“กรธ.” ขีดกรอบให้รัฐจัดการศึกษาแก่ปชช.ตามต้องกา รพร้อมอุดหนุนทุนสำหรับคนขาดแคลน
นายนรชิต สิงหเสนี โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงผลการพิจารณาของกรธ. ว่าจากข้อท้วงติงในบทบัญญัติว่าด้วยการจัดการศึกษาโดยรัฐที่หลายฝ่ายกังวลว่าการเขียนถ้อยคำของกรธ.นั้น อาจทำให้เยาวชนไม่ได้รับการศึกษาเทียบเท่าที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 กำหนด ดังนั้น กรธ. จึงได้ปรับถ้อยคำและเขียนกำหนดที่ชัดเจนว่า รัฐต้องจัดการศึกษาพร้อมก้บสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้กับผู้เรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยในมาตรา 50 กำหนดให้รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย รวมถึงการรับการศึกษาตามความต้องการ ทั้งนี้ได้เพิ่มเติมบทบัญญัติวรรคใหม่ กำหนดให้รัฐต้องสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษาตามความถนัดให้กับประชาชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อเพิ่มโอกาสให้กับประชาชน ซึ่งความหมายดังกล่าวนอกจากการอุดหนุนเรื่องค่าเรียนฟรีแล้ว ต้องสนับสนุนค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในการเรียนด้วย และประเด็นสำคัญยังกำหนดให้จัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางด้านการศึกษา โดยรัฐต้องเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณดังกล่าว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับกองทุนนั้นจะนำไปเขียนไว้ในกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
นายนรชิต กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร กล่าวปาฐกถาในงาน สนทนาเป็นการส่วนตัว ที่สถาบันนโยบายโลก ที่นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งพาดพิงถึงการทำร่างรัฐธรรมนูญของกรธ.ว่า ตนเชื่อว่าต่างชาติสามารถประมวลในข้อเท็จจริงได้ว่าสิ่งที่กรธ. ได้ทำร่างรัฐธรรมนูญไม่มีประเด็นอะไรที่เป็นข้อคัดค้านหรือขัดแย้งกับประชาชนและความเห็นของสังคม ส่วนประเด็นของการเลือกตั้งนั้น ยืนยันว่าประชาชนยังได้สิทธิในการเลือกตั้งส.ส. โดยตรง ขณะที่ส.ว. นั้นแม้วิธีการจะเปลี่ยนแปลง แต่ยืนยันได้ว่าการได้มาซึ่งส.ว.นั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ได้ผู้เป็นตัวแทนของประชาชน หรือที่เรียกว่ารูปแบบของสภาพลเมือง
นายนรชิต กล่าวด้วยว่าสำหรับการรณรงค์และทำความเข้าใจกับประชาชนต่อเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญนั้น กรธ. ได้หารือเบื้องต้นแล้ว คือ หลังจากที่กรธ.ส่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติให้รัฐบาล ภายในวันที่ 29 มี.ค. แล้ว จากนั้นระหว่างวันที่ 1-15 เม.ย.จะเป็นโอกาสที่กรธ. ได้หารือและทำสรุปประเด็นสำคัญและสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ทั้งนี้ได้หารือกับหน่วยงานราชการ และภาคส่วนต่างๆ ของสังคมเพื่อร่วมดำเนินการรณรงค์ให้ความรู้กับประชาชนด้วย





