"ประธานกรธ." เผยเจอวิชามาร ชี้พรรคการเมืองไร้คุณธรรม บิดเบือนข้อมูล วอนทำเพื่อบ้านเมือง ซัดกกต.ทำเกินหน้าที่-ระวังผิดกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) โดยมีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ.ทำหน้าที่ประธานการประชุม วาระพิจารณาการจัดทำคำอธิบายร่างรัฐธรรมนูญเพื่อส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ไปดำเนินการเผยแพร่ต่อประชาชน โดยนายมีชัย ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุม ว่า ในวันที่12เม.ย. ทางกรธ.จะส่งเอกสารสรุปคำอธิบายร่างรัฐธรรมนูญจำนวน2ฉบับให้กับทางกกต.เพื่อนำไปเผยแพร่ โดยการประชุมกรธ.ในวันนี้จะเป็นการพิจารณาและตรวจทานความเรียบร้อยรอบสุดท้ายและเมื่อจัดทำเสร็จแล้วก็จะนำมาเปิดเผยให้ได้รับทราบ ทั้งนี้ เอกสารที่จะนำส่งกกต.เล่มแรกจะเป็นการสรุปเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญทั้งหมด ส่วนอีกเล่มเป็นสรุปเฉพาะประเด็นที่สำคัญๆพร้อมกับภาพประกอบประมาณ 10 เรื่องที่ควรรู้
นายมีชัย กล่าวถึงกรณีที่พรรคการเมืองออกมาแสดงท่าที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ว่า เวลาที่กรธ.ร่างรัฐธรรมนูญเรายึดตามกรอบที่รัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557กำหนดไว้ และตามความอิสระที่กรธ.ร่วมกันคิดขึ้น ซึ่งกรธ.คิดว่าดีเพราะแต่ละประเด็นที่ออกมาก็มีส่วนดี ส่วนถ้อยคำที่มีการนำไปแปลความหมายกันแบบผิดๆนั้นก็อาจจะเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนหรือบางเรื่องก็ไม่ได้ดั่งใจตามที่ต้องการ ตรงนี้มันก็ลำบากเพราะผู้ร่างก็ต้องร่างรัฐธรรมนูญเพื่อใช้กันทั้งประเทศ
ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าร่างรัฐธรรมนูญมีข้อบกพร่องนั้น ขอชี้แจงว่าไม่ใช่เรื่องบกพร่อง อาจจะใช้คำผิดก็ได้ แต่อาจเป็นเรื่องที่เขาไม่เห็นด้วย ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะไม่มีใครที่จะเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ทั้งหมด ถ้าเป็นพรรคการเมืองที่มีคุณธรรม เขาก็ไม่ทำสิ่งใดที่บิดเบือน เขาไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร เราก็รับรู้ แต่พรรคการเมืองที่ไม่มีคุณธรรม เขาก็จะไปบิดเบือน ซึ่งเหมือนขณะนี้จะเริ่มทยอยบิดเบือนกันแล้ว
ทั้งนี้สิ่งที่น่ากลัวคือเริ่มมีวิชามารออกมาเป็นจำนวนมาก เริ่มมีการบิดเบือนข้อมูล ซึ่งมีคนส่งมาให้ตนดู เป็นแบบเอากันซึ่งๆหน้าเลย กำลังพิจารณาอยู่ว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยวิชามารที่ออกมาตอนนี้ส่วนใหญ่เป็นการสรุปแบบผิดๆ เช่น บทบัญญัติว่าด้วยการทำสนธิสัญญา
นอกจากนี้ยังมีการกล่าวหาว่ากรธ.เขียนร่างรัฐธรรมนูญเพื่อช่วยพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนที่เกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง คือ การไม่ใช้คำว่า “ไล่ออก ปลดออก” เหมือนกับรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้กรธ.เขียนเป็น “ถูกให้พ้นจากราชการหรือหน่วยงานของรัฐเพราะทุจริตต่อหน้าที่” แทน เนื่องจากเห็นว่าคำว่า “ให้พ้นจากราชการหรือหน่วยงานของรัฐมันกว้างกว่า เขียนแบบเดิมไม่ครอบคลุม กรธ.จึงปรับใหม่เพื่อให้ครอบคลุม จึงบิดเบือน ดังนั้นทางกกต.จะต้องทำหน้าที่ตรวจสอบ แต่หากกรธ.พบก็จะส่งเรื่องไปให้กกต.ดำเนินการ
“บ้านเมืองเป็นของทุกคน ประเทศก็เป็นของทุกคน ถึงเวลาที่วันหนึ่งทุกคนต้องนึกถึงประเทศบ้าง อย่านึกถึงแต่ส่วนตัวหรือนายจ้างที่จ้างมาเลย ต้องนึกถึงประเทศบ้าง เราไม่ท้อใจ เรามีหน้าที่ชี้แจง แต่ว่ามันอนาถใจว่าทำไมเขาไม่นึกถึงบ้านเมืองบ้าง ทำกันซึ่งๆหน้าแบบนี้ทำได้อย่างไร” นายมีชัย กล่าว
เมื่อถามว่า หากคำถามพ่วงของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ผ่านประชามติ กรธ.ต้องดำเนินการปรับแก้ไข มองว่าจะขัดกับหลักการที่วางไว้หรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า ถึงตอนนั้นเจตนารมณ์ของประชาชนต้องเป็นใหญ่ เมื่อถามว่า เกรงว่าคำถามพ่วงจะทำให้เกิดความขัดแย้งหรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า พ้นวิสัยของกรธ.เนื่องจากไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรธ.เพราะกรธ.ต้องทำตามหน้าที่ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว)
นายมีชัย กล่าวต่อว่า ทางกรธ.ได้ส่งนายประพันธ์ นัยโกวิท เป็นตัวแทนไปหารือการเตรียมความพร้อมการทำประชามติร่วมกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีและกกต. ที่ทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากกต.ได้มีหนังสือมาบอกว่าจะพิมพ์ข้อดี ข้อด้อย ของร่างรัฐธรรมนูญ ไปแจกจ่ายประชาชน ซึ่งกรธ.เห็นว่าเป็นการทำเกินหน้าที่ของกกต.และไม่เป็นกลางด้วย เพราะจะรู้ได้อย่างไรว่าร่างรัฐธรรมนูญดีไม่ดีอย่างไร เอาใครมาเป็นมาตรฐาน
อย่างไรก็ตาม เราคิดว่าถ้าเขามีแบบนั้นเราจะไม่เขียน เพราะเราไม่อยากจะไปเป็นจำเลยด้วย กกต.ต้องเป็นกลาง ซึ่งข้อดีหรือข้อเสียเมื่อประชาชนอ่านร่างรัฐธรรมนูญแล้วต้องเป็นฝ่ายคิดเองจะไปชี้นำไม่ได้ หากกกต.เป็นคนไปพูดเท่ากับว่ายืนยันว่าสิ่งนั้นคือข้อดีและข้อเสีย ซึ่งกรธ.คิดว่ามันนอกเหนือหน้าที่ พอดีพอร้ายจะผิดประมวลกฎหมายอาญาด้วย





