วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

'9กูรูด้านสิทธิฯ' ชำแหละร่างรธน.ฉบับลงประชามติ

“9กูรูด้านสิทธิฯ” ชำแหละร่างรธน.ฉบับลงประชามติ ไร้ความหวัง สิทธิ-เสรีภาพถูก “รัฐ” ฮุบคืน

ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา “35, กลุ่มพลเมืองผู้ห่วงใย และคณะทำงานถกแถลงร่างรัฐธรรมนูญ ร่วมจัดเสวนาโต๊ะกลม เรื่อง เหลียวหลัง แลหน้า พัฒนาการและข้อจำกัดสิทธิด้านต่างๆ จากรัฐธรรมนูญ 2540, 2550 และร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติ 7 ส.ค.​2559” เนื่องในงานรำลึก 24 ปี พฤษภาประชาธรรม2535 

โดยนายไพโรจน์ พลเพชร นายกสมาคมนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กล่าวในด้านศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิมนุษยชน ว่า การกำหนดหลักการศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ที่จะเชื่อมโยงไปยังหมวดสิทธิ และเสรีภาพของประชาชน โดยในร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติตามที่เขียนในประเด็นดังกล่าวไว้ในมาตรา 4 แต่ยังขาดหลักประกันที่รัฐต้องให้ความคุ้มครองและต้องไม่ละเมิดสิทธิ เสรีภาพของประชาชน รวมถึงการยกประเด็นสิทธิ เสรีภาพของประชาชนต่อสู้ในชั้นศาลเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตนเอง แม้ในมาตราที่เกี่ยวข้องจะบัญญัติว่าห้ามออกกฎหมายที่ละเมิดสิทธิ เสรีภาพของประชาชน จะคุ้มครองประชาชนเฉพาะการออกกฎหมายเท่านั้น ไม่ครอบคลุมถึงการกระทำ ทำให้การบัญญัติว่าด้วยศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ในมาตรา 4 ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติจึงไม่มีความหมาย ขณะที่หลักว่าด้วยสิทธิมนนุษยชน ที่ให้คุณค่าของอิสรภาพ ความเสมอภาค ของบุคคลหรือสิทธิของกลุ่มบุคคล ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติแม้จะบัญญัติเรื่องอิสรภาพและเสมอภาค แต่ยังขาดการยอมรับในเรื่องสิทธิของกลุ่มบุคคล ทั้งสิทธิว่าด้วยชุมชน ทำให้สิทธิประชาชนไม่ถูกสถาปนาด้วยรัฐธรรมนูญ ทำให้การได้รับสิทธิหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับรัฐจะดำเนินการ​

ด้านนายบัณฑูรย์ เศรษฐศิโรตม์ ผู้อำนวยการสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม กล่าวในด้านสิทธิพลเมืองในทางการเมืองและการมีส่วนร่วมในกระบวนการนโยบายสาธารณะ ว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติให้ความสำคัญกับการเมืองเชิงสถาบัน คือ ที่มา ส.ส.,​ส.ว. เท่านั้น ขณะที่การเมืองภาคพลเมืองที่อยู่บนฐานสิทธิ เสรีภาพในด้านต่างๆ ถูกทำให้จำกัดและอาจส่งผลต่อให้พื้นที่ของการเมืองภาคพลเมือง ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม และตอบโจทย์จุดอ่อนของการเมืองเชิงสถาบันด้วย สำหรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติไม่ถูกออกแบบให้ตอบโจทย์กับการเปิดพื้นที่ให้ตัวแทนประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วม ทั้งกลไกการเมืองเชิงโครงสร้าง,​ นโยบายสาธารณะ เพราะสิทธิหลายเรื่องถูกเปลี่ยนให้ไปเป็นหน้าที่ของรัฐ หมายความว่าหลายเรื่องประชาชนไม่สามารถริเริ่มได้ ต้องรอให้รัฐดำเนินการ แต่หากรัฐไม่ดำเนินการประชาชนจึงมีสิทธิฟ้องร้อง ขณะเดียวกันการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเสนอร่างกฎหมาย ที่ขาดหลักประกันและต่อยอดสิทธิประชาชน และสิทธิที่มีอยู่ถูกจำกัด อาทิ การไม่กำหนดสัดส่วนตัวแทนประชาชนที่เสนอกฎหมายให้ร่วมเป็นคณะกรรมาธิการพิจารณา, หลักประกันว่าร่างกฎหมายฉบับของประชาชนจะไม่ตกไปเมื่อมีการยุบสภา เป็นต้น ทั้งนี้มีผู้เตือนตนว่า อย่าติดกับดักกับรัฐธรรมนูญ ดังนั้นขอเรียกร้องให้ประชาชนช่วยออกแรงดำเนินการแม้จะไม่มีร่างรัฐธรรมนูญแบบลายลักษณ์อักษรรองรับ

ด้านนางสุนี ไชยรส ผู้ประสานงานร่วมขบวนผู้หญิงปฏิรูปประเทศไทย (วีมูฟ). กล่าวในด้านสิทธิสตรีและสิทธิความหลากหลายทางเพศสภาพ ว่า การต่อสู้เรื่องสิทธิสตรี และความหลากหลายทางเพศในร่างรัฐธรรมนูญ ไม่มีเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องความเท่าเทียมทางเพศเท่านั้น แต่ความหลากหลายทางเพศที่เกิดขึ้นนั้นต้องรวมถึงสิทธิชุมชน สิทธิด้านอื่นๆ ด้วย โดยในร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติ ที่ตนติดใจ คือ การเขียนเนื้อหาเกี่ยวกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่เขียนบทบาทได้น่าเกลียด สำหรับหน้าที่ที่ต้องดำเนินการที่เป็นฝ่ายสนับสนุนประชาชนนั้นกลับถูกลดทอนลงไป

ส่วนนายสุรพงษ์ กองจันทึก ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษากะเหรี่ยงและการพัฒนา กล่าวในด้านสิทธิในการศึกษาและสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ กล่าวว่า สำหรับเนื้อหาว่าด้วยสิทธิการศึกษาที่ร่างรัฐธรรมนูญระบุรับรองให้ได้รับสิทธิ 12 ปี ตั้งแต่ชั้นก่อนวัยเรียนไปจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยเหตุผลสำคัญที่ลดระดับดังกล่าวรับทราบว่าเป็นเพราะปัญหาเรื่องงบประมาณ ทั้งนี้นโยบายด้านการศึกษาของรัฐบาลมีคำสั่งให้สิทธิเด็กรับการศึกษาตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงม.6 อยู่แล้ว แต่กรณีที่เกิดขึ้นเห็นได้ชัดว่าการกำหนดบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญซึ่งตัดสิทธิเด็กวัยเรียนนั้นเกี่ยวข้องกับงบประมาณ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าห่วงต่อประเด็นปัญหาทางสังคมที่อาจเกิดขึ้นกับเด็กที่ไม่ได้รับการคุ้มครองด้านการศึกษาเพิ่มมากขึ้น  

ขณะที่นายสมชาย กระจ่างแสง กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ กล่าวในด้านสิทธิในการรักษาพยาบาลและเข้าถึงระบบบริการสาธารณสุข ว่า ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติที่ระบุให้สิทธิการบริการสาธารณสุขกับบุคคลยากไร้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นการทำลายสิทธิความเสมอภาคของประชาชนต่อการได้รับสิทธิดังกล่าว นอกจากนั้นแล้วยังพบว่าสิทธิการรักษาพยาบาลไม่มีถ้อยคำใดที่เป็นหลักประกันของการได้รับสิทธิบริการสาธารณสุขของรัฐที่มีประสิทธิภาพอย่างเท่าเทียมจึงเป็นสิ่งที่น่ากังวล

น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค กล่าวในด้านสิทธิผู้บริโภค ว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติลดทอนสิทธิของประชาชนและมนุษยชน ทั้งที่ร่างรัฐธรรมนูญควรวางมาตรฐานที่สร้างลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และทำสิทธิของประชาชนก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องเหมาะสม และสอดคล้องกับพัฒนาการของสังคมไทย โดยเนื้อหาว่าด้วยสิทธิผู้บริโภคในร่างรัฐธรรมนูญถือว่ามีความล้าหลังกว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องซึ่งบัญญัติรับรองสิทธิของพลเมืองในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภค เพราะคนร่างรัฐธรรมนูญเขียนเนื้อหาที่แปลความได้ว่ากลับไปสู่การจัดตั้งองค์กรผู้บริโภค โดยขาดความเข้าใจว่าปัจจุบันมีองค์กรว่าด้วยผู้บริโภคจำนวนมาก ดังนั้นทำให้การเขียนบทบัญญัติดังกล่าวไม่มีความหมาย ส่วนทิศทางของร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติ คือการสงเคราะห์มากกว่ายกระดับสิทธิ หรือสร้างกลไกเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งของประชาชน  

นายทวีป กาญจนวงศ์ ประธานกรรมการมูลนิธิพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย กล่าวในด้านสิทธิของผู้ใช้แรงงาน ว่า สิทธิและเสรีภาพในการชุมนุม มีความสำคัญต่อการเรียกร้องของผู้ใช้แรงงานต่อการได้รับความกินดีอยู่ดี แต่ด้วยกฎหมายที่บัญญัติขึ้นใหม่ อาทิ กฎหมายว่าด้วยชุมนุม ทำให้ผู้ใช้แรงงานที่ใช้การชุมนุมเป็นกลไกเรียกร้องมีความเสี่ยงที่จะถูกจับดำเนินคดี ขณะที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติแม้จะบัญญัติให้ช่วยเหลือผู้ใช้แรงงาน แต่ในเรื่องรายงาน หรือสวัสดิการด้านรายได้ไม่ได้บัญญัติที่ต้องให้เกิดความเป็นธรรม แต่กลับเขียนเนื้อหาที่กำหนดให้รัฐส่งเสริมการออม โดยตนมองว่าเป็นสิ่งที่พอรับได้  

ด้านนายสมชาย หอมลออ เลขาธิการมูลนิธิสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา กล่าวในด้านสิทธิในกระบวนการยุติธรรม ว่า จากการศึกษาร่างรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปมีเนื้อหาแย่กว่ารัฐธรรมนูญที่ผ่านมา แม้กรธ. จะให้เหตุผลว่าบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมาได้รับบัญญัติไว้ในกฎหมายธรรมดาแล้ว แต่ในข้อเท็จจริงเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับประชาชนควรเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญเพื่อไม่ให้ผู้ใดออกกฎหมายเพื่อจำกัดสิทธิของประชาชน ขณะที่สิทธิเสรีภาพในกระบวนการยุติธรรมของบุคคล โดยเฉพาะกระบวนการยุติธรรมทางอาญา การดำเนินคดีที่เป็นธรรม สิทธิเข้าถึงความยุติธรรม ไม่ได้บัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติ ถือว่าสิทธิในกระบวนยุติธรรมของประชาชนถูกลดทอน เช่น การร้องทุกข์ ร้องเรียนที่ต้องได้รับความคุ้มครอง เพราะการกำหนดไว้สามารถตีความได้ถึงการคุ้มครองสิทธิของประชาชนเพื่อไม่ให้ถูกฟ้องร้องกลับ​โดยหน่วยงานรัฐ​หรือเอกชน แม้กรธ.จะอธิบายถึงเหตุผลว่าไม่ได้บัญญัติไว้เพราะมีกฎหมายระดับรองเขียนไว้แล้วนั้น ตนมองว่าจะส่งผลอย่างยิ่งต่อสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของประชาชนทุกกรณี ไม่เว้นเฉพาะคดีทุจริตคอรัปชั่นหรือ คดีค้ามนุษย์เท่านั้น เนื่องจากปัจจุบันพบว่าประชาชนที่ฟ้องคดีเรื่องสิ่งแวดล้อม ถูกหน่วยงานรัฐหรือเอกชนฟ้องร้องกลับฐานฟ้องเท็จ 

ส่วนนายปราเมศ เหล็กเพ็ชร์ อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กล่าวในด้านเสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพของสื่อมวลชน ว่า สิทธิ เสรีภาพด้านต่างๆ ของประชาชนถูกรัฐทวงคืนไปทั้งหมดแล้ว ซึ่งตนมองว่าสิ่งที่ต้องแลหน้าคือประชาชนต้องรวมตัวเพื่อทวงคืนสิทธิ เสรีภาพที่หายไปนั้นกลับมา ​ขณะที่สิ่งที่ต้องเหลียวหลังคือเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 ที่พบว่าเกิดการการสืบทอดอำนาจที่ทำให้สิทธิของทุกฝ่ายถูกลดทอนโดยรัฐ มีการออกกฎหมายที่จำกัดสิทธิของประชาชน เพิ่มอำนาจให้เจ้าหน้าที่รัฐ ดังนั้นกระบวนการต่อสู้ของสื่อมวลชนกับกฎหมายที่จำกัดสิทธิเสรีภาพเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ตนมองว่าทุกฝ่ายต้องรวมตัวเพื่อเรียกร้องให้เกิดการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์และทันสมัยกับโลกปัจจุบัน