วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ปธ.สนช.'แนะกรธ. วิเคราะห์จุดอ่อนกลไกสรรหาส.ว.

“ปธ.สนช.”แนะ“กรธ.” วิเคราะห์จุดอ่อนกลไกสรรหา ส.ว.ใน รธน.50 ปรับเขียนเนื้อหาส.ว.สรรหาตามคสช.เรียกร้อง

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวย้ำว่าตนสนับสนุนความเห็นของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่เสนอให้ (สมาชิกวุฒิสภา) ส.ว. มาจากการสรรหา ส่วนข้อเสนอดังกล่าวพบว่าสังคมออกมาคัดค้านนั้นตนไม่ขอให้ความเห็น อย่างไรก็ตามในหลักการสำคัญของส.ว. ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กำหนดให้มาจากสายวิชาชีพหรือผู้ทรงคุณวุฒิต่าง ๆ นั้น เป็นความต้องการและหลักการที่ตรงกันกับสนช.แต่ที่เห็นต่างกันคือวิธีการได้มา โดยตามกลไกได้มาที่กรธ. เขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญที่ใช้หลักการเลือกกันเองตามสายวิชาชีพแต่เป็นแบบไขว้กลุ่มกันนั้นมองว่าอาจมีปัญหา 3 ประการ คือ 1. กรณีเลือกไขว้กลุ่มอาจทำให้ได้บุคคลที่มาทำหน้าที่ ส.ว. นั้นไม่ตรงกับสายวิชาชีพที่สมัครเข้ารับตำแหน่ง

2. อาจทำให้เกิดการบล็อกโหวตได้ เหมือนกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในหลายองค์กร ที่ใช้วิธีตั้งองค์กรเพื่อส่งตัวแทนเข้ารับสมัคร และให้สมาชิกที่สมัครเลือกคนของตนเอง และ 3.อาจเกิดการฟ้องร้องจากผู้ที่ไม่ได้รับเลือกเป็นส.ว. ภายหลังจากที่คัดเลือกแล้วเสร็จ และส่งผลกระทบต่อการเปิดประชุมวุฒิสภาได้ ดังนั้นเมื่อความต้องการที่อยากได้ส.ว.ที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ หรือจากสายวิชาชีพดังนั้นก็ควรให้มาจากการสรรหา โดยคณะกรรมการสรรหา แต่จะใช้กลไกสรรหาแบบใดเพื่อไม่ให้ถูกครหาว่าเป็นการสืบทอดอำนาจนั้น เบื้องต้นอาจนำจุดอ่อนของการสรรหาส.ว. ในช่วงของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 มาพิจารณาและปรับปรุง อย่างไรก็ตามประเด็นของการเลือกส.ว.ที่สังคมไทยมีการพัฒนาเป็นลำดับแล้วนั้น คงไม่ต้องเขียนบทบัญญัติที่ย้อนไปถึงรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2475 ช่วงที่สังคมไทยยังไม่มีความพร้อมด้านการศึกษา หรือย้อนไปถึงรัฐธรรมนูญ พ.ศ.25521

ผู้สื่อข่าวถามว่า กลไกสรรหาตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ที่ใช้ 7 อรหันต์คัดเลือกก็ถูกครหามาแล้ว นายพรเพชร ปฏิเสธที่จะตอบ พร้อมระบุว่าตนไม่เกี่ยวกับ 7 อรหันต์ ส่วนกลไกหรือรายละเอียดอื่น ๆ ตนขอไม่ตอบ เพราะกังวลว่าจะไม่ตรงกัน

ผู้สื่อถามว่ามีโอกาสที่สนช.จะตั้งคำถามเกี่ยวกับรัฐบาลแห่งชาติเพื่อความปรองดองหรือไม่ ประธานสนช. กล่าวว่า ต้องพิจารณาโดยยึดหลักที่ว่า 1.กระทบกับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะหากประชาชนเห็นชอบกับคำถามดังกล่าว ร่างรัฐธรรมนูญต้องปรับแก้ และ 2.คำถามดังกล่าวเป็นประเด็นที่ประชาชนเรียกร้องจริงหรือไม่ หากไม่ใช่เป็นสิ่งที่สังคมเรียกร้อง สนช. คงไม่ตั้งคำถามลักษณะดังกล่าว เทียบได้กับเหตุการณ์ก่อนการปฏิวัติเมื่อ 22 พ.ค. 2557 ที่สังคมเรียกร้องให้มีการปฏิรูป ดังนั้นรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 จึงทำเรื่องปฏิรูปมาโดยตลอด ดังนั้นสิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร กังวลว่าการปฏิรูปจะไม่ต่อเนื่อง จึงคิดแผนยุทธศาตร์แห่งชาติเพื่อให้การปฏิรูปเดินหน้าต่อไป ซึ่งไม่ใช่การสืบทอดอำนาจ