(บทวิเคราะห์) 2ปีแห่งการยึดอำนาจ..ความฝัน "ประยุทธ์" ที่ยังไม่ถึงฝั่ง?
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวไว้ในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ เมื่อคืนวันที่ 6พ.ค.2559 เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศหลังการยึดอำนาจเมื่อวันที่ 22พ.ค.2557 นั้น ชัดแล้วว่า การปฏิรูปประเทศตามแนวทางและโรดแมปที่วางไว้นั้น ยังไม่เสร็จสิ้นและหากมองลึกๆแล้ว งานนนี้ต้องมีผู้ที่มาสืบทอดเจตนารมณ์ของการยึดอำนาจครั้งนี้ให้ลุล่วง
“การปฏิรูปมันปฏิรูปตั้ง 31 วาระ 37 เรื่อง กิจกรรมเยอะแยะไปหมด มันถึงต้องมีมีระยะที่ 1 , 2 , 3 , 4 , 5 นั้นคือเหตุผลของการที่จะต้องมีแผนปฏิรูป 5 ปี 4 แผน มีแผนสภาวะอีก 4 แผนสอดคล้องกัน ทั้งหมดร่วมกันเป็นยุทธศาสตร์ 20 ปีข้างหน้า เราต้องการอะไรให้ประเทศไทยมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ใช่ไหมก็ต้องไปซอยย่อยยิบออกมา และมีกิจกรรมไหนที่รัฐบาล-คสช.กำลังเลือกว่า สิ่งไหนทำได้เลยเราทำเลย อันไหนที่จะเริ่มต้นได้เราก็จะเริ่มต้นในช่วงนี้ถึง 2560 ให้ได้ อย่างน้อยก็เป็นแนวทาง-เป็นการนำร่อง -เป็นแบบอย่าง อะไรแก้จบได้ก็จบไปเลย อันไหนจบไม่ได้ก็ไปต่อระยะหน้า ซึ่งก็ไม่ใช้หน้าที่ของผมแล้ว”
“ สำหรับตอนนี้เราอยู่จุดของการปฏิรูปในระยะที่ 1 คือ ตั้งแต่เข้ามา(22พฤษภาคม25 57)ก็แก้ไขความขัดแย้ง แก้ไขปัญหาที่สำคัญ จัดระเบียบบ้านเมืองให้ทุกคนมาอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ก็พยายามเต็มที่นะ ก็ถือว่าบ้านเมืองสงบสมควรนะในขณะนี้ มันก็มีเฉพาะในสื่อในโซเชียลมีเดียเท่านั้น กับคนบางคนที่ออกมาพูดจาที่มันทำให้บ้านเมืองเสียหาย ก็ฝากผู้ที่รับผิดชอบด้านนี้ดูแลกันด้วยแล้วกันว่าอย่าให้เกิดขึ้นอีก สิ่งที่มันจะต้องเกิดขึ้นต่อไปอย่างที่ผมคาดหวังก็คือว่า ปฏิรูประยะที่ 1 มันรวมไปตั้งแต่ พฤษภาคม 2557 ไปจนถึง25 58 วันนี้ผมทำของปี 2559-2560 ให้เพิ่มขึ้นอีก ก็เอาแผนใหญ่ของ สปช. -สปท.ที่ทำมานี้และมีประโยชน์ พวกเขาคิดมาในภาพรวมและซอยย่อยแผน ตามที่พวกเขาส่งมานั้น พวกเขาก็มีคณะ กรรมาธิการศึกษาหลายๆเรื่อง ผมดูตลอด ผมก็มองว่า เออ...ทุกคน ตั้งใจนะ”
“วันนี้ทุกคนคาดหวังว่าจะให้ปฏิรูปให้เสร็จภายใน1ปี- 2 ปี ไม่มีทางเสร็จหรอก หลายประเทศเขาเป็นร้อยปียังไม่เสร็จเลย ประเทศไทยยังไม่เริ่มปฏิรูปสักที มาเริ่มปฏิรูปตั้งแต่ ปี 2557 ที่ผ่านมานี้แหละ แล้วท่านจะหยุดหรือ ท่านจะไม่ให้ประเทศมันเดินหน้าไปแล้วกลับไปสู่ความขัดแย้งแบบเดิมๆประเทศชาติที่ว่าดีๆ จริงๆมันไม่ได้ดีหรอก มันกลวงข้างใน เพราะฐานมันไม่แน่น จิตใจคนมันก็็แหลกสลาย ผมคิดว่ามันเสียใจบ้างอะไรบ้าง เพราะความขัดแย้งไง เสียใจ เสียชีวิต เสียอะไรต่างๆเยอะแยะ วันนี้ต้องปฏิรูปทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ข้าราชการ ประชาชน ต้องปฏิรูปตัวเอง ผมก็ต้องปฏิรูปตัวเองเสมอ ผมก็อดทน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ข้อความข้างต้น คือสิ่งบ่งชี้ความในใจของพล.อ.ประยุทธ์ ที่ไม่น่าจะตีความยากนัก เพราะชายชาติทหารคนนี้พูดอะไรตรงๆ ไม่อ้อมค้อมและไม่ต้องตีความมากนัก
สองปีที่คสช.ยึดอำนาจเพื่อขจัดปัญหาของชาติและวางแผนยุทธศาสตร์ไว้ยาวๆนั้น ทายาทของ คสช. คือตัวตายตัวแทนที่ต้องรับไม้ต่อจาก พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อขับเคลื่อนภารกิจให้เป็นรูปธรรม
คิดล่วงหน้า หากรัฐธรรมนูญผ่านประชามติแบบไม่ลำบากนัก แผนต่างๆที่คสช.วางไว้ก็ไม่น่าจะแปรเปลี่ยน เพราะอย่างน้อยห้าปีแรก คนการเมืองที่เข้ามาเป็นรัฐบาลก็ไม่สามารถทำอะไรได้เต็มชิ้นเต็มอันนัก
กลไกที่ คสช. วางไว้เพื่อบีบความขัดแย้งนับสิบปีให้จบลงหรืออย่างน้อยไม่ให้ขยายผลไปมากกว่าที่ผ่านมาย่อมเป็นสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ หวังจะเห็นผลสัมฤทธิ์
แต่ในความเป็นจริง มันอาจไม่ง่ายดั่งใจนึกเท่าใดนัก เพราะกระแสต้านที่มาจากบางกลุ่ม-บางคนที่ไม่สนับสนุน คสช. และรัฐบาลนี้ก็ออกมาขยับเป็นระยะ
การบังคับใช้กฎหมายสารพัดฉบับที่เจ้าหน้าที่รัฐงัดออกมาจัดการนั้น ต้องดูว่า จะจี้จุดตายบางกลุ่ม-บางคนเหล่านี้ให้อยู่หมัดหรือไม่ เพราะหากใครอยู่ในฐานะของ พล.อ.ประยุทธ์ วันนี้ ก็คงหงุดหงิดใจไม่น้อยเพราะเคยให้โอกาสกับบางกลุ่ม-บางคนเหล่านี้มาหลายครั้ง แต่เสมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นและยังท้าทายอำนาจรัฐเสมอ
เมื่อตอนนี้ มีการเพิ่มดีกรีการบังคับใช้กฎหมายกันแบบทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ ก็ต้องดูว่า สิ่งเหล่านี้จะจัดการกับขั้วตรงข้ามรัฐบาลให้ชะงักงันแบบครั้งเดียวจบได้หรือไม่
เพราะอย่าลืมว่า อีกไม่กี่วันข้างหน้า การเดินสายชี้แจงทำความเข้าใจกับมวลชนเรื่องประชามติต้องเริ่มต้น สิ่งใดที่น่าจะเป็นสิ่งกีดขวาง ก็ต้องจัดการให้เรียบร้อยตั้งแต่ต้น
"กกต.จะนำแจกจ่ายให้กับผู้เข้าร่วมงานวันคิกออฟ (Kick off )ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 25 พ.ค.นี้ และหลังจากนั้น กกต.จะต้องรีบจัดส่งร่างรัฐธรรมนูญและเอกสารสรุปสาระสำคัญไปยังที่สถานที่ต่างๆให้ทันตามกำหนดการ ส่วนด้านการมีส่วนร่วมที่มีนายประวิช รัตนเพียร กรรมการกกต.ดูแลอยู่นั้นก็จะดำเนินการให้ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยตำบล (ศส.ปชต.) ทุกตำบลติดตามการแจกจ่ายและประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีสิทธิออกเสียงออกมาใช้สิทธิกันให้มากที่สุด ส่วนด้านอื่นขณะนี้ก็พร้อมดำเนินการทุกด้านแล้ว ดังนั้น คาดว่าการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่น่าจะมีปัญหาหรืออุปสรรคใดต่อการดำเนินการ" นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต.กล่าวไว้เกี่ยวกับการคิกออฟการเเจกจ่ายร่างรับธรรมนูญสู่มวลชน
ตอนนี้กระแสต้าน6ทำได้ 8ทำไม่ได้ เกี่ยวกับกฎหมายประชามติกำลังกระพือ เเต่อย่าลืมว่า กฎเหล็กที่คนในเครื่องแบบจัดการกับกลุ่มต่อต้านหน้าเดิมๆ ตามที่พล.อ.ประยุทธ์อ้างถึงกันแบบถึงขั้วนั้น อาจจะส่งผลลบกับภาพลักษณ์ของผู้นำประเทศบ้าง เเต่มองเเล้ว รัฐบาลเเละคสช.อาจเหมือนไม่เเคร์
เพราะสิ่งที่ พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง ยื่นเรื่องต่อสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เพื่อให้ตรวจสอบและยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อผู้ที่เห็นต่างจากรัฐบาลและคสช.ว่า เป้าหมายของรัฐบาลและคสช.คือการรักษาความสงบเรียบร้อยในช่วงเปลี่ยนผ่านประเทศ โดยยืนยันว่านับตั้งแต่เข้ามาบริหารบ้านเมืองไม่เคยมีเหตุการณ์จับกุมซ้อมทรมานประชาชนหรือกลุ่มผู้เห็นต่างตามที่เครือข่ายอาจารย์นำมากล่าวอ้าง
“ผู้กระทำผิดกฎหมายทุกคนจะถูกควบคุมตัวและปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายแม้แต่คนที่กระทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ไม่เคยถูกกระทำรุนแรงใดๆทั้งสิ้นอยากให้เครือข่ายอาจารย์พิสูจน์ให้เห็นด้วยหลักฐานไม่ควรเชื่อข้อมูลจากการฟังตามกันมาหรืออ่านเพียงข้อมูลจากโซเชี่ยลมีเดียโดยขาดการตรวจทานผิดวิสัยนักวิชาการหรือปัญญาชนที่มีคุณภาพ”
เมื่อบวกกับ พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเสริมเรื่องเดียวกันว่า "เรื่องดังกล่าวพล.อ.ประยุทธ์รับทราบเรื่องแล้วและเราก็ทราบข้อมูลดีว่าอะไรเป็นความจริง อะไรเป็นประเด็นเท็จ อย่างเช่น ประเด็นที่มีการระบุว่ามีการจับกุมและซ้อมทรมานประชาชนต่างขั้วการเมือง ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นข้อความที่เขียนโดยนักวิชาการ ตนอ่านแล้วรู้สึกว่าเหลือเชื่อมากที่ออกมาจากนักวิชาการ ต้องบอกว่าที่ผ่านมาเราชัดเจนการเชิญกลุ่มเห็นต่างพุดคุยเป็นการยับยั้งไม่ให้เกิดการสร้างบรรยากาศที่ไม่ปรองดองในช่วงการทำประชามติ การพูดว่ารัฐบาลละเมิดสิทธิอย่างรุนแรงเป็นการจินตนาการมากกว่าข้อเท็จจริง แต่ผมไม่ได้ว่านักวิชาการเหมารวมทั้งหมด แต่เป็นนักวิชาการกลุ่มหนึ่งเท่านั้น”
“คนที่ออกมาพูด เขาพูดเอง เรื่องนี้กระทรวงต่างประเทศและรัฐบาลมีคำอธิบายที่ชัดเจนถึงข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง เรื่องนี้เราคงต้องมีการตรวจสอบข้อกล่าวอ้างดังกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของคนที่พูดยืนยันรัฐบาลไม่ห่วงอยู่แล้วและไม่กังวลเพราะสิ่งที่พูดไม่เป็นความจริงฉะนั้นจะไม่กระทบอะไร”พล.ต.วีรชนกล่าว
มันชัดอยู่เเล้ว ในคำตอบที่ชี้เเจงออกมาว่า คนในเครื่องเเบบคิดเเละวางเเผนงานไว้เช่นไรกับสิ่งที่จะต้องเจอ เพราะข้อมูลลึกเเต่ไม่ลับจากคนในเครื่องเเบบระบุว่า จะจับตากลุ่มที่ตั้งใจจะเล่นงานคสช.-สถาบันเป็นหลัก เพราะมีการปล่อยปละละเลยมาพักใหญ่เเล้ว
“ควรเปิดกว้างเหมือนการทำประชามติปี2550ไม่ต้องมาพูดว่าอะไรควรทำ ไม่ควรทำด้วยซ้ำ เพราะมีกฎหมายอยู่แล้ว ซึ่งการพูดโกหก การด่ากัน ก็ผิดและต้องถูกดำเนินคดีอยู่แล้ว จึงต้องแยกให้ออกระหว่างเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งต้องระมัดระวังว่าบางครั้งเราไปตีความจำกัดมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการตีความรณรงค์ การเคลื่อนไหว หรือการอ้างเรื่องความมั่นคง ความสงบเรียบร้อยที่มีการตีความคนละแบบ ซึ่งจะเป็นปัญหาทำให้สถานการณ์อึดอัด และไปลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น แล้วจะทำให้เกิดกระบวนการในการตัดตอนอำนาจในการตัดสินใจของประชาชน หากเป็นอย่างนั้นประชามติที่ออกมาก็จะไม่เป็นที่น่ายอมรับ ไม่เป็นที่น่าเชื่อถือทั้งในระดับประเทศและระดับสากล”คำเตือนของนพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ อดีตกรรมการสิทธิมนุษชนเเห่งชาติ คสช.ก็น่าจะฟังไว้ประกอบด้วย
การปฏิรูปครั้งนี้ มันคือการวางนโยบายอนาคตประเทศไว้ยาวๆตามเเนวคิดของคสช. เเต่หากปฏิบัติการบางด้านดำเนินการไปเเบบไม่มีสติยั้งคิด อันตรายอาจมีมาเเบบเฉียบพลัน
ขอเตือนไว้นิดว่า เหตุเเบบนี้ “น้ำผึ้งหยดเดียว”อาจเกิดขึ้น ขอให้ระวังสักหน่อย มิเช่นนั้นความฝันของพล.อ.ประยุทธ์อาจจะหลุดลอยไป และอาจยากที่จะตามกลับมา!!





