วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปชป.จี้'คสช.' แก้มาตรฐาน EIA ให้เป็นสากล

ปชป.จี้ “คสช.” แก้มาตรฐาน EIA ให้เป็นสากล ลดความขัดแย้งระหว่าง หน่วยงานราชการ-ประชาชน เพื่อความยั่งยืน

นายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ และกิจกรรมพิเศษภาคอีสาน พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง ปัญหาเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อสังคมชุมชนและประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งทวีความรุนเเรงมากขึ้นเรื่อยๆใน2ปัญหาหลักของชาติ คือผลกระทบด้าน ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและผลกระทบปัญหาจากภัยเเล้ง ตนจึงขอวิงวอนและเสนอความเห็นการเเก้ปัญหาเรื้อรังนี้สู่รัฐบาลของคสช.ดังนี้ 1.การทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อด(EIA)เป็นเรื่องสำคัญและต้องปฏิบัติตามขั้นตอน จะใช้มาตรา44หรืออำนาจเหนือขั้นตอนวิทยาศาสตร์และธรรมชาติยกเลิกขั้นตอนไม่ได้ แต่คสช.ต้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาที่การเเก้มาตรฐานการทำ EIA ให้มีมาตรฐานสากลอย่างจริงจังและแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างการทำของหน่วยงานราชการเเละประชาชนหรือราชการกับราชการ โดยใช้หลักธรรมาภิบาลอย่างครบถ้วน ซึ่งจะนำมาในการเเก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ทั้งมาตรฐานการทำและความล่าช้าซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุด อีกทั้ง ต้องทำยุทธศาสตร์ก่อนทำEIA ทั้ง SEA(การประเมินทางยุทธศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม) HIA(การประเมินผลกระทบทางสุขภาพ)และเเก้ไขปฎิรูปพรบ.สิ่งเเวดล้อมปี35 รวมทั้งกฏหมายผังเมืองอย่างเร่งด่วน

นายภูมิสรรค์ กล่าวว่า 2.ปัญหาภัยเเล้งเรื้อรัง ขาดการเก็บกักน้ำที่ถูกหลักการและล้มเหลวในเรื่องจัดระบบชลประทานมายาวนาน คสช.และรัฐบาลควรน้อมนำพระอัจฉริยภาพที่เป็นที่ประจักษ์ต่อชาวไทยเเละชาวโลกด้านน้ำมาดำเนินรอยตามอย่างครบถ้วนทุกขั้นตอน ไม่ใช่เเค่นำมาบางส่วน โดยเฉพาะวิธีเก็บกักน้ำ(เเก้มลิง)หรือถ้ามีหลายเเก้มลิง ต้องไล่ตามระดับของภูมิศาสตร์พื้นแผ่นดิน เพื่อให้เป็นไปตามทางเดินของน้ำเป็นเเบบลักษณะเเก้มลิงพวง และควรนำพลังงานทดแทนมาใช้ในเเต่ละวิธีที่เหมาะสมกับพื้นถิ่นนั้นๆ เช่น โซล่าร์เซลสูบน้ำในหัวไร่ปลายนา เป็นต้น 3.ภาคประชาชนที่เกี่ยวข้องควรช่วยรัฐบาลรณรงค์และประชาสัมพันธ์อย่างหนัก ในวิธีเตรียมการรับภัยเเล้ง บวกกับแปลงเกษตรพืชน้ำน้อย น้ำหยด เพื่อชี้ปัญหาและทางเเก้อย่างยั่งยืน