นายกฯประยุทธ์ เดินทางถึงกรุงวอชิงตัน สหรัฐฯ พร้อมกล่าวสุนทรพจน์ในงานเลี้ยงอาหารค่ำ ที่สภาหอการค้าสหรัฐ ย้ำไทยมุ่งมั่นปฏิรูปประเทศ
เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 30 มีนาคม ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 11 ชั่วโมง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินทางถึง กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำว่าด้วยความมั่นคงทางนิวเคลียร์ ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม -1 เมษายนนี้ ทั้งนี้ เมื่อเดินทางถึง นายกรัฐมนตรี และคณะ ได้เดินทางไปยังทำเนียบเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน เพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารกลางวัน ซึ่งเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน และภริยาเป็นเจ้าภาพ จัดเลี้ยงเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรี
จากนั้นเวลา 19.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น นายกรัฐมนตรี และคณะ ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ ซึ่งสภาหอการค้าสหรัฐ และ สภาธุรกิจสหรัฐ ฯ – อาเซียน ร่วมเป็นเจ้าภาพ เพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรี ในโอกาสร่วมประชุมระดับผู้นำว่าด้วยความมั่นคงทางนิวเคลียร์ ครั้งที่ 4 ภายในงานประกอบด้วย ผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทชั้นนำของสหรัฐอเมริกาในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ กลุ่มพลังงาน ยาและเคมีภัณฑ์ ก่อสร้าง สื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมผู้แทนจากภาครัฐของสหรัฐฯ ประมาณ 200 คน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวสุนทรพจน์ในงานเลี้ยงอาหารค่ำว่า การเดินทางมาสหรัฐฯ ครั้งนี้ มาในหลายฐานะ สำคัญที่สุดคือฐานะเพื่อน รองลงมาคือ หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ซึ่งนายกรัฐมนตรี เป็นสถานะที่ไม่อยากเป็น แต่ก็จะเป็นให้ดีที่สุด ตนขอบคุณสภาธุรกิจสหัฐ-อาเซียน และสภาหอการค้าสหรัฐฯ ที่จัดเลี้ยงเพื่อให้เกียรติตนและต้อนรับอย่างอบอุ่น ถือเป็นงานเลี้ยงที่สำคัญยิ่งสำหรับไทย สหรัฐฯ และอาเซียน วันนี้ไทยและอาเซียนเปิดประชาคมอาเซียน แต่ปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจถดถอยในยุโรปและสหรัฐฯ สายตาของโลกจึงจับจ้องมาที่ภูมิภาคเอเชียซึ่งมีประชากรกว่า 4.5 พันล้านคน มี GDP รวมกันทั้งสิ้น 27 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ มีมูลค่าการค้ากว่า 1 ใน 3 ของมูลค่าการค้าโลก หวังว่าสหรัฐ และอาเซียนจะเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศ่สตร์ที่ดีต่อกัน ซึ่งไทยมีนโยบายเป็นไทย+1 หรืออาเซียน+1 โดยจะไม่ทิ้งไว้ข้างหลัง
“แม้วันนี้เศรษฐกิจโลกไม่สดใส แต่จากการพูดคุยกับภาคธุรกิจสหรัฐฯ ก็เริ่มเห็นอนาคตที่สดใส ซึ่งผมพร้อมรับฟังและจะนำไปปรับใช้กับไทยด้วย สิ่งสำคัญของคนที่เป็นทหารคือไม่พูดอะไรที่ไม่เป็นความจริง เมื่อตัดสินใจจะทำอะไร ก็ต้องทำให้ได้ ซึ่งเป็นหลักการสำคัญการทำงานของผม” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยและอาเซียนจะเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เอเชีย-แปซิฟิก (TPP) อย่างแน่นอน ขอให้สหรัฐฯช่วยดูแล และรู้สึกยินดีที่สองประเทศเป็นมิตรต่อกันมากว่า 183 ปี ตนขอชื่นชมเห็นด้วยกับนโยบาย ปรับสมดุลอาเซียนของนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ซึ่งนโยบายดังกล่าวช่วยปรับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเล็กและใหญ่ในภูมิภาคให้ได้สมดุลขึ้น ขณะเดียวกัน ก็ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจที่เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย แต่ควรทำให้ครบทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง สังคมและวัฒนธรรม
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะปฏิรูปประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน เพื่อเป็นรากฐานให้แก่อนาคตประเทศ 20 ปีข้างหน้าและให้ประเทศไทยสามารถเป็นหุ้นส่วนที่มีความรับผิดชอบ เข้มแข็งและสร้างสรรค์สำหรับสหรัฐฯ มิตรประเทศ และประชาคมโลก ในการสร้างความเข้มแข็งของประเทศจากภายในนั้น รัฐบาลได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาดำเนินการ อย่างไรก็ตามในเรื่องการปฏิรูปประเทศ 5 ด้าน คงทำไม่ทัน ดังนั้นจะใส่ในยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งอยากให้สหรัฐมีส่วนร่วมในประวัติศาสตร์ของไทย
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ด้วยปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของไทยที่เป็นจุดแข็ง คือ ระดับเงินสำรองสูง อัตราการว่างงานต่ำ แรงงานมีทักษะ ที่มีความขยันขันแข็ง มีคุณภาพและสร้างสรรค์ ซึ่งเศรษฐกิจ ไทย – สหรัฐฯ ผูกโยงกันอย่างแน่นแฟ้น ปัจจบัน รัฐบาลออกมาตรการต่างๆ เพื่อปรับทุกอย่างให้ทันสมัย เพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้าไปได้อย่างรวดเร็ว ตอนนี้เป็นยุคใหม่ของไทย หากสงสัยอะไรให้ปรึกษาสถานทูตหรือสมาคมธุรกิจไทยในสหรัฐฯ
โอกาสนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ชวนเชิญนักธุรกิจสหรัฐร่วมลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ และอุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร รวมถึงอุตสาหกรรมอนาคต (New S-Curve) 5 สาขา ได้แก่ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ อุตสาหกรรมดิจิทัล และอุตสาหกรรมแพทย์ครบวงจร โดยมีมาตรการและสิทธิพิเศษทางภาษี
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญเร่งด่วนกับการเสริมสร้าง ความเชื่อมโยงประเทศกับอาเซียน ด้วยระบบโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่ง ทั้งทางบก ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ โดยเดินหน้าการลงทุนโครงสร้างขนาดใหญ่ หลายรายการ รถไฟทางคู่ 5 เส้นทาง รถไฟความเร็วสูง และรถไฟฟ้า 10 เส้นทางใหม่ รวมถึงปรับปรุงขยายท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง และท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับเรือสำราญ และเรือยอร์ช ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ สำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีรายได้สูง และพัฒนาโครงการสนามบินสุวรรณภูมิ
“ตอนนี้คิดเยอะ พูดเยอะ แต่ทำเยอะกว่า และจะทำให้ดีที่สุด ขอให้เชื่อมั่นผม ใครจะเป็นนักการเมือง เป็นนายกรัฐมนตรี ผมไม่สนใจ ขอให้เป็นมิตรที่ดีต่อกันซึ่งยาวนานมาถึง 183 ปีแล้ว ไม่อยากให้หยุดความสัมพันธ์ ขอให้สหรัฐฯ เห็นใจไทยและอาเซียน ขอโทษที่ทำให้ทุกคนกลับบ้านหลัง 4 ทุ่ม ไม่รู้ที่สหรัฐฯ ห้ามไหม แต่ที่ไทยไม่ได้ห้าม ไม่ได้ประกาศเคอร์ฟิวส์ เหมือนที่บางคนพูด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว





