กกต.เตรียมเอาผิดเพจดังแพร่เพลงหยาบคาย-โน้มน้าวประชามติ แนะบุคคลในคลิปหากไม่เกี่ยวข้องให้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวัน
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวภายหลังการประชุมกกต. ว่า ที่ประชุม กกต. ได้รับทราบกรณีที่เพจในเฟซบุ๊คเผยแพร่เพลงที่มีข้อความหยาบคาย และโน้มน้าวจูงใจให้คนไปออกเสียงในทางใดทางหนึ่ง และได้มอบหมายให้คณะทำงานของสำนักงาน กกต.ไปศึกษา ว่าเข้าข่ายมีความผิดหรือไม่ ตามที่ได้ให้ข่าวไปก่อนหน้านี้ คาดว่าภายใน 1 สัปดาห์น่าจะได้ข้อมูล
“อยากฝากถึงบุคคลที่ปรากฏในคลิปเพลงดังกล่าว หากไม่รู้เห็น หรือกระทำการก่อน พ.ร.บ.ประชามติมีผลบังคับ ก็ควรไปแจ้งลงบันทึกประจำวัน ว่าไม่มีส่วนรู้เห็น หรือสนับสนุนให้มีการเผยแพร่คลิปดังกล่าวหลัง พ.ร.บ.ประชามติมีผลใช้บังคับ เพราะไม่เช่นนั้นจะถือว่ามีความผิดไปด้วย รวมทั้งประชาชนทั่วไปขอให้ระมัดระวังในการส่งต่อคลิปดังกล่าวด้วย” นายสมชัย กล่าว
นายสมชัย กล่าวต่อว่า การออกมาเตือนเรื่องดังกล่าวไม่ใช่แค่ขู่ เพื่อให้เลิกกระทำ แต่เป็นการเอาจริงทุกเรื่อง ซึ่งการจะทำอะไรต้องเป็นไปด้วยความเที่ยงธรรม ขณะนี้อยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อมูล หากพบว่าเข้าข่ายมีความผิด ก็จะส่งเรื่องให้กับพนักงานสอบสวนดำเนินการ หรืออย่างกรณี การขายเสื้อโหวตโนของขบวนการประชาธิปไตยใหม่ก็อยู่ในขั้นการดำเนินการ และยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าว กกต. ไม่สามารถรอคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญได้ เพราะตราบใดที่ศาลยังไม่วินิจฉัยต้องถือว่า พ.ร.บ.ประชามติยังมีผลบังคับใช้อยู่ กกต. ในฐานะผู้รักษาการกฎหมายก็ต้องว่าไปตามข้อเท็จจริง หากหยุดดำเนินการก็มีโอกาสที่จะถูกฟ้องฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้
ทั้งนี้ นายสมชัย ยังเลี่ยงที่จะตอบกรณี เพลง 7 สิงหาประชามติร่วมใจ ประชาธิปไตยมั่นคง ของ กกต.ถูกมองว่า มีเนื้อหาบางท่อนดูหมิ่นคนภาคอีสาน และภาคเหนือ โดยระบุว่า ขอไม่มีความเห็นในเรื่องนี้ และ กกต.ก็ไม่ได้หารือถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นในที่ประชุม กกต. ด้วย แต่ส่วนตัวยังเห็นว่า เนื้อหาไม่ได้เป็นการดูหมิ่นคนภาคใด และผู้แต่งเพลงก็ยืนยันแล้วไม่ได้เจตนาที่จะดูหมิ่นแต่อย่างใด
เมื่อถามว่า จำเป็นหรือไม่ที่ กกต.จะต้องระงับเพลง 7 สิงหาฯ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา นายสมชัย กล่าวว่า คิดว่าบางทีสังคมก็อ่อนไหวเกินไป และบางเรื่องก็ไม่เป็นสาระสำคัญมากนัก
นายสมชัย ยังกล่าวถึงกรณี การตั้งศูนย์ปราบโกงของกลุ่ม นปช. ว่า การที่ประชาชนจะรวมตัวกันในการสอดส่องการออกเสียงประชามติเป็นสิ่งที่ดี แต่ระเบียบของ กกต.ไม่ได้ส่งเสริมให้องค์กรเอกชนเข้ามาร่วมตรวจสอบประชามติ เหมือนกับการเลือกตั้ง ที่ กกต. สามารถเข้าไปสนับสนุนได้เต็มที่ ดังนั้น กกต. จึงไม่สามารถไปส่งเสริมให้องค์กรเอกชนเข้ามาสังเกตการณ์การออกเสียงในหน่วยออกเสียงได้ แต่การรวมตัวกันของประชาชนที่จะสังเกตการณ์ แม้จะทำได้ แต่ต้องไม่เข้าไปในหน่วยออกเสียง ไม่ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วย และไม่ก่อความวุ่นวาย หรือแสดงท่าทีในหารโน้มน้าว จูงใจ ปลุกระดม ข่มขู่ ให้ผู้มาออกเสียงออกเสียงไปทางใดทางหนึ่ง ถ้ายึดในหลักการนี้ได้การรวมตัวสอดส่องก็สามารถทำได้ รวมทั้ง กกต. มีแอพพลิเคชั่นตาสับปะรด เพื่อรับแจ้งเหตุ ประชาชนก็สามารถแจ้งเข้ามาได้ ซึ่งขณะนี้ยังมีน้อยอยู่ ถ้า นปช. อยากให้ กกต. ส่งคนไปอบรมการใช้แอพพลิฯดังกล่าวก็พร้อม





