วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'กรมบัญชีกลาง' เพิ่มสิทธิ์เปลี่ยนกระจกตา

"กรมบัญชีกลาง" ร่วมกับ 4 หน่วยงาน ปรับปรุงค่ารักษาพยาบาลเบิกค่าจัดเตรียมกระจกตาใหม่ เป็นรายละ 15,000 บาท มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ส.ค.นี้

นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า กรมบัญชีกลางได้ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือสนับสนุนร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข สภากาชาดไทย สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และสำนักงานประกันสังคม ผ่าน “โครงการดวงตาสดใส เทิดไท้ 84 พรรษา มหาราชินี” เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคม2559 โดยจะช่วยเหลือผู้ป่วยกระจกตาพิการให้ได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตา เพื่อให้สามารถกลับมามองเห็นได้อย่างชัดเจนอีกครั้ง

ขณะเดียวกันกรมบัญชีกลางได้หารือร่วมกับสภากาชาดไทยเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย เพื่อให้สะท้อนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง จึงปรับปรุงหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลใหม่ เป็นการดูแลข้าราชการและครอบครัว โดยกำหนดให้ผู้ป่วยสามารถเบิกค่าจัดเตรียมกระจกตา จากเดิมเบิกได้รายละ 5,000 บาท เป็น 15,000 บาท คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้เดือนสิงหาคมนี้ ส่วนค่าผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตาสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ตามเดิม โดยค่าผ่าตัดเฉลี่ยอยู่ที่รายละ 30,000-35,000 บาทต่อครั้ง

สำหรับขั้นตอนการผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตา สภากาชาดไทยจะเป็นผู้จัดเก็บกระจกตาจากผู้บริจาคที่เสียชีวิตและบริหารจัดการดวงตาที่บริจาคให้กับผู้ป่วยทุกรายตามคิวที่กำหนดไว้ เมื่อผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตาแล้ว จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกลับมามองเห็นได้ชัดเจนอีกครั้ง ส่วนงบประมาณที่มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์เบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลใหม่ โดยเฉพาะการเบิกค่าจัดเตรียมกระจกตาไม่ได้เป็นการจ่ายทีเดียว แต่จะจ่ายต่อเมื่อมีการผ่าตัด จึงไม่ได้ส่งผลต่อสถานะการคลังที่กรมบัญชีกลางกำกับดูแลอยู่

“การปรับปรุงหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลใหม่ โดยเฉพาะการเบิกค่าจัดเตรียมกระจกตา เป็น 15,000 บาท ถือเป็นการดูแลคุณภาพชีวิตของข้าราชการและครอบครัว และยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ประกอบกับปีนี้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงร่วมกันจัดทำโครงการดวงตาสดใส เทิดไท้ 84 พรรษา มหาราชินี ตั้งเป้าหมายการผ่าตัดดวงตาให้ได้ 8,400 ดวงตา ภายในระยะเวลา 5 ปี เพื่อเทิดพระเกียรติแด่พระองค์ท่าน และเป็นการช่วยให้ผู้ป่วยกระจกตาได้กลับมามองเห็นได้อย่างชัดเจนอีกครั้ง” นายมนัส กล่าว