโร 2016 แต่ยังไม่สะท้อนว่าเป็นการฟื้นตัวของกำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจอย่างแท้จริง แต่เป็นเพียงความเชื่อมั่นในช่วงเวลาสั้นๆ อย่างไรก็ตาม จากผลสำรวจยังพบว่ามีเม็ดเงินสะพัดที่มาจากการเล่นพนันบอลสูงขึ้นขณะที่การใช้จ่ายทั่วไปลดลง ซึ่งน่าเป็นห่วงว่าการพนันจะนำมาซึ่งปัญหาหนี้นอกระบบ และอาชญากรรมตามมา ซึ่งต้องการให้หน่วยงานที่ดูแลคอบติดตามและตรวจสอบปัญหาต่อไป