"เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง" ออกแถลงการณ์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชน
เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง ที่เป็นการร่วมตัวของคณาจารย์ที่ปฏิบัติหน้าที่ในมหาวิทยาต่างๆ ทั้งรัฐและเอกชน อาทิ ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , ม.ธรรมศาสตร์ , ม.เกษตรศาสตร์ , ม.มหิดล , ม.รังสิต ร่วมกันแถลงข่าวชี้ ข้อบกพร่อง ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พร้อมออกแถลงการณ์ เรื่องไม่รับร่างรัฐธรรมนูญที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชน
โดยแถลงการณ์ มีเนื้อหาระบุว่า เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง ขอร่วมแสดงความเห็นพ้องกับกลุ่มและองค์กรต่างๆ ในการไม่รับร่างรัฐธรรมนูญของคสช. ด้วยเหตุผลดังนี้ 1.รัฐธรรมนูญ เป็น “ สัญญาประชาคม” ที่ทุกฝ่ายในสังคมร่วมกันตกลงและสร้างขึ้น เพื่อเป็นกติกาแม่แบบในการดำเนินชีวิตทางการเมืองและสังคมเพื่อความไพบูลย์ร่วมกัน แต่ร่าง รธน.ฉบับนี้ ของ คสช.ขาดหลักการและความศักดิ์สิทธิ์ในฐานะกฎหมายสูงสุดของประเทศ กลับเป็นเพียงกฎหมายเพื่อประโน์บางกลุ่มบางฝ่ายเท่านั้น
2.ร่าง รธน.ฉบับนี้ ขัดกับหลักประชาธิปไตย ไม่เคารพเสียงทางการเมืองของประชาชน และจงใจสร้างความอ่อนแอแก่ระบบ รัฐสภา อาทิ นายกรัฐมนตรี สามารถมาจากบุคคลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง , ส.ว.ที่มาจากการแต่งตัั้ง โดย คสช. อำนาจอันกว้างขวางของ ส.ว. , การกำหนดจำนวนสมาชิก ส.ว.แก่ผู้นำทหาร , ระบบการคำนวณคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อที่ไม่สอดคล้องกับสถานะตัวแทนของราษฎร และที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือ แทนที่ คสช.จะสิ้นสุดลงตามที่มีสัญญาวาจาไว้กลับยังคงอำนาจต่อไปอีก อย่างน้อย 1 ปี หลังการลงประชามติต่อร่างรธน.
3.ร่าง รธน.ฉบับนี้ทำลายหลักนิติธรรมที่ยึดถือ “หลักการแบ่งแยกอำนาจ” อันเป็นแก่นแท้ของการปกครองในระบบเสรีประชาธิปไตยอย่างสิ้นเชิง อีกทั้งยังมอบอำนาจทางการเมือง การปกครองอย่างสูงแก่องค์กรตุลาการโดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระในการตรวจสอบควบคุมการทำหน้าที่ขององค์กรนิติบัญญัต (รัฐสภา) และองค์กรบริหาร (รัฐบาล) แต่กลับไม่มีกลไกที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบองค์กรนั้นๆ ทั้งที่ช่วงทศวรรษที่ผ่านมาเป็นที่ประจักษ์ว่า การปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรเหล่านี้มีส่วนในการบั่นทอน ตั้งแต่กฎเกณฑ์ทางกฏหมายเบื้องต้นไปจนถึงสนับสนุนการทำลายหลักการประชาธิปไตย
4.ร่าง รธน.ฉบับนี้ เอื้อให้รัฐ ละเมิดอำนาจและสิทธิเสรีภาพของประชาชนด้วยกวรสร้างเงื่อนไขในการบังคับใช้กฎหมายในนามของความมั่นคง และทำให้การตีความขอบเขตอำนาจของความมั่นคงอยู่ในมือกองทัพและกลุ่มที่อยู่นอกองค์กรการบริหารของรัฐ ทั้งนี้ในสังคมเสรีประชาธิปไตย กฎหมายรัฐธรรมนูญไม่ได้มุ่งให้อำนาจแก่รัฐเท่านั้น แต่ยังต้องมีบทบัญญัติที่จำกัดอำนาจรัฐไม่ให้มีอำนาจจนเกินขอบเขต นำไปสู่การละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย
5.ร่าง รธน.ฉบับนี้กำหนดเงื่อนไขให้การแก้ไขเนื้อหาในระดับที่ยากยิ่ง หรือไม่อยู่ในวิสัยจะทำได้เลย
เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง จึงเห็นว่าหากร่าง รธน.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ นอกจากการละเมิดสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคของประชาชนนับแต่การรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค.57 จะเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางรุนแรงยิ่งขึ้น
“ร่าง รธน.ฉบับนี้อยังจะไม่สามารถเป็นทั้งกลไกในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคม และฐานของการพัฒนาบ้านเมืองอีกด้วย หากในที่สุด ร่าง รธน.ฉบับนี้ ไม่เป็นที่ยอมรับตามเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน คสช.พึงคืนอำนาจด้วยการจัดให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว และให้รัฐบาลและรัฐสภาหลังการเลือกตั้งดำเนินการร่างรัฐธรรมนูญ และการปฏิรูปที่คำนึงถึงหลักการเสรีประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ และการพัฒนาสังคม การเมืองเพืี่อประโยชน์สุขของประชาชนสืบไป”
ด้วยความเคารพในสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของประชาชน เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง 17 เม.ษ.59
ภายหลังร่วมกันอ่านแถลงการณ์แล้ว นายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์ หนึ่งในเครือข่ายนักวิชาการ กล่าวว่า เราก็เป็นพลเมืองที่เคารพกฎหมาย แต่คิดว่ามาถึงขณะนี้ต้องดำเนินการอะไรสักอย่าง จึงออกแถลงการณ์ในวันนี้ และหลังจากนี้เราที่เป็นนักวิชาการ นักคิด นักเขียน จะทำตามหลักในการแสดงความเห็นโดยไม่ละเมิดกฎหมาย ขณะที่กลุ่มนิติราษฎร์ ได้รวบรวมรายละเอียดเกี่ยวกับร่าง รธน. ซึ่งจะขมวดเป็นประเด็นแล้วจะจัดเสวนา 1 วัน โดยชี้ให้เห็นข้อกฎหมายรายมาตรา ในร่าง รธน.ว่ามีข้อจำกัดอย่างไรบ้างโดยเราจะไม่บอกว่าควรรับหรือไม่รับร่างแต่จะให้ประชาชนดุลพินิจตัดสินใจเองว่าจะรับหรือไม่รับจากสิ่งที่เราเสนอในการอภิปรายเนื้อหาร่าง รธน.
นอกจากการจัดเสวนาแล้ว เราจะหารือกันทำโรดแมพ ระบุสิ่งที่ควรจะทำว่า หากผ่านหรือไม่ผ่านร่าง รธน.แล้วต้องทำอย่างไรบ้าง พร้อมตารางเวลาในการดำเนินการต่างๆ ซึ่งคาดว่าโรดแมพของเราอาจจะออกมาปลาย ก.ค.นี้ ก่อนจะลงประชามติ 7 ส.ค.59 เพื่อเป็นทางเลือกให้สังคมไทยรับทราบ
ด้าน รศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับข้อบัญญัติที่ไม่ให้เราแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาอย่างสุจริตและสันติวิธี ขณะที่การประกาศว่าจะไม่รับร่างจริงๆ ก็เป็นสิทธิของปัจเจกชน
ส่วนตัวคิดว่า คสช.ก็มีเครื่องไม้เครืี่องมือในการแสดงแนวนโยบายทางการเมืองของตนเองตลอดเวลาอยู่แล้ว หากประชาชนจะแสดงความคิดเห็นบ้างก็น่าจะทำได้ ซึ่งการแสดงออกถือเป็นปกติในวัฒนธรรมการเมือง แต่เหตุใดครั้งนี้จึงทำไม่ได้ เพราะคสช.กลัวประชาชนไม่รับร่างรธน.หรืออย่างไร จึงพยายามจะออก พ.ร.บ.ประชามติ มา ซึ่งตนเห็นว่า คสช.ควรประกาศเลยว่าให้ ประชาชนแสดงความเห็นได้ หากทำเช่นนี้เชื่อว่า คสช.จะได้รับความนิยมจากประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแถลงข่าววันนี้ กลุ่มคณาจารย์ . เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมืองได้สวมเสื้อยืดคอกลมสีขาว เขียนข้อความด้วยอักษรภาษาอังกฤษและภาษาไทย “ Vote No ไม่รับกับอนาคตที่ไม่ได้เลือก ” ที่เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วย





