"พล.ต.สรรเสริญ" เผย รัฐบาลเอาจริงแก้ปัญหา “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” ต้นต่อทำลายภายลักษณ์ท่องเที่ยวไทย
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลได้รับการร้องเรียนจำนวนมากเกี่ยวกับปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญ หรือทัวร์ Kick back จากต่างประเทศที่มักขายทัวร์ในราคาต่ำกว่าทุนเพื่อดึงดูดลูกค้า โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญเช่น สงกรานต์ และส่งต่อให้บริษัททัวร์ในไทย ซึ่งมีประมาณ 300 บริษัทและกว่าครึ่งมีคนไทยเป็นตัวแทน (นอมินี) โดยบริษัทเหล่านี้จะบังคับให้ลูกทัวร์ไปซื้อสินค้าและบริการในราคาสูงเพื่อให้คุ้มทุน และเงินส่วนใหญ่จะกลับไปตกอยู่กับบริษัททัวร์ ไม่ใช่ประเทศไทย ส่วนกลุ่มธุรกิจในไทยที่แอบแฝงทำทัวร์ศูนย์เหรียญ จะรับช่วงต่อจากต่างประเทศแบ่งปันผลประโยชน์กัน โดยร่วมมือกับโรงแรม ร้านอาหาร ร้านขายจิวเวลรี่ ของชำร่วย รังนก กระเป๋า ยาสมุนไพร หรือสถานบันเทิงโชว์อนาจาร ตั้งราคาสินค้าสูงกว่าความเป็นจริง เพื่อขูดรีดเงินจากลูกทัวร์
ทั้งนี้ พบว่ามีเงินหมุนเวียนในร้านค้าเครือข่ายสูงถึง 3.5 แสนล้านบาท และ ยังเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาไกด์เถื่อน การผูกขาดรถเช่า และลูกทัวร์มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมตามที่เป็นข่าวบ่อยครั้ง
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า เรื่องเหล่านี้ทำให้ภาพลักษณ์ประเทศไทยเสียหาย นักท่องเที่ยวมองเราเป็นจุดหมายราคาถูก สวนทางกับเป้าหมายของภาครัฐที่ต้องการให้เป็นจุดหมายที่มีคุณภาพ รวมทั้งยังส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการอื่นที่ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้น รัฐบาลจะเอาจริงเอาจังกับปัญหานี้ โดยสนับสนุนให้สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งมีสมาชิกเป็นผู้ประกอบการท่องเที่ยวเข้ามาช่วย รวมทั้งจะรวบรวมข้อมูลราคาค่าทัวร์ที่สมเหตุสมผลแจ้งไปยังประเทศจีน เกาหลีใต้ รัสเซีย และประเทศอื่นๆ ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังประเทศไทยจำนวนมาก ให้ช่วยตรวจสอบกรุ๊ปทัวร์ก่อนเดินทางมาไทย หากมีราคาทัวร์ต่ำกว่าที่กำหนดก็ห้ามไม่ให้เดินทาง แต่จะส่งเสริมให้มีนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยตัวเอง (เอฟไอที) มากขึ้น
“นายกฯ กำชับให้แก้ไขปัญหานี้ให้ได้อย่างเด็ดขาด เพราะมีข้อมูลบริษัททัวร์ศูนย์เหรียญทั้งหมด แม้ในช่วงแรกอาจทำให้ทัวร์เดินทางมาน้อยลงบ้าง แต่ขอให้เน้นที่คุณภาพไม่ใช่ปริมาณ ส่วนบริษัทใดที่ดำเนินการถูกต้อง บริหารจัดการและดูแลลูกทัวร์ดี ได้สั่งการให้กรรมการไปจัดทำใบรับรองมาตรฐานแบบจำกัดอายุ มอบให้เพื่อเป็นกำลังใจ และกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันกันปรับปรุงคุณภาพ หากไม่สามารถแก้ไขได้ในรัฐบาลนี้ก็ยากที่จะทำสำเร็จ เพราะกลุ่มธุรกิจไทยรายใหญ่ที่แอบแฝงได้รับผลประโยชน์นั้น มีความใกล้ชิดกับกลุ่มการเมืองแทบทั้งสิ้น”





