วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิดเกม 'ธรรมกาย' สู้ 'คดีฟอกเงินสหกรณ์คลองจั่น'

(รายงาน) เปิดเกม "ธรรมกาย" สู้ "คดีฟอกเงินสหกรณ์คลองจั่น"

“อุณหภูมิเดือดขึ้นเรื่อยๆ” ในคดีที่ดีเอสไอ กล่าวหาว่า พระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย สมคบฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร กรณีมีชื่อรับเช็คจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ผู้ต้องหาคดียักยอกทรัพย์ และฉ้อโกงสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น หลังจากดีเอสไอได้ออกหมายเรียกให้ “ธัมมชโย” เข้ารับทราบข้อกล่าวหามาแล้ว 3  ครั้ง   

โดย “ครั้งแรก”ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา แต่มีการขอเลื่อนออกไปก่อน จากนั้นพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียก “ครั้งที่2 ”ให้รับทราบข้อกล่าวหาในวันที่25เม.ย.ที่ผ่านมา แต่มีการทำหนังสือขอเลื่อนอ้าง “พระธัมมชโย”ติดศาสนกิจ แต่ดีเอสไอพิจารณาแล้วไม่มีเหตุอันควร อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงกำหนดนัดทนายความได้แจ้งอาการอาพาธทำให้ไม่สามารถเข้ารับทราบข้อกล่าวหาได้ แต่พนักงานสอบสวนพิจารณาแล้วเห็นว่าสามารถเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนได้ ดังนั้นจึงเสนอศาลออกหมายจับ แต่ศาลมีคำสั่งให้ออกหมายเรียกอีกครั้ง ดีเอสไอจึงออกหมายเรียกเป็น“ครั้งที่3”กำหนดให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหา เมื่อวันที่16พ.ค.ที่ผ่านมา แต่ทางวัดพระธรรมกาย ส่งหนังสือขอเปลี่ยนสถานที่ “ธัมมชโย”  ขอรับทราบข้อกล่าวหาเป็นวัดพระธรรมกาย โดยอ้างถึงอาการอาพาธ ไม่สามารถเดินทางอออกนอกวัด มีการนำแพทย์ 2นาย และเอกสารหลักฐานการรักษาอาการอาพาธของพระธัมมชโยมายื่นให้ดีเอสไอพิจารณาเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ภายหลังประชุมคณะพนักงานสอบสวนร่วมกับพนักงานอัยการ เพื่อพิจารณาพยานหลักฐานและเหตุผลของทาง“ธัมมชโย” แล้ว ได้มีมติเอกฉันท์ให้นำหลักฐานทั้งหมดทั้งจากฝ่ายพนักงานสอบสวนและพระธัมมชโย ไปขออำนาจศาลอาญา ขอให้ศาลพิจารณาอนุมัติหมายจับ อย่างไรก็ตามในกรณีที่ศาลออกหมายจับให้ ก็ยังไม่ใช่เรื่องง่ายที่ดีเอสไอจะนำตัว “ธัมมชโย” เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

นั่น...เป็น “เทคนิค” ในทางคดีที่ทาง“ธรรมกาย” งัดขึ้นมาสู้  ซึ่งทำให้“ ดีเอสไอ” เดินหน้าคดีไปด้วยความยากลำบาก ส่งผลให้“ธัมมชโย” ไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในทันทีี และหากคดีนี้ต้องเนิ่นนานออกไปเท่าใด ก็มีโอกาสทีี่จะเกิดพลิกผันในทางคดีี ยามเมื่อ“ฟ้าเปลี่ยนสี”  

ส่วนอีกวิธีหนึ่งในทางคดี  ก็คือ การไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน อย่างที่เกิดขึ้นแล้ว คือ การที่ “ธัมมชโย”  มอบอำนาจให้ทนายความ เดินทางไปแจ้งความที่ สภ. คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อให้ดำเนินคดีกับ “ผู้ที่ลงลายมือชื่อ”ในสำเนาเช็คฉบับที่สั่งจ่ายให้กับ “พระธัมมชโย” จำนวนเงิน 100 ล้านบาท  โดย “ธัมมชโย”อ้างว่า ไม่เคยเห็นและไม่เคยได้รับเงินหรือรับเช็คฉบับดังกล่าว รวมทั้งปฏิเสธลายเซ็นที่ปรากฏด้านหลังเช็คว่าไม่ใช่ลายเซ็นของ“พระธัมมชโย” และไม่มีการนำเช็คไปเข้าบัญชี   

นั่นเท่ากับว่า เป็นการกล่าวอ้างว่า มีการนำเช็คฉบับดังกล่าวไปใช้ในนามของพระธัมมชโย เป็นเหตุให้ “ธัมมชโย” ได้รับความเสียหาย  และให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสืบหาเส้นทางเงินว่า เงินไปเข้าบัญชีใคร ซึ่งเป็นการหาตัวคนที่รับเงิน 100 ล้านบาทไป และให้ดำเนินคดีกับผู้ที่ปลอมลายมือชื่อของ“พระธัมมชโย”  

ซึ่งวิธีการนี้ มี“ความแหลมคม” ในการเปลี่ยนรูปคดี จากที่ก่อนหน้านี้ที่ดีเอสไอ ฟันธงไปแล้วว่า “ธัมมชโย” เป็นผู้รับเช็ค โดยทำให้เกิดความสงสัยขึ้นว่า ใครกันแน่ที่เป็นผู้รับเงินไปจากสหกรณ์เครดิตยูเนีี่ยนคลองจั่น และหากคดีที่กล่าวหาว่า ธัมมชโย สมคบฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ถึงชั้นศาล แล้วทางดีเอสไอ ไม่สามารถหาหลักฐานมายืนยันได้ว่า “ ธัมมชโย ” เป็นผู้รับเงินตามเช็คฯ ศาลก็อาจยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้กับจำเลย    

แต่ไม่ใช่เพียงในทางคดีที่ทาง“ธรรมกาย” จะต้องสู้คดีอย่างเต็มที่เท่านั้น การใช้ยุทธศาสตร์เปลี่ยนจาก “รับ”เป็น “รุก” ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน   

เห็นได้จาก“เครือข่ายธรรมกาย” ได้เปิดเกมกดดัน “ดีเอสไอ” ด้วยการ “ฟ้องกลับ ” ว่า ดีเอสไอ ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ในการดำเนินคดีกับ “ธัมมชโย” 

อย่างเมื่อวันที่16 พ.คที่ผ่านมา ได้มี " กลุ่มชาวพุทธ" รวมพลได้ประมาณ 500 คน เดินทางมาที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.)และยื่นเรื่องกล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จากการที่ดีเอสไอ ออกหมายเรียกเพื่อดำเนินคดีกับพระธัมมชโย ในฐานะผู้ต้องหาคดีสมคบฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร กรณีมีชื่อรับเช็คจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด 

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ ก็มี“เครือข่ายธรรมกาย” ที่มีอยู่ทั่วประเทศ ได้ไปยื่นเรื่อง ต่อ ป.ป.ช. จังหวัด  ตามจังหวัดต่างๆ เพื่อให้ดำเนินคดีกับ ดีเอสไอ ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ จากการที่ดีเอสไอดำเนินคดี “ธัมมชโย” ในข้อหาฟอกเงิน  สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น   

นอกจากนั้น ยังมีการยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อ “ศูนย์ดำรงธรรม” และ “ สำนักงานพระพุทธศาสนา " ประจำจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ  โดยมีกลุ่มลูกศิษย์ในจังหวัด ปทุมธานี สระบุรี ราชบุรี นครราชสีมา และยะลา เป็น 5 จังหวัดนำร่อง ในการยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม

โดยในหนังสือขอความเป็นธรรมอ้างว่า เพื่อช่วยปกป้องให้ความเป็นธรรมแก่“พระธัมมชโย” โดยไม่ให้ดีเอสไอดำเนินคดีกับ“ธัมมชโย” เนื่องจากการที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้ทำสำนวนแยกขึ้นมาเป็น“คดีพิเศษ” เป็นอีกคดีหนึ่งเพื่อดำเนินคดีกับ “ธัมมชโย” ในข้อหาฟอกเงิน สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น นั้น  เป็นการซ้ำซ้อนกันกับคดีเก่าที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง“ธัมมชโย” ไปแล้ว ขัดต่อหลักกฎหมายที่ว่า “กรรมเดียวจะดำเนินคดีซ้ำซ้อนไม่ได้”   

 นอกจากนี้ในหนังสือร้องขอความเป็นธรรม  ยังอ้างเหตุผลอื่นๆอีก เช่น  การรับบริจาคของ “ธัมมชโย”ทำโดยเปิดเผย เพื่อนำ“ปัจจัย” ที่ได้รับบริจาคไปใช้ในกิจการทางศาสนา ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของผู้รับบริจาคและผู้บริจาค อีกทั้งบุคคลทั่วไป รวมทั้งผู้บริจาคสามารถตรวจสอบได้ จึงไม่เป็นความผิดฐานฟอกเงินหรือรับของโจร รวมทั้งได้ใช้เงินคืนให้กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นไปหมดแล้ว 

ส่วนใน ต่างประเทศ กลุ่มชาวพุทธและคณะลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย  เช่น  ในกรุงสตอกโฮล์ม ,โกเธนเบิร์ก, อุพซอลา และแยฟเลอ ได้ไปเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้แก่พระธัมมชโย ที่สถานเอกอัครราชทูต ในกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน และที่ องค์การแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศสวีเดน 

ขณะที่ตัวแทน“กลุ่มชาวพุทธ ยูเอสเอ ปกป้องพระพุทธศาสนา” สาขา นอร์ทเธิร์น แคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ได้ไปยื่นหนังสือที่สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ขอความเป็นธรรมให้กับ “ธัมมชโย” 

นอกจากนี้ ยังมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนในหลายๆประเทศ ในการไปยื่นหนังสือเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับ“ธัมมชโย”  

นี่ยังไม่รวม ถึง “โซเชียลมิเดีย” ที่มีคนเขียนข้อความจำนวนมาก เปิดฉากถล่มดีเอสไอ ที่ดำเนินคดีกับ“ธัมมชโย” ในข้อหาสมคบฟอกเงินและรับของโจรจากสหกรณ์เครดิตยูเนีี่ยนคลองจั่น    

แต่สำหรับทาง “พนักงานสอบสวนดีเอสไอ ” แหล่งข่าว ระบุว่า  ไม่ได้หวั่นไหวกับเกมที่ทาง“ธรรมกาย” งัดขึ้นสู้  โดยที่ผ่านมา “ทีมงานดีเอสไอ” ไม่เคยวิเคราะห์ด้วยซ้ำว่า ทาง ”ธรรมกาย“ จะเปิดเกมตอบโต้ ” ดีเอสไอ “ อย่างไรบ้าง โดยมุ่งไปในเรื่องเนื้อหาและพยานหลักฐานในสำนวนคดี ที่จะดำเนินคดีกับ”ธัมมชโย”  เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด  จะไม่“วอกแวก” ไปกับเรื่องอื่น

อย่างไรก็ตาม “คดีกล่าวหาธัมมชโย ฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น” ถึงอย่างไรก็เป็น “งานหนัก” สำหรับ ดีเอสไอ แน่ เพราะ “ธรรมกาย” มีเครือข่ายและลูกศิษย์ อยู่เต็มบ้านเต็มเมือง แทรกซึมไปแทบทุกวงการ หากงานนี้ดีเอสไอ "ไม่เจ๋ง" จริง  "ธัมมชโย ก็คงอยู่รอดปลอดภัย อีกตามเคย