"วิษณุ" ระบุการปลดล็อคห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรมการเมือง ต้องดูหลายอย่างประกอบ เผย "บิ๊กตู่" แนะ กกต. ตั้งกรรมการเพื่อตีความอะไรคือปลุกระดม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญ ภายหลังที่หลังจากเปิดโอกาสให้ตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆตั้งคำถามครบหมดแล้ว นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าถึงข้อเสนอให้ปลดล็อกคำสั่งคสช.ที่ห้ามพรรคการเมืองจัดกิจกรรม การผ่อนคลายสถานการณ์ต่างๆหลังจากนี้คงต้องเกิดขึ้น แต่ต้องดูสถานการณ์ประกอบกัน ซึ่งมันจะมีตัวแปรหลายอย่าง ขณะนี้เห็นว่ามันล่อแหลมกว่าที่ผ่านมา นำไปสู่ความแตกแยกได้อีก เช่นเรื่องประชามติ ต้องระวัง สุดท้ายประชามติจะผ่านหรือไม่ผ่านนั้น ไม่ใช่ประเด็นใหญ่โตนัก แต่ทุกท่านที่นั่งอยู่ในนี้ ทุกสี ทุกกลุ่ม ต่างมีฉันทามติในใจ ว่าอยากเห็นประเทศมีความสงบเรียบร้อย ไม่อยากเห็นการทำร้ายประเทศ นั้นคือประชามติที่ไม่ต้องการบัตร คือสยามานุสติที่ยึดถือประเทศเป็นใหญ่ ยืนยันไม่ว่าจะผ่านหรือไม่ จะไม่มีการยืดเวลาอะไรทั้งสิ้น และทางออกหากประชามติไม่ผ่าน ต้องเตรียมการก่อนวันที่ 7 ส.ค.และขั้นตอนจะเป็นอย่างไร ความลับไม่มีในโลกอยู่แล้ว
“ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.เคยปรารภกับตนว่า ถ้ามันยุ่งๆเรื่องตีความ ทำไมกกต.จึงไม่มีมีกรรมการกฎหมาย เพื่อตีความอะไรเป็นการปลุกระดม ใช้ถ้อยคำที่รุนแรง เหมือนรัฐบาลที่มีคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นที่ปรึกษา ซึ่งประธานกกต.บอกว่ามีอยู่แล้ว ตนจึงบอกให้เปิดออกมา ถ้ามีอะไรก็ส่งให้คณะกรรมการชุดนี้ดู ประชาชนจะได้มั่นใจ เหมือนการดำเนินคดีมาตรา 112 ก็มีคณะกรรรมการกลั่นกรองในลักษณะเดียวกัน เพื่อไม่ให้การดำเนินคดีออกมาพร่ำเพรื่อจนเกินไป ” นายวิษณุ กล่าว
จากนั้นนายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวปิดการประชุมว่า จากที่นายวิษณุ ให้กกต.ตั้งที่ปรึกษากฎหมาย เพื่อคัดกรองเรื่องร้องเรียนต่างๆที่เข้าข่าย 5 ลักษณะต้องห้ามในการทำประชามติ และที่นายอภิสิทธิ์ ตั้งคำถามกับความชัดเจนเรื่องร้องเรียนนั้น ทางกกต.ได้จัดตั้งฝ่ายกม.ทำประชามติแล้ว ประกอบด้วยอดีตรองประธานศาลฎีกา อดีตอธิการบดี ที่ปรึกษากฎหมายกกต.เมื่อมีปัญหาร้องเรียนทางกกต.จะส่งให้ทีมที่ปรึกษษกฎหมาย คัดกรองก่อน อย่างไรก็ตาม ภาพรวมในวันนี้ ถือว่ายินดี คำถามเป็นในทางที่สร้างสรรค์ กกต.จะนำไปปรับปรุงให้ประชามติเกิดความเที่ยงธรรม ยินดีทั้งสองเข้าใจซึ่งกันและกัน จากนั้น เวลา 18.30 น.นายศุภชัย กล่าวปิดการประชุม โดยการประชุมครั้งนี้ใช้เวลา 4 ชั่วโมงครึ่ง
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้กกต.ได้ลงนามเมื่อวันที่ 12 พ.ค.แต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมาย เกี่ยวกับการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย นายสุรินทร์ นาควิเชียร อดีตรองประธานศาลฎีกา เป็นประธาน และนายสุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายสมคิด เลิศไพฑูลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสมาชิกสนช.นายณรงค์ ใจหาญ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายอัครวิทย์ สุมาวงศ์ อดีตรองประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นกรรมการ พร้อมกันนี้ ยังมีผู้บริหารกกต.ร่วมเป็นกรรมการ เลขาธิการกกต.รองเลขาธิการกกต.ด้านกิจกรรมบริหารกลาง ผอ.สำนักกฎหมายและคดี และรองผอ.สำนักกฎหมายและคดี และผอ.ฝ่ายกฎหมาย 1
อย่างไรก็ตามภายหลังเสร็จการประชุมชี้แจง ร่างรัฐธรรมนูญว่า จากข้อมูลที่ได้ในวันนี้ นายวิษณุ กล่าวให้สัมภาษณ์ ว่า เรื่องนี้จะนำไปประกอบการตัดสินใจอีกหลายๆเรื่อง อาจจัดเวทีโดยเชิญนักวิชาการภาคส่วนอื่นๆ มาร่วมหารือ จุดประสงค์การจัดงานวันนี้เหมือนบันไดขึ้นที่ 1 ที่ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้แสดงความเห็น บรรยากาศเป็นไปอย่ากัลยาณมิตร ส่วนข้อเสนอพรรคการเมืองให้ผ่อนคลายประชุมพรรคและทำกิจกรรมการเมือง ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ แต่จะนำข้อมูลไปรายงานพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อีกครั้ง





