เครือข่ายผู้ปกครอง ยื่นหนังสือถึง “ดาว์พงษ์” เสนอให้แก้ไขร่าง รธน.ม.54 ที่กำหนดให้จัดการศึกษา12 ปี ตั้งแต่อนุบาล-ม.3 ชี้ขัดต่อหลักปฏิญญาสากล
นายคมเทพ ประภายนต์ นายกสมาคมเครือข่ายผู้ปกครองแห่งชาติ พร้อมด้วย พ.ท.พ.ญ. กมลพรรณ ชีวพันธุศรี เลขาธิการสมาคมเครือข่ายฯ เดินทางมายังกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อยื่นหนังสือถึงพล.อ.ดาว์พงษ์รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เสนอข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อกรณีที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธ์ เป็นประธาน ได้แถลงสาระสำคัญของร่าง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ... (ฉบับลงประชามาติ) ซึ่งส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาในหมวดที่5มาตรา54ระบุว่า “รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับ อย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย”
นายคมเทพ กล่าวว่า ทางสมาคมเครือข่ายผู้ปกครองฯ เห็นว่าร่าง รัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ที่รอทำการประชามติในวันที่ 7 ส.ค.2559 นั้นมาตรา 54 ที่กำหนดให้รัฐจัดการศึกษาฟรี 12 ปีตั้งแต่อนุบาลถึงการศึกษาภาคบังคับ คือประถมศึกษาปีที่1-มัธยมศึกษาปีที่3นั้น จะส่งผลกระทบต่อสิทธิทางการศึกษาของเด็กอย่างมาก โดยเฉพาะในระดับม.ปลายและประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ที่สำคัญร่าง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ขัดต่อหลักปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ในข้อ26(1)ที่กำหนดให้ทุกคนมีสิทธิในการศึกษา การศึกษาจะต้องให้เปล่าอย่างน้อยในขั้นประถมศึกษาและขั้นพื้นฐาน การศึกษาระดับประถมจะต้องเป็นภาคบังคับ การศึกษาด้านวิชาการและวิชาชีพจะต้องเปิดเป็นการทั่วไป และการศึกษาระดับสูงขึ้นไปจะต้องเข้าถึงได้อย่างเสมอภาค สำหรับทุกคนบนพื้นฐานของคุณสมบัติความเหมาะสม ซึ่งปฏิญญาดังกล่าวรัฐที่เป็นภาคีขององค์การสหประชาชนต่างต้องยึดถึงและปฏิบัติตาม
นายคมเทพ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ในอดีตที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็น รัฐธรรมนูญ ฉบับพ.ศ.2540 มาตรา 43 หรือฉบับพ.ศ.2550 มาตรา 49 ต่างก็ให้สิทธิกับเด็กในการได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตั้งแต่ ป.1-ม.6 ซึ่งสอดคล้องกับหลักปฏิญญาสากล แต่ในร่าง รัฐธรรมนูญฉบับนี้สิ่งที่ขาดหายไปคือคำว่า “บุคคลย่อมมีสิทธิ” และคำว่า “การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน” อันเป็นหัวใจสำคัญและเป็นสิทธิของเด็กที่จะได้รับการศึกษาแบบให้เปล่า และกำหนดให้จัดศึกษาอนุบาล-ม.3 ดังนั้นถือว่าขัดต่อเจตนารมณ์ปฏิญญาสากลและผิดจารีตประเพณีที่เคยปฏิบัติในกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา เพราะรัฐต้องจัดการศึกษาแบบให้เปล่า แต่วันนี้ร่าง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เขียนว่ารัฐต้องจัดการศึกษาให้เด็กโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่มีคำว่า “ขั้นพื้นฐาน” แต่มีคำว่า “ภาคบังคับ” แทน เช่นนี้แล้วถามว่าขัดต่อเจตนารมณ์ปฏิญญาสากลข้อ 26 หรือไม่
“หากร่าง รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านจะเกิดปัญหาทันที เพราะเด็กม.4-6 และปวช.จะถูกลอยแพทันที สิทธิทางการศึกษาที่ควรจะได้รับจะหมดไปทันที เพราะกฎหมายรัฐธรรมนูญไม่มีบัญญัติไว้ ดังนั้น เจตนารมณ์ที่สมาคมเครือข่ายฯมาในวันนี้ก็เพื่อรักษาสิทธิทางการศึกษาของเด็กและเยาวชนที่มีมาเกือบ 20 ปีนับแต่พ.ศ. 2540 ยังคงอยู่ และหากผู้เกี่ยวข้องไม่เร่งแก้ไข และปล่อยไว้ อนาคตจะเกิดความเสียหายกับเด็กไทยประมาณ14ล้านคนและประชาชนอีก 60 ล้านคน โดยเฉพาะปัญหาเด็กออกกลางคันจะพุ่งสูงขึ้นมาก เพราฉะนั้น ที่มาในครั้งนี้เพื่อรักษาสิทธิของลูกๆเรา” นายคมเทพ กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม จากนี้สมาคมเครือข่ายฯ จะไปยื่นข้อเสนอต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขอให้มีการทบทวนและแก้ไขในประเด็นดังกล่าวด้วย
ด้าน พ.ท.พญ.กมลพรรณ กล่าวว่า แม้ว่าในร่าง รัฐธรรมนูญจะมีการกำหนดให้มีการจัดตั้งกองทุนการศึกษา เพื่อดูแลเด็กที่ขาดแคลนทุนทรัพย์นั้น แต่ตนเชื่อว่าชาวบ้านจะเข้าถึงได้ยาก และเรื่องของสิทธิทางการศึกษาคือสิ่งที่ในไม่ปรากฏอยู่ในร่าง รัฐธรรมนูญนี้ เท่ากับว่าเด็กม.ปลายและปวช.จะไม่ได้รับสิทธิทางการศึกษา ในขณะที่เวลานี้รัฐบาลระบุว่าต้องการส่งเสริมให้การเรียนต่อในสายอาชีพ แต่กลายเป็นว่าร่าง รัฐธรรมนูญฉบับนี้กำหนดจัดการศึกษาให้แค่ม.3 และเด็กกลุ่มนี้คือเด็กที่จะเข้าสู่การเรียนสายอาชีพ ดังนั้น ต่อไปเด็กและผู้ปกครองกลุ่มนี้ก็จอาจจะเจอปัญหาว่าต้องมีภาระค่าใช้จ่ายการศึกษาที่อาจจะมากขึ้น เพราะไม่มีเพดานค่าเล่าเรียนกำหนดไว้ ซึ่งจะคล้ายกับกรณีมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ
“ถ้าร่าง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ผ่านต่อไปค่าเรียนของระดับม.ปลายและอาชีวศึกษาจะต้องพุ่งสูงมากขึ้น ซึ่งอาจไม่เห็นชัดในปีแรกแต่เมื่อ3-4ปีผ่านไปจะเกิดปัญหาแน่นอน และการที่รัฐระบุว่าไม่มีงบประมาณเพียงพอ แท้จริงแล้วควรต้องหันไปดูว่างบประมาณของ ศธ.เกือบ5แสนล้านนั้น ถูกนำไปใช้อย่างเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาและพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างคุ้มค่าหรือไม่ หรือหมดไปกับการจัดอีเวนต์ ก็ควรจะไปแก้ไขในส่วนที่ไม่ส่งเสริมการจัดคุณภาพการศึกษามากกว่า อย่างไรก็ตาม อยากเสนอว่าควรจะดำเนินการแก้ไขในมาตรา54โดยเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาปรับแก้ไข”พ.ท.พญ.กมลพรรณ กล่าว




