วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สปท.' จ่อตั้งสถาบันปฏิรูปประเทศให้ยั่งยืน

"อลงกรณ์" เตรียมตั้งสถาบันการปฏิรูปประเทศ สานต่องานปฏิรูปให้เกิดความยั่งยืน

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) คนที่หนึ่ง กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุถึงโรดแม็ปของการปฏิรูปประเทศว่า ยังอยู่ในช่วงระยะที่ 1 ซึ่ง หมายถึงช่วงระยะก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ในเดือนกรกฏาคม 2560 ดังนั้นในช่วงระยะหลังจากนี้ แม้จะเหลือเวลาน้อย สปท.และองค์กรที่เกี่ยวข้องซึ่งนายกฯ ได้แต่งตั้งให้เป็นกลไกช่วยขับเคลื่อนงานปฏิรูป ทั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่งตั้งจำนวน 6 คณะ, คณะกรรมการร่วม 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายสปท., ครม. และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ประสานการทำงานและให้ความร่วมมือต่อการขับเคลื่อนการปฏิรูปในภาคปฏิบัติให้ดำเนินไปตามแผนที่กำหนดไว้

นายอลงกรณ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนการขับเคลื่อนงานการปฏิรูป จะต้องทำอย่างต่อเนื่องและให้เป็นรูปธรรมนั้น ทางสปท.ได้รับการตอบรับจากองค์กรภาคประชาสังคม กว่า 100 องค์กร เช่น กลุ่มเกษตร, กลุ่มประชาสังคม, กลุ่มเครือข่ายนักวิชาการ ที่จะเข้าร่วมเป็นภาคีร่วมเดินหน้าการปฏิรูป เพราะแต่ละองค์กรได้ตระหนักแล้วว่า การปฏิรูปประเทศต้องถูกขับเคลื่อนจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน

นอกจากนั้นแล้วภายในสัปดาห์หน้า สปท. จะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนด้านวิชาการและการอบรม เพื่อพิจารณาถึงการจัดหลักสูตร และโครงสร้างของสถาบันการปฏิรูป (รีฟอร์ม อคาเดมี่) ที่ล่าสุดได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยราชภัฎ ทั้ง 38 แห่งทั่วประเทศแล้วว่า จะร่วมมือและพัฒนาสถาบันการปฏิรูปในสถาบันการศึกษาเพื่อให้การปฏิรูปประเทศในแต่ละด้านนั้นมีความยั่งยืนและสามารถสานต่อได้

ส่วนระยะหลังจากนั้นจะขอความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยของรัฐ และเอกชนให้เข้าร่วมและอาจคัดเลือกให้บางสถาบันเป็นหลักในการปฏิรูปแต่ละด้านเฉพาะ เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปฏิรูปด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม, มหาวิทยาลัยมหิดล ปฏิรูปด้านสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติ เป็นต้น “ดังนั้นการปฏิรูปที่ผ่านมา และการขับเคลื่อนการปฏิรูปต่อจากนี้ไปจนครบระยะการปฏิรูปช่วงที่ 1 คือ ก่อนการเลือกตั้ง งานปฏิรูปแต่ละด้านมีความคืบหน้าไปมาก เพราะจากการประสานร่วมกันของเครือข่ายแม่น้ำ 5 สายและการขับเคลื่อนร่วมกันกับภาคประชาสังคม บางเรื่องของการปฏิรูป สร้างผลกระทบต่อบางองค์กร เช่น ตำรวจ แต่จากการที่เชิญผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มานั่งคุยกับคณะอนุกรรมการปฏิรูปกิจการตำรวจแล้ว ทำให้ทั้งฝ่ายปฏิรูป และฝ่ายที่ถูกปฏิรูปเกิดความเข้าใจ และให้ความร่วมมือปฏิรูป โดยภายในเดือนพฤษภาคมนี้จะมีการสัมมนาและเดินหน้าการปฏิรูปงานตำรวจใน 500 สถานีตำรวจนำร่อง ” นายอลงกรณ์ กล่าว