นายกฯชี้ก่อความไม่สงบชายแดนใต้ หวังบีบให้ยอมรับการเจรจา มุ่งก่อเหตุกดดันรัฐ ลั่นยังไม่รับข้อเสนอใดทั้งสิ้น
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องว่า เหตุที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง เป็นเพราะพวกเขาเร่งรัดกระบวนการพูดคุย แต่หลายเรื่องเราได้บอกไปแล้วว่า อย่าเพิ่งไปพูดถึงตรงนั้น เพราะยังไม่ได้ยอมรับกระบวนการใดๆทั้งสิ้น เนื่องจากผู้ที่พูดคุยนั้นยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ว่า เป็นผู้ร่วมกระบวนการทั้งหมดหรือไม่ ที่ผ่านมามีการพูดคุยกับผู้ก่อเหตุมาโดยตลอด ทั้งแบบเปิดและแบบปิด แต่บางเรื่องรัฐบาลไม่สามารให้ในความต้องการของพวกเขาได้
วันนี้หากยังไม่มีความชัดเจน ก็จะเป็นการพูดคุยเพียงคณะย่อยเท่านั้น จนกว่าจะมีความเห็นที่ตรงกันจึงจะมีการพูดคุยคณะใหญ่ ซึ่งการพูดคุยเป็นไปไม่ได้ที่จะจบเรื่องได้ในทันที แต่วันนี้เรามีคณะทำงานย่อย เช่น กฎหมาย สิทธิมนุษยชน เมื่อทุกส่วนเห็นพร้อมก็ต้องมีการพูดคุยคณะใหญ่ การเจรจาในหลายประเทศใช้เวลาหลายสิบปี บางประเทศในอาเซียนเหตุการณ์ก็ยังคงมีอยู่ แม้จะยุติการสู้รบไปแล้วแต่ยังมีการใช้อาวุธอยู่ และบางอย่างของพวกเขานั้นแรงเกินไป ทั้งนี้ รัฐบาลพร้อมทุกอย่าง ทั้งการใช้กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม การเยียวยา การพัฒนา การศึกษา ใช้งบประมาณลงไปในพื้นที่จำนวนมาก ซึ่งทำให้ทุกอย่างดีขึ้น แต่ถามว่าจะให้เหตุระเบิดยุติเมื่อไหร่ ไม่ได้อยู่ที่ตนเพราะไม่ใช่คนเริ่ม เหตุไม่ได้มาจากรัฐบาล ทหาร หรือตำรวจ แต่มาจากผู้ที่เจรจากับเรา
“แล้วทำไมเราจะต้องเป็นเครื่องมือให้เขา ยิ่งประชาสัมพันธ์ให้เขามาก เขาก็ยิ่งชอบ ระเบิดบ่อยๆ ประโคมข่าว 5วัน 10 วัน จะเป็นการกดดันรัฐบาลให้ต้องตกลง ยอมรับกับเขาให้ได้ นั่นคือสิ่งที่เขาต้องการแต่ผมยืนยันว่าไม่สามารถที่จะกดดันผมได้ ถ้ากดดันผมจะใช้มาตรการทางกฎหมาย แต่จะดูแลประชาชน เอาคนผิดมาลงโทษ ดังนั้นจะทำอะไรต้องคำนึงถึงผลได้ผลเสีย เรื่องคนตายผมไม่ได้จะมาปิดบัง ตายไป 1 คน ใช่ว่าจะมีความสุข แต่เรากำลังแก้ทุกอย่าง ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย”นายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่า ได้รับรายงานเกี่ยวกับคนร้ายสวมชุดเลียนแบบทหารปล้นรถยนต์กระบะ ที่ จ. ยะลา ที่ซุกระเบิดแสวงเครื่องหนัก 160 กก. หวังก่อเหตุแล้วหรือยัง นายกฯ กล่าวว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง แล้ว ซึ่งทราบว่าไม่มีใครได้รับการสูญเสีย ยกเว้นผู้กระทำที่ถูกจับกุม





