ปชป. ชี้ประชามติต้องมีเสรีไม่มัดมือชก แนะเปิดให้คนเห็นต่างได้พูด หวังเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการออกเสียงประชามติว่า เมื่อพิจารณาถึงเนื้อหาสาระของกฎหมายประชามติ และบรรยากาศของการทำประชามติแล้วพบว่า เป็นไปในลักษณะมัดมือชก เพราะมาตรา 10 ของกฎหมายประชามติ เปิดโอกาสให้กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) หน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ สามารถเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญให้ประชาชนทราบได้โดยไม่ถือว่าเป็นการจูงใจ ซึ่งย่อมเชื่อได้ว่าคงออกไปประชาสัมพันธ์ถึงข้อดีของรัฐธรรมนูญ และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็สามารถดำเนินการประชาสัมพันธ์ถึงข้อดีของคำถามพ่วง ที่ให้ ส.ว. จากการสรรหาโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีสิทธิเลือกนายรัฐมนตรีได้เต็มที่เช่นเดียวกับ กรธ. แต่ในส่วนของผู้ที่เห็นต่างไม่สามารถออกไปพูดถึงความเห็นที่แตกต่าง ไม่สามารถพูดถึงข้อเสียในรัฐธรรมนูญได้ และการที่รัฐเอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายหนึ่งพูดถึงข้อดีของร่างรัฐธรรมนูญได้ แต่ไม่เอื้อประโยชน์ให้อีกฝ่ายหนึ่งพูดถึงข้อเสีย จึงเท่ากับเป็นการมัดมือชก ทางที่ดีรัฐควรเปิดพื้นที่ร่วมมือสนับสนุน ให้กับผู้เห็นต่างเช่นเดียวกับ กรธ. ก็จะถือว่าเป็นการทำประชามติ ที่เสรี และ เป็นธรรม
นายองอาจ กล่าวต่อไปว่า อยากฝากไปถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองว่า สาเหตุส่วนหนึ่งที่ต้องมีการทำประชามตินั้น เป็นเพราะคนในสังคมมีความเห็นต่างกันในเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ ดังนั้นเพื่อหาข้อยุติในความเห็นที่แตกต่างกันจะต้องทำประชามติ และการที่จะหาข้อยุติในความเห็นต่างกันได้ ผู้คนจะต้องรู้สึกว่าเป็นข้อยุติที่เป็นธรรมจึงจะยอมรับ
“เพราะฉะนั้นเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ เราจึงควรช่วยกันทำให้เกิดการยอมรับผลของการออกเสียงประชามติ โดยทำให้มีการทำประชามติที่เสรี และ เป็นธรรม เปิดโอกาสให้ทั้งฝ่ายที่เห็นชอบ และ ไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญได้มีโอกาสถกแถลง แสดงออกด้วยข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนรอบด้าน อย่างเท่าเทียม ขณะนี้ยังมีเวลาอีกหลายเดือน ก่อนจะถึงวันออกเสียงประชามติ ทางผู้มีอำนาจในบ้านเมือง และ กกต. ควรใช้ช่วงเวลานี้ทำให้บรรยากาศการทำประชามติเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ เสรี และเป็นธรรม”รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว





