วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'มีชัย'โวยเป็นผล! สนช.รับร่างกม.ประชามติ-กรธ.รวบอำนาจแจงรธน.

"ประธานฯมีชัย" โวยเป็นผล! สนช.ยอมรับร่างกฎหมายประชามติ ให้กรธ.รวบอำนาจแจงรธน. พร้อมเว้นโทษเครือข่ายกรธ.รณรงค์รับร่างไม่ผิดกฎหมาย

พร้อมเปิดสาระ ร่างพ.ร.บ.ประชามติฯ​ที่เตรียมให้สนช. พิจารณา พบเพิ่มโทษคนร่วมวงขวางประชามติ จำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับ 2 แสน-ตัดสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี

วานนี้ (2เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงาน ถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.... ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาการออกเสียงประชามติฯ​ ซึ่งมีพล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นประธานกมธ. ว่า ที่ประชุมกมธ.ฯ​ได้พิจารณาเนื้อหาเสร็จแล้วทั้งฉบับ และเตรียมนำเสนอร่างพ.ร.บ.ประชามติฯ​ที่ปรับแก้ตามผู้เสนอคำขอแปรญัตติต่อที่ประชุมสนช.ในวันที่ 7 เม.ย. นี้

โดยมีรายละเอียดที่ปรับแก้ไขหลายส่วน​ อาทิ บทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ทำหน้าที่เฉพาะการจัดพิมพ์ เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ​ คำอธิบายในสาระสำคัญ รวมถึงประเด็นของการเสนอคำถามประกอบการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญตามที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวสามารถมอบหมายให้หน่วยงานของรัฐ หรือเอกชนดำเนินจัดกิจกรรมเพื่อเผยแพร่ก็ได้, ดูแลการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกเสียงให้เป็นไปโดยสุจริต และดูแลไม่ให้มีการกระทำที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายประชามติฯกำหนดหรือ ภายใต้ระเบียบที่กกต. จะกำหนด ขณะที่ช่องทางการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ รวมถึงการแสดงความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องให้ใช้พื้นที่ของสถานีวิทยุ และสถานีโทรทัศน์ของรัฐดำเนินการ โดยให้สิทธิ กกต.จัดสรรเวลาได้เอง

ขณะที่ การดำเนินการออกเสียงประชามติที่เป็นอำนาจของกกต.​จะกำหนดรายละเอียด ในเนื้อหาที่ปรับแก้ไข ได้เพิ่มเติมให้กกต. สามารถเปลี่ยนแปลงเขตของหน่วยออกเสียงได้ ก่อนวันออกเสียงไม่น้อยกว่า 10 วัน และให้อำนาจย้ายหน่วยออกเสียงได้ หากเกิดเหตุจลาจล อุทกภัย อัคคีภัย เหตุสุดวิสัย หรือเหตุจำเป็นอย่างอื่นโดยสามารถประกาศเปลี่ยนแปลงหน่วยก่อนวันออกเสียงน้อยกว่า 10 วันได้ ส่วนการลงคะแนนได้ปรับให้ใช้การออกเสียงเฉพาะบัตรลงคะแนนเท่านั้น โดยตัดการลงคะแนนด้วยเครื่องอิเล็คทรอนิกส์ออก

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในร่างพ.ร.บ.ประชามติฯ ได้เพิ่มบทบัญญัติขึ้นใหม่เพื่อให้อำนาจคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีหน้าที่เผยแพร่และชี้แจงสาระสำคัญในร่างรัฐธรรมนูญต่อประชาชน ซึ่งเป็นไปตามข้อเรียกร้องของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. ​ที่ขอให้แปรญัตติเพิ่มอำนาจของกรธ.ในส่วนดังกล่าว โดยมีเนื้อหาระบุว่า ให้ กรธ.​ และกรรมการ, อนุกรรมการ และเจ้าหน้าที่ของ กรธ. มีหน้าที่เผยแพร่และประชาสัมพันธ์เนื้อหาและสาระสำคัญที่ถูกต้องของร่างรัฐธรรมนูญแก่ประชาชน พร้อมให้อำนาจ กรธ. มีอำนาจร้องขอให้หน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่รัฐทุกหน่วยสนับสนุนและให้ความร่วมมือต่อการดำเนินงานของกรธ.ด้วย โดยการดำเนินการดังกล่าวของกรธ. และกรรมการ อนุกรรมการและเจ้าหน้าที่ของกรธ. หรือของหน่วยงานของรัฐ ไม่ให้ถือว่าเป็นการดำเนินงานที่มีผลเป็นแรงจูงใจให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ใช้สิทธิ หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่ออกเสียง ซึ่งจะมีผลที่ทำให้เกิดโทษตามร่างพ.ร.บ.ประชามติฯ หากบุคคลที่นอกเหนือจากที่กำหนดดังกล่าวได้ดำเนินการ ขณะที่บุคคลทั่วไปสามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกเสียงโดยสุจริตไม่ขัดกฎหมายแต่ไม่มีสิทธิในการรณรงค์เกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ

ขณะที่หมวดว่าด้วยการควบคุมการออกเสียงและบทลงโทษ ในส่วนของเจ้าหน้าที่ของ กกต. และผู้ปฏิบัติงานภายใต้คำสั่งของกกต. ได้ตัดบทบัญญัติว่าด้วยการไม่ต้องรับโทษตามกฎหมายหากจงใจไม่ปฏิบัติหน้าที่, ทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำอื่นใดเพื่อขัดขวางไม่ให้เป็นไปตามกฎหมายออก แม้จะกระทำด้วยความสุจริต หรือภายใต้กฎหมาย ประกาศ ระเบียบ หรือคำสั่งของ กกต. กำหนด ทำให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกเสียงต้องปฏิบัติงานให้สุจริต หากพบการกระทำที่ทุจริตต้องได้รับโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 - 200,000 บาท และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี, ได้เพิ่มการกระทำต้องห้ามในระหว่างการเปิดให้มีการลงคะแนนออกเสียง คือ ห้ามนำบัตรออกเสียงที่ลงคะแนนแล้วแสดงต่อผู้อื่นเพื่อให้ทราบว่าได้ออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ออกเสียง

โดยไม่มีอำนาจโดยชอบตามกฎหมาย, ห้ามขัดขวางการออกเสียงประชามติ ซึ่งเพิ่มจากร่างบทบัญญัติเดิมที่ห้ามใช้สิทธิออกเสียงเมื่อทราบว่าตนเองเป็นผู้ไม่มีสิทธิ, ใช้บัตรลงคะแนนที่ไม่ใช่บัตรออกเสียง, นำบัตรออกเสียงออกจากพื้นที่, ทำเครื่องหมายอื่นใดเพื่อให้รู้ว่าบัตรออกเสียงเป็นของตนเอง เป็นต้น ขณะที่บทลงโทษของผู้ที่ฝ่าฝืนยังคงบัญญัติเหมือนเดิม คือ จำคุก ไม่เกิน 5 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000 - 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่ผู้ที่กระทำพฤติกรรมที่เป็นการก่อความวุ่นวาย รบกวน หรือเป็นอุปสรรคแก่การออกเสียง, นำบัตรออกเสียงใส่หีบบัตรโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย หรือสร้างความเข้าใจผิดให้กับบัญชีออกเสียง หรือทำให้บัตรออกเสียงเพิ่มขึ้นจากความจริง รวมถึงขัดขวางการออไปใช้สิทธิผู้มีสิทธิออกเสียง ให้ได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท

ส่วนบทลงโทษของผู้ที่กระทำการใดๆ ภายในระยะเวลาของการรณรงค์ เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ ร่างรัฐธรรมนูญและการออกไปใช้สิทธิลงประชามติ อาทิ ก่อความวุ่นวาย ในลักษณะเผยแพร่ข้อความ ภาพ เสียง ในสื่อหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือในช่องทางอื่นใด ที่ผิดไปจากข้อเท็จจริงหรือมีลักษณะก้าวร้าว หยาบคาย ปลุกระดมหรือขมขู่ โดยหวังให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิ หรืออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง , หลอกลวง, บังคับ,​ขู่เข็ญผู้มีสิทธิออกเสียง หรือ จูงใจให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิ หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง,​ทำลาย เปิดหีบบัตรออกเสียง, เรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน ผลประโยชน์เพื่อออกเสียง หรือไม่ไปใช้สิทธิ เป็นต้น ให้ถือเป็นความผิดที่ต้องลงโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท และอาจถูกสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่เกิน 5 ปีหากศาลมีคำสั่ง

ทั้งนี้ได้เพิ่มเติมบทบัญญัติใหม่ ว่า ในกรณีที่พบว่ามีการกระทำผิดโดยคณะบุคคลตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ต้องได้รับโทษจำคุกตั้งแต่ 1ปี - 10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 บาท - 200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี ขณะที่พบผู้ที่ขาย จำหน่าย จ่ายแจก หรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิดระหว่างเวลา 18.00 น. ของวันก่อนวันออกเสียงจบสิ้นสุดวันออกเสียง ให้รับโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ในประเด็นดังกล่าวร่างพ.ร.บ.ประชามติฯ ได้ปรับการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดการออกเสียงประชามติใหม่ หากพบว่าผู้ใดที่ทำกระทำการต้องห้ามจนเป็นเหตุให้ต้องจัดการออกเสียงประชามติใหม่ ให้เป็นดุลยพินิจของศาลที่จะมีคำพิพากษา