วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คาดชงคำสั่งปลด'ชินภัทร-ไกร'สัปดาห์หน้า

สพฐ.เร่งจัดทำรายละเอียดคาดชงหนังสือคำสั่งปลด "ชินภัทร-ไกร" สัปดาห์หน้า

ตามที่ที่คณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทำหน้าที่แทน อ.ก.พ.กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พิจารณาโทษทางวินัยนายชินภัทร ภูมิรัตน อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(เลขาธิการ กพฐ.) และนายไกร เกษทัน อดีตผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร.) สพฐ.กรณีการสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีมีความจำเป็น หรือมีเหตุพิเศษ ว12 และมีมติชอบตามที่คณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงให้ลงโทษปลดออกจากราชการ นายชินภัทร และนายไกร กรณีไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบของทางราชการ มติของคณะรัฐมนตรี นโยบายของรัฐบาลและไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการอันเป็นให้เสีย หายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 82 (2) ประกอบมาตรา 85(7) แห่งพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ทั้งนี้ นายชินภัทร และ นายไกร สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2559 พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา (รมว.ศธ.) กล่าวว่า หลังจากที่ อ.ก.พ.สพฐ.ได้มีมติปลดออกจากราชการ นายชินภัทร และ นายไกร ไปเมื่อวันที่ 21 เม.ย.2559 ที่ผ่านมานั้น ขั้นตอนต่อจากนี้ทาง สพฐ.จะต้องไปดำเนินการในการยกร่างคำสั่งปลดออกจากราชการในส่วนของนายชินภัทร ตนมีอำนาจในการลงนาม ส่วนนายไกร เป็นอำนาจของนายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการ กพฐ. เมื่อลงนามในหนังสือคำสั่งแล้ว สพฐ.ก็จะแจ้งไปยังนายชินภัทร และนายไกร ให้ทราบ คาดว่า สพฐ.จะส่งร่างหนังสือคำสั่งมาให้พิจารณาเร็วๆ นี้ สำหรับนายไกร ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ.เมื่อมีคำสั่งปลดออกจากราชการ ก็จะพ้นจากความเป็นราชการ ส่วนระหว่างนี้ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่หรือไม่นั้นเป็นเรื่องที่ของ สพฐ.ไปดำเนินการ

“ส่วนที่นายชินภัทร ยืนยันว่าที่ผ่านมาทำงานตามขั้นตอนและอำนาจหน้าที่นั้น ที่ผ่านมานายชินภัทร ก็ชี้แจงมายังคณะกรรมการสอบสวนวินัยฯมาเป็นระยะ แต่จากคำชี้แจงเมื่อคณะกรรมการสอบสวนวินัยฯพิจารณาแล้วก็มีข้อมูลที่สามารถหักล้างได้ ผมก็พิจารณาตามนั้น ซึ่งนายชินภัทร และนายไกรก็มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน ส่วนการวางมาตรการลงโทษผู้ที่มีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริตนั้น ผมมองว่าการพิจารณาโทษผู้ที่กระทำทุจริต หรือส่อไปในทางทุจริตนั้นควรจะต้องทำโดยเร็ว หากทำช้าโดยไม่สมเหตุสมผลถือเป็นการลงโทษคนดี แต่เร็วเกินไปลงโทษผิดคนก็เลวร้ายกว่า ดังนั้น ทุกอย่างต้องมีความพอดี ส่วนกรณีนายชินภัทรและนายไกรผมถือว่าช้าเพราะเหตุเกิดตั้งแต่ประมาณปี 2556 และเรื่องก็ไม่ได้มีความซับซ้อนอะไร”พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว

พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่ตนมีแนวคิดว่าในอนาคตการสอบครูผู้ช่วยจะใช้ข้อสอบกลางเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยให้สำนักงานทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เป็นผู้ออกข้อสอบนั้น เมื่อมาดูปัญหาที่เกิดขึ้นในสมัย นายชินภัทร ที่ใช้วิธีออกข้อสอบจากส่วนกลางเช่นกัน ตรงนี้ถือเป็นบทเรียนที่ทำให้ตนต้องมาศึกษารายละเอียดอย่างถี่ถ้วนมากขึ้น ทั้งการช่องว่าง การแต่งตั้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นต้น แต่ยังไม่ได้เลิกล้มความคิด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้การบริหารงานบุคคลเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ก็จะขอรอดูการบริหารงานก่อน ซึ่งกศจ.อาจจะสามารถดำเนินการบริหารงานได้ดีก็ได้

“เคสนี้ถือเป็นบทเรียนว่าถ้าหากอยากจะทำแบบเดียวกัน ใช้การออกข้อสอบจากส่วนกลางก็จะต้องอุดช่องว่างที่จะก่อให้เกิดปัญหา แต่ผมก็ยังไม่ได้ล้มเลิกความคิดที่จะใช้ข้อสอบกลาง แต่ที่ผ่านมาจากปัญหาที่เกิดขึ้นจะเห็นได้ว่าการจัดสอบครูผู้ช่วยที่ผ่านมาๆ ทุกฝ่ายพยายามแก้ไขอุดช่องว่างที่จะก่อให้ปัญหาได้อย่างดี เรื่องร้องเรียนแทบไม่ปรากฏ ส่วนการตัดสินลงโทษปลดออกจากราชการอดีตผู้บริหาร ศธ.ครั้งนี้ถือว่ารุนแรงหรือไม่นั้น ส่วนตัวมองว่าไม่ว่าจะตัดสินลงโทษอะไร ไม่ว่าจะภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน ก็รุนแรงทั้งสิ้น และไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้น”พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว

ด้าน นายณรงค์ แผ้วพลสง ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร.) สพฐ.กล่าวว่า ขณะนี้ สพร. กำลังดำเนินการจัดทำรายละเอียดเพื่อยกร่างคำสั่งปลดออกจากราชการ โดยจะต้องตรวจสอบความถูกต้องทั้งถ้อยคำและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อนเสนอให้รมว.ศึกษาธิการ และเลขาธิการ กพฐ.ลงนาม โดยคาดว่าจะเสนอได้ภายในสัปดาห์หน้า ในส่วนของ นายไกร ขณะนี้ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักติดตามฯตามปกติ จนกว่าจะได้รับทราบคำสั่งปลดออกจากราชการอย่างเป็นทางการและลงนามรับทราบคำสั่งเมื่อนั้นจะถือว่าพ้นจากความเป็นข้าราชการทันที