สนช.มีมติรับร่างกม.ชำระค่าปรับจราจร ผ่านธนาคาร-ร้านสะดวกซื้อ "วิษณุ” แจงอำนวยความสะดวกผู้ขับขี่-ล้อมคอกปัญหาตำรวจเก็บส่วย
ที่รัฐสภา ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) โดยมีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่ 1 เป็นประธาน ได้มีมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ ...) พ.ศ...(เพิ่มช่องทางชำระค่าปรับ) ตามที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)เสนอ ด้วยคะแนน 181 งดดออกสียง 3 พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาภายใน 30 วัน โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงสาระสำคัญว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เพิ่มช่องทางการชำระค่าปรับตามใบสั่งในกรณีที่ไม่ มีการเรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกและเพิ่มทางเลือกให้กับกับผู้ขับขี่หรือเจ้าของ รถ ทั้งนี้เป็นการชำระด้วยวิธีการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ บัตรเครดิต หรือวิธีการอื่นโดยผ่านธนาคารหรือหน่วยบริการรับชำระเงิน เป็นไปตามที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำหนด โดยมีหลักในการเสนอกฎหมายนี้ คือเพื่ออำนวยความสะดวก เตรียมมีมาตรการสำคัญ ในอนาคต และเป็นการพยายามคิดช่องที่ไม่ต้องมีการจ่ายเงินผ่านมือเจ้าหน้าที่ ไม่เช่นนนั้นก็จะเกิดเรื่องเหมือนที่เกิดเป็นข่าวในขณะนี้ โดยทั้งหมดเชื่อว่าจะทำให้เกิดวินัยได้
นายวิษณุ ได้ตอบคำถามของสมาชิกหลายคนที่แสดงความเป็นห่วงว่าจะมีการผูกขาดร้านสะดวกซื้อเฉพาะบางแห่ง ส่งผลต่อส่วนแบ่งค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียม ว่า จะอำนวยความสะดวกให้กับผู้ชำระค่าปรับ โดยชำระที่ธนาคารโดยมีธนาคารกรุงไทยเป็นหลัก ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า หรือสถานที่อื่นอีก ถ้ายังจะจ่ายกันเพียง 40 เปอร์เซ็นต์อีก ก็คงจะต้องคิดมาตรการอื่นต่อไป ทั้งนี้ ครม.มีมติให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงคมนาคม กฤษฎีกา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปเตรียมยกเครื่อง พ.ร.บ.จราจรทางบกทั้งฉบับเพื่อสร้างเรื่องวินัยจราจร เพื่อแก้ปัญหาเรื่องค่าปรับ ความปลอดภัยบนท้องถนน รวมทั้งดูเรื่องการเพิ่มโทษและอายุความ ส่วนเรื่องศาลจราจรก็คิดกันมานาน แต่คำตอบที่ได้รับคิดว่ายังไม่เหมาะสม อาจจะยังไม่ถึงเวลา เพราะในบางประเทศที่เขามีศาลจราจรมีค่าใช้จ่ายทั้งภาครัฐในการดำเนินการ และเอกชนที่จะต้องไปศาลสูงมาก ซึ่งอาจจะได้ไม่คุ้มเสีย
ด้านพล.ต.ท. อนันต์ ศรีหิรัญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ชี้แจงว่า ธนาคารหลักที่จะรับชำค่าปรับตามกฎหมายนี้คือ ธนาคารต่างๆ โดยธนาคารหลักคือธนาคารกรุงไทย ส่วนร้านสะดวกซื้อไม่จำกัดจะเปิดรับชำระทุกหน่วยทุกราย ขณะที่ พ.ต.อ.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บังคับการตำรวจจราจร ชี้แจงถึงการตั้งกล้องตรวจจับผู้กระทำผิดว่า ปัจจุบันตำรวจจราจรมีกล้องตรวจจับ 3 ประเภท กล้องตรวจจับสัญญาณไฟแดง มี 30 จุดทั่วกทม. กล้องตรวจจับความเร็วใช้บนทางหลวงและทางพิเศษ และกล้องเปลี่ยนช่องทางจราจรที่มีเครื่องหมายห้ามเปลี่ยน โดยการตั้งกล้องทุกจุดจะมีป้ายเตือนเป็นระยะๆเพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถทราบ และเป็นการปราม แต่ยังมีเจตนาฝ่าฝืนต้องถูกออกใบสั่ง ทั้งนี้ในปี 2558 กทม. ได้ออกใบสั่งจำนวน 1.4 ล้านใบ แต่มีผู้มาชำระเพียง 4 แสนราย อย่างไรก็ตามการที่ผู้กระทำผิดไม่ยอมเสียค่าปรับ คงต้องใช้มาตรการอื่นเช่นการตัดคะแนน เพิกถอนใบอนุญาตต่อไป ส่วนข้อเสนอเพิ่มความเร็วเของรถเพื่อให้เหมาะกับถนนนั้นคิดว่าถ้าปรับความ เร็วให้เหมาะกับสภาพรถและถนนปัจจุบัน และกำนดโทษเพิ่มขึ้นด้วย เชื่อว่าจะควบคุมไม่เกิดอุบัติเหตุได้





