“ปธ.สนช.”แนะ“กรธ.” วิเคราะห์จุดอ่อนกลไกสรรหา ส.ว.ใน รธน.50 ปรับเขียนเนื้อหาส.ว.สรรหาตามคสช.เรียกร้อง
นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวย้ำว่าตนสนับสนุนความเห็นของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่เสนอให้ (สมาชิกวุฒิสภา) ส.ว. มาจากการสรรหา ส่วนข้อเสนอดังกล่าวพบว่าสังคมออกมาคัดค้านนั้นตนไม่ขอให้ความเห็น อย่างไรก็ตามในหลักการสำคัญของส.ว. ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กำหนดให้มาจากสายวิชาชีพหรือผู้ทรงคุณวุฒิต่าง ๆ นั้น เป็นความต้องการและหลักการที่ตรงกันกับสนช.แต่ที่เห็นต่างกันคือวิธีการได้มา โดยตามกลไกได้มาที่กรธ. เขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญที่ใช้หลักการเลือกกันเองตามสายวิชาชีพแต่เป็นแบบไขว้กลุ่มกันนั้นมองว่าอาจมีปัญหา 3 ประการ คือ 1. กรณีเลือกไขว้กลุ่มอาจทำให้ได้บุคคลที่มาทำหน้าที่ ส.ว. นั้นไม่ตรงกับสายวิชาชีพที่สมัครเข้ารับตำแหน่ง
2. อาจทำให้เกิดการบล็อกโหวตได้ เหมือนกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในหลายองค์กร ที่ใช้วิธีตั้งองค์กรเพื่อส่งตัวแทนเข้ารับสมัคร และให้สมาชิกที่สมัครเลือกคนของตนเอง และ 3.อาจเกิดการฟ้องร้องจากผู้ที่ไม่ได้รับเลือกเป็นส.ว. ภายหลังจากที่คัดเลือกแล้วเสร็จ และส่งผลกระทบต่อการเปิดประชุมวุฒิสภาได้ ดังนั้นเมื่อความต้องการที่อยากได้ส.ว.ที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ หรือจากสายวิชาชีพดังนั้นก็ควรให้มาจากการสรรหา โดยคณะกรรมการสรรหา แต่จะใช้กลไกสรรหาแบบใดเพื่อไม่ให้ถูกครหาว่าเป็นการสืบทอดอำนาจนั้น เบื้องต้นอาจนำจุดอ่อนของการสรรหาส.ว. ในช่วงของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 มาพิจารณาและปรับปรุง อย่างไรก็ตามประเด็นของการเลือกส.ว.ที่สังคมไทยมีการพัฒนาเป็นลำดับแล้วนั้น คงไม่ต้องเขียนบทบัญญัติที่ย้อนไปถึงรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2475 ช่วงที่สังคมไทยยังไม่มีความพร้อมด้านการศึกษา หรือย้อนไปถึงรัฐธรรมนูญ พ.ศ.25521
ผู้สื่อข่าวถามว่า กลไกสรรหาตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ที่ใช้ 7 อรหันต์คัดเลือกก็ถูกครหามาแล้ว นายพรเพชร ปฏิเสธที่จะตอบ พร้อมระบุว่าตนไม่เกี่ยวกับ 7 อรหันต์ ส่วนกลไกหรือรายละเอียดอื่น ๆ ตนขอไม่ตอบ เพราะกังวลว่าจะไม่ตรงกัน
ผู้สื่อถามว่ามีโอกาสที่สนช.จะตั้งคำถามเกี่ยวกับรัฐบาลแห่งชาติเพื่อความปรองดองหรือไม่ ประธานสนช. กล่าวว่า ต้องพิจารณาโดยยึดหลักที่ว่า 1.กระทบกับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะหากประชาชนเห็นชอบกับคำถามดังกล่าว ร่างรัฐธรรมนูญต้องปรับแก้ และ 2.คำถามดังกล่าวเป็นประเด็นที่ประชาชนเรียกร้องจริงหรือไม่ หากไม่ใช่เป็นสิ่งที่สังคมเรียกร้อง สนช. คงไม่ตั้งคำถามลักษณะดังกล่าว เทียบได้กับเหตุการณ์ก่อนการปฏิวัติเมื่อ 22 พ.ค. 2557 ที่สังคมเรียกร้องให้มีการปฏิรูป ดังนั้นรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 จึงทำเรื่องปฏิรูปมาโดยตลอด ดังนั้นสิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร กังวลว่าการปฏิรูปจะไม่ต่อเนื่อง จึงคิดแผนยุทธศาตร์แห่งชาติเพื่อให้การปฏิรูปเดินหน้าต่อไป ซึ่งไม่ใช่การสืบทอดอำนาจ





