วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ชาติชาย'ไม่กังวลนปช.จัดกิจกรรมจับโกงประชามติ

"ชาติชาย" ไม่กังวล "นปช." จัดกิจกรรมจับโกงประชามติ ห่วงอาสาสมัครฯ-เครือข่าย ถูกกล่าวหา-ใส่ร้าย

นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ฐานะประธานคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์และสำรวจความคิดเห็นของประชาชน กล่าวถึงผลประเมินโครงการจัดอบรมวิทยากรกระบวนการระดับอำเภอ (ครู ข) ในจังหวัดต่าง ๆ เพื่อให้ความรู้ในเนื้อหาและสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ ว่า สำหรับในแนวทางการจัดเวทีและเนื้อหาที่วิทยากรระดับจังหวัด (ครู ก) เผยแพร่สู่วิทยากรระดับอำเภอนั้นอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้และน่าพอใจ แม้ในบางเวทีจะมีปรับเปลี่ยนการจัดเวทีอบรมจากแนวทางที่กรธ. ได้วางแผนให้ ขณะที่ด้านเนื้อหายังถือว่าครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ ส่วนวิทยากรระดับอำเภอที่เข้ารับการอบรมพบว่าแต่ละเวทีมีผู้เข้าร่วมประมาณร้อยละ 99 ซึ่งถือว่าภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ และไม่พบปัญหา หรืออุปสรรคที่เป็นเรื่องร้ายแรงหรือน่ากังวล ส่วนประเด็นของคำถามที่วิทยากรระดับอำเภอตั้งเป็นประเด็นให้หาคำตอบนั้น จากที่ได้รับรายงานพบว่าประเด็นเรื่องเนื้อหา ด้านการเมืองนั้นถูกตั้งคำถามในประเด็นเรื่องของบัตรเลือกตั้งที่เปลี่ยนเป็นบัตรเลือกตั้งส.ส.ใบเดียว, การมีส่วนร่วมของประชาชนต่อการถอดถอนนักการเมือง ทั้งนี้ยังถือว่าเป็นคำถามที่ได้รับความสนใจน้อยกว่าเรื่องบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องและใกล้ชิดกับวิถีของชาวบ้าน เช่น สิทธิในที่ดินทำกิน, เบี้ยคนชรา, การรักษาพยาบาล

นายชาติชาย กล่าวด้วยว่า เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ที่ผ่านมาตนได้รับรายงานจากพื้นที่จ.หนองคาย ว่ามีผู้ตั้งคำถามที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเตรียมยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยความในมาตรา 61 วรรคสองของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 ว่าจะเป็นเหตุที่ทำให้วันลงประชามติ ที่ 7 ส.ค.​นั้นถูกเลื่อนออกไปหรือไม่ ซึ่งกรธ.ที่เข้าร่วมเวทีดังกล่าวได้ชี้แจงกลับไปว่า ไม่เป็นเหตุให้ต้องเลื่อนวันลงประชามติ เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นประเด็นของข้อกฎหมายในวิธีปฏิบัติงานเท่านั้น แต่หากจะมีการเลื่อนวันออกเสียงประชามติไปจากเดิมจริง สามารถทำได้ด้วย 2 วิธี คือ แก้ไขรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 หรือให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ดำเนินการ แต่ทั้ง 2 วิธีนั้นทำค่อนข้างเป็นไปได้ยาก

ผู้สื่อข่าวถามถึงการประเมินการทำงานของกรธ. กรณีที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เตรียมเคลื่อนไหวจับตาโกงประชามติ ซึ่งรวมถึงการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญของกรธ. นายชาติชาย กล่าวว่า โดยพื้นฐานของการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของกรธ.​นั้นเชื่อว่าไม่มีผลกระทบมากนัก เพราะที่ผ่านมา กรธ. ได้ย้ำไปยังวิทยากรและเครือข่ายของกรธ. ว่าการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์เนื้อหาต้องเป็นไปตามเนื้อหาที่เขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติเท่านั้น และห้ามพูดหรือแนะนำประชาชนว่าให้ออกเสียงประชามติในทางใดทางหนึ่ง อย่างไรก็ตามตนมองว่ากิจกรรมของกลุ่ม นปช. นั้นคงเป็นเพียงกิจกรรมทางการเมืองเท่านั้นและเชื่อว่าจะไม่มีอิทธิพลหรือแรงกดดันใด ๆ ต่อการทำหน้าที่ของกรธ.และเครือข่าย

“ผมเชื่อว่าเครือข่ายของกรธ.จะปฏิบัติงานตามที่ได้รับคำแนะนำไว้และหากเป็นเช่นนั้นต่อให้ฝ่ายใดไปจับตาถึงในมุ้งก็จะไม่สามารถเอาผิดได้เพราะส่วนหนึ่งกฎหมายประชามติได้ให้ความคุ้มครองเครือข่ายของกรธ.ไว้อยู่แล้ว ส่วนกรณีที่อาสาสมัครหรือเครือข่ายของกรธ. จะถูกฝ่ายการเมืองกลั่นแกล้ง กล่าวหา ในลักษณะตัดต่อวีดีโอเพื่อให้อีกฝ่ายได้ประโยชน์นั้น ผมมองว่าไม่ใช่เรื่องที่ฝ่ายใดจะได้ประโยชน์เลย หากฝ่ายนปช. ทำผมมองว่ายิ่งเป็นผลเสียกับกลุ่มนปช.เอง ทั้งนี้ในประเด็นที่อาจจะเกี่ยวข้องกับการทำกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องในกระบวนการประชามติคงต้องฝากให้ กกต. เป็นผู้ตรวจสอบและจับตาด้วย เพราะนอกเหนือที่กรธ.จะดำเนินการ เพราะมีอำนาจเพียงเผยแพร่และประชาสัมพันธ์เนื้อหาที่ถูกต้องให้ประชาชนรับทราบเท่านั้น” นายชาติชาย กล่าว