"พล.ต.ท.ศานิตย์" แจงกรณี "แม่ดีไซด์เนอร์" ถูกลักพาตัว เป็นความเข้าใจผิดในครอบครัว พร้อมประสาน 2 ฝ่ายเจรจากัน
จากกรณีเฟซบุ๊กชื่อ “Kerati Chollasit” ของ “ตั้ว-กีรติ ชลสิทธิ์” ดีไซเนอร์ชื่อดังและเจ้าของห้องเสื้อ “ดวงใจบิส”โพสต์รูปภาพพร้อมข้อความว่า มารดาของตนเองชื่อ “นางสมพร ชลสิทธิ์” อายุ 90 ปีถูกสองสามีภรรยาที่รู้จักกันลักพาตัวหายไปอบ่างลึกลับ โดยที่มารดาช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ไม่สามารถเดินได้ด้วยตัวเอง ขับถ่ายหนักเบาไม่รู้ตัว ความจำมาเป็นช่วงๆ ต้องนั่งบนรถเข็น กินอาหารปั่นเหลวต้องป้อน โดยสองสามีภรรยาได้พาตัวออกไปจากโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งย่านสามเสน เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้และยังไม่นำตัวกลับมา เชื่อว่า อาจเกี่ยวข้องกับเรื่องผลประโยชน์ตามที่เป็นข่าวหลังจากมาแจ้งความไว้ที่ สน.พญาไทแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้( 11 พ.ค.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทน ผบช.น. กล่าวถึงการติดตามตัวมารดานายกีรติว่า เจ้าตัวคงจะรู้แล้วว่า มารดาไปกับใคร เพราะได้มีการลงบันทึกประจำวันที่ สน.พญาไท แล้ว ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นเชื่อว่าจะเป็นเรื่องภายในครอบครัว เนื่องจากนางสมพร มีทรัพย์สินมรดกจำนวนมาก โดยนายสมบูรณ์ สามีนางสมพรได้เสียชีวิตแล้ว เหลือแต่นางสมพร ที่อายุ 90 กว่าปี ซึ่งศาลมีคำสั่งให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถ โดยให้นางดวงใจและนายกีรติเป็นผู้อนุบาล คาดว่า บุคคลทั้ง 2 อาจจะมีปัญหาโต้แย้งกันส่วนตัว เพราะมีการแจ้งความที่ สน.บางซื่อ โดยนางดวงใจ กล่าวหาว่า นายกีรติ ลักทรัพย์ตู้เซฟ เสื้อผ้าและทำให้เสียทรัพย์ ทำลายประตูบ้านภายในบ้านของนางสมพร ย่านประดิพัทธ์ ซึ่งเรื่องยังอยู่ในชั้นสอบสวน
อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ขอเรียนว่าหลังจากนางดวงใจรับนางสมพรไปจากโรงพยาบาลวิชัยยุทธ ได้มีการลงประจำวันไว้ที่ สภ.เสม็ด จ.ชลบุรี โดยนางดวงใจได้รับตัวนางสมพรมาดูแลตามสิทธิที่พึงได้รับในฐานะบุตรและเป็นผู้อนุบาลตามคำสั่งศาล เรื่องนี้พยายามให้ ผกก.สน.พญาไท ประสานทำความเข้าใจกับทั้ง 2 ฝ่ายให้มีการเจรจาพูดคุยกัน ในฐานะที่เป็นพี่เป็นพี่น้อง จากการตรวจสอบได้รับการยืนยันว่า นางสมพรมีความเป็นอยู่ที่ดีในพื้นที่ จ.ชลบุรี
"ขอชี้แจงว่าเรื่องนี้้ไม่เกี่ยวข้องกับการลักพาตัวหรือเป็นการกระทำความผิดอาญาทำผิดกฎหมาย เพราะเป็นเรื่องภายในครอบครัว ส่วนจะเกี่ยวกับมรดกหรือไม่ ผมไม่ทราบ เราพยายามประสานทั้ง 2 ฝ่ายให้มาพูดคุยกัน ตำรวจมีหน้าที่ที่จะทำให้ทุกคนรวมถึงครอบครัวของทั้งคู่เกิดความเข้าใจอันดีกัน แต่หากนายกีรติ อยากเป็นผู้อนุบาลเพียงคนเดียว ก็ต้องไปยื่นคำร้องต่อศาลให้ศาลสั่งการตามความเหมาะสมว่าเป็นผู้อนุบาลแต่ฝ่ายเดียวซึ่งเป็นเรื่องในทางแพ่ง เรื่องนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2553 แล้วซึ่งศาลมีคำสั่งให้ทั้ง 2 ร่วมกันเป็นผู้อนุบาลเพราะฉะนั้นทุกคนก็มีสิทธิที่จะดูแลนางสมพร" รรท.ผบช.น. กล่าว





