“ธีรวีฒน์” ชี้รณรงค์ออกเสียงประชามติยึดหลักเหตุผล ไม่ปลุกระดม มั่นใจปชช.ออกมาใช้สิทธิถึงร้อยละ80
นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต. ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ กล่าวถึงการรณรงค์ให้รับและไม่รับร่างรัฐธรรมนูญของกลุ่มต่างๆ ว่า ขณะนี้มีกฎหมายคำสั่งของคสช.อยู่การแสดงความเห็นต่าง ๆ จึงต้องระมัดระวัง ในส่วนของกกต.คงต้องรอร่างพ.ร.บ.ออกเสียงประชามติ ให้มีผลใช้บังคับก่อน โดยกกต.อยากให้มีการถกเถียงกันให้มากที่สุด ซึ่งก็กำลังมีการคิดวิธีการแต่ทั้งนี้อยากให้การรณรงค์เป็นไปด้วยเหตุผลไม่ใช้อารมณ์เพราะประชาธิปไตยคุณภาพต้องไม่ใช่การปลุกระดมหรือไปปลุกเร้ากันในแบบต่าง ๆ
นายธีรวัฒน์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่กรธ.จะเข้ามามีส่วนร่วมในการเผยแพร่เนื้อหาของรัฐธรรมนูญ กกต.ก็ได้มีการคุยกับกรธ.ในเรื่องดังกล่าว กกต.จะมุ่งเน้นว่าทำอย่างไรให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิให้เต็มที่ การเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญก็จะไม่อธิบายเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นหน้าที่ของกรธ.ซึ่งทราบว่าในชั้นการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ออกเสียงประชามติของกรรมาธิการวิสามัญ สนช.ขณะนี้มีการแปรญัตติให้การเผยแพร่เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญของกรธ.ได้รับการยกเว้นว่าไม่เข้าข่ายเป็นการจูงใจ กกต.เข้าใจ เพราะคงไม่มีใครจะอธิบายเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญได้ดีเท่ากับผู้ร่าง
ผู้สื่อข่าวถามว่าฝ่ายที่ไม่สนับสนุนร่างรัฐธรรมนุญอาจไม่พอใจ เพราะการรณรงค์ไม่ได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายแบบกรธ. นายธีรวัฒน์ กล่าวว่า กกต.จะพยายามให้มีการเปิดกว้างในการแสดงความเห็นมากที่สุดและคิดว่าเป็นเรื่องมุมมองของประชาชนว่าจะมองอย่างไร
นายธีรวัฒน์ ยังกล่าวกรณีที่รัฐบาลติงว่ากกต.ของบฯออกเสียงประชามติ 2,991 ล้านบาท สูงเกินไป ว่า ไม่อยากให้มองว่าจะมีเรื่องของการทุจริตเข้ามาเกี่ยวข้องแต่กรณีของการออกเสียงประชามติ ปัญหาคือทำอย่างไรให้ประชาชนมาออกเสียงให้มากไม่เหมือนกับการเลือกตั้งที่จะมีพรรคการเมือง หัวคะแนนมาช่วยกันรณรงค์ แต่การออกเสียงประชามติเป็นเรื่องของจิตสำนึกโดยตรง
“การรณรงค์เชิญชวนจึงเป็นเรื่องใหญ่ กกต.คิดอยู่เสมอว่า สมมุติรัฐบาลให้เงินมา 100 บาท ก็ต้องให้คนมาออกเสียงให้ได้ 100 คน อยากให้มาออกเสียงกันเยอะ ๆ ซึ่งกกต.มีการระดม พนักงานเจ้าหน้าที่ในการให้ประชาชนมาออกเสียงให้มากและตั้งเป้าว่าต้องมีผู้มาใช้สิทธิไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 บางคนอาจบอกว่าเป็นฝันที่เลื่อนลอยแต่ว่ายังฝันอยู่และพยายามจะทำให้เป็นจริงให้ได้”นายธีรวัฒน์ กล่าว





