วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯถึงกรุงวอชิงตัน กล่าวสุนทรพจน์งานเลี้ยง ย้ำไทยปฏิรูป

นายกฯประยุทธ์ เดินทางถึงกรุงวอชิงตัน สหรัฐฯ พร้อมกล่าวสุนทรพจน์ในงานเลี้ยงอาหารค่ำ ที่สภาหอการค้าสหรัฐ ย้ำไทยมุ่งมั่นปฏิรูปประเทศ

เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 30 มีนาคม ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 11 ชั่วโมง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินทางถึง กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำว่าด้วยความมั่นคงทางนิวเคลียร์ ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม -1 เมษายนนี้ ทั้งนี้ เมื่อเดินทางถึง นายกรัฐมนตรี และคณะ ได้เดินทางไปยังทำเนียบเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน เพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารกลางวัน ซึ่งเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน และภริยาเป็นเจ้าภาพ จัดเลี้ยงเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรี

จากนั้นเวลา 19.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น นายกรัฐมนตรี และคณะ ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ ซึ่งสภาหอการค้าสหรัฐ และ สภาธุรกิจสหรัฐ ฯ – อาเซียน ร่วมเป็นเจ้าภาพ เพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรี ในโอกาสร่วมประชุมระดับผู้นำว่าด้วยความมั่นคงทางนิวเคลียร์ ครั้งที่ 4 ภายในงานประกอบด้วย ผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทชั้นนำของสหรัฐอเมริกาในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ กลุ่มพลังงาน ยาและเคมีภัณฑ์ ก่อสร้าง สื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมผู้แทนจากภาครัฐของสหรัฐฯ ประมาณ 200 คน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวสุนทรพจน์ในงานเลี้ยงอาหารค่ำว่า การเดินทางมาสหรัฐฯ ครั้งนี้ มาในหลายฐานะ สำคัญที่สุดคือฐานะเพื่อน รองลงมาคือ หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ซึ่งนายกรัฐมนตรี เป็นสถานะที่ไม่อยากเป็น แต่ก็จะเป็นให้ดีที่สุด ตนขอบคุณสภาธุรกิจสหัฐ-อาเซียน และสภาหอการค้าสหรัฐฯ ที่จัดเลี้ยงเพื่อให้เกียรติตนและต้อนรับอย่างอบอุ่น ถือเป็นงานเลี้ยงที่สำคัญยิ่งสำหรับไทย สหรัฐฯ และอาเซียน วันนี้ไทยและอาเซียนเปิดประชาคมอาเซียน แต่ปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจถดถอยในยุโรปและสหรัฐฯ สายตาของโลกจึงจับจ้องมาที่ภูมิภาคเอเชียซึ่งมีประชากรกว่า 4.5 พันล้านคน มี GDP รวมกันทั้งสิ้น 27 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ มีมูลค่าการค้ากว่า 1 ใน 3 ของมูลค่าการค้าโลก หวังว่าสหรัฐ และอาเซียนจะเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศ่สตร์ที่ดีต่อกัน ซึ่งไทยมีนโยบายเป็นไทย+1 หรืออาเซียน+1 โดยจะไม่ทิ้งไว้ข้างหลัง

“แม้วันนี้เศรษฐกิจโลกไม่สดใส แต่จากการพูดคุยกับภาคธุรกิจสหรัฐฯ ก็เริ่มเห็นอนาคตที่สดใส ซึ่งผมพร้อมรับฟังและจะนำไปปรับใช้กับไทยด้วย สิ่งสำคัญของคนที่เป็นทหารคือไม่พูดอะไรที่ไม่เป็นความจริง เมื่อตัดสินใจจะทำอะไร ก็ต้องทำให้ได้ ซึ่งเป็นหลักการสำคัญการทำงานของผม” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยและอาเซียนจะเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เอเชีย-แปซิฟิก (TPP) อย่างแน่นอน ขอให้สหรัฐฯช่วยดูแล และรู้สึกยินดีที่สองประเทศเป็นมิตรต่อกันมากว่า 183 ปี ตนขอชื่นชมเห็นด้วยกับนโยบาย ปรับสมดุลอาเซียนของนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ซึ่งนโยบายดังกล่าวช่วยปรับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเล็กและใหญ่ในภูมิภาคให้ได้สมดุลขึ้น ขณะเดียวกัน ก็ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจที่เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย แต่ควรทำให้ครบทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง สังคมและวัฒนธรรม

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะปฏิรูปประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน เพื่อเป็นรากฐานให้แก่อนาคตประเทศ 20 ปีข้างหน้าและให้ประเทศไทยสามารถเป็นหุ้นส่วนที่มีความรับผิดชอบ เข้มแข็งและสร้างสรรค์สำหรับสหรัฐฯ มิตรประเทศ และประชาคมโลก ในการสร้างความเข้มแข็งของประเทศจากภายในนั้น รัฐบาลได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาดำเนินการ อย่างไรก็ตามในเรื่องการปฏิรูปประเทศ 5 ด้าน คงทำไม่ทัน ดังนั้นจะใส่ในยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งอยากให้สหรัฐมีส่วนร่วมในประวัติศาสตร์ของไทย

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ด้วยปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของไทยที่เป็นจุดแข็ง คือ ระดับเงินสำรองสูง อัตราการว่างงานต่ำ แรงงานมีทักษะ ที่มีความขยันขันแข็ง มีคุณภาพและสร้างสรรค์ ซึ่งเศรษฐกิจ ไทย – สหรัฐฯ ผูกโยงกันอย่างแน่นแฟ้น ปัจจบัน รัฐบาลออกมาตรการต่างๆ เพื่อปรับทุกอย่างให้ทันสมัย เพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้าไปได้อย่างรวดเร็ว ตอนนี้เป็นยุคใหม่ของไทย หากสงสัยอะไรให้ปรึกษาสถานทูตหรือสมาคมธุรกิจไทยในสหรัฐฯ

โอกาสนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ชวนเชิญนักธุรกิจสหรัฐร่วมลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ และอุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร รวมถึงอุตสาหกรรมอนาคต (New S-Curve) 5 สาขา ได้แก่ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ อุตสาหกรรมดิจิทัล และอุตสาหกรรมแพทย์ครบวงจร โดยมีมาตรการและสิทธิพิเศษทางภาษี

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญเร่งด่วนกับการเสริมสร้าง ความเชื่อมโยงประเทศกับอาเซียน ด้วยระบบโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่ง ทั้งทางบก ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ โดยเดินหน้าการลงทุนโครงสร้างขนาดใหญ่ หลายรายการ รถไฟทางคู่ 5 เส้นทาง รถไฟความเร็วสูง และรถไฟฟ้า 10 เส้นทางใหม่ รวมถึงปรับปรุงขยายท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง และท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับเรือสำราญ และเรือยอร์ช ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ สำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีรายได้สูง และพัฒนาโครงการสนามบินสุวรรณภูมิ

“ตอนนี้คิดเยอะ พูดเยอะ แต่ทำเยอะกว่า และจะทำให้ดีที่สุด ขอให้เชื่อมั่นผม ใครจะเป็นนักการเมือง เป็นนายกรัฐมนตรี ผมไม่สนใจ ขอให้เป็นมิตรที่ดีต่อกันซึ่งยาวนานมาถึง 183 ปีแล้ว ไม่อยากให้หยุดความสัมพันธ์ ขอให้สหรัฐฯ เห็นใจไทยและอาเซียน ขอโทษที่ทำให้ทุกคนกลับบ้านหลัง 4 ทุ่ม ไม่รู้ที่สหรัฐฯ ห้ามไหม แต่ที่ไทยไม่ได้ห้าม ไม่ได้ประกาศเคอร์ฟิวส์ เหมือนที่บางคนพูด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว