"วิษณุ" ปัดให้ความเห็นคล้อยตามนายกฯปมส.ว.สรรหา เผยกรธ.ปรับลดอำนาจศาลรธน. เป็นเรื่องดี คาดชง พ.ร.บ.ประชามติเข้าครม.15 มี.ค.นี้
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีระบุว่า ให้มีส.ว.สรรหา แต่ไม่เห็นด้วยที่จะให้ส.ว.เลือกนายกฯ ว่า ไม่ทราบ ในส่วนของนายกฯ จะว่าอย่างไรตนไม่ทราบเรื่อง ส่วนการประชุมแม่น้ำ4 สาย เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมามีการพูดคุยเรื่องนี้ก่อนการประชุมอย่างเป็นทางการและหลังจากประชุมเสร็จสิ้น ก็มีเฉพาะระดับหัวหน้า ของแม่น้ำแต่ละสาย 3-4 คน พูดคุยกันต่อ ซึ่งตนกลับออกมาก่อนและไม่ทราบเพราะไม่ได้รับแจ้งว่ามีอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ตนก็ไม่ทราบว่าคุยอะไรกัน ไม่กล้าเดา เพราะไปคุยกันอีกห้อง
นายวิษณุ กล่าวว่า กรณีที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)ปรับแก้เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ โดยลดอำนาจศาลรัฐธรรมนูญลงนั้น ตนไม่ทราบเห็นแต่ในข่าว แต่ยังไม่เห็นเรื่องจริงว่าทำอะไรไปถึงไหนซึ่งการปรับแก้ส่วนนี้จะลดแรงกดดันในเรื่องส.ว.สรรหาได้หรือไม่นั้นตนไม่แน่ใจว่าที่แล้วมาเป็นแรงกดดันหรือไม่หรือกดดันเรื่องนี้หรือเรื่องอื่น แต่ก็เป็นการดีเพราะข้อเสนอแนะของคณะรัฐมนตรีต่อร่างรัฐธรรมนูญได้พูดถึงเรื่องศาลรัฐธรรมนูญว่า อยากให้ กรธ. แก้เรื่องอำนาจหน้าที่ด้วยแต่ไม่ได้เสนอแนะให้แก้เป็นอย่างไร เพราะสังคมยังวิจารณ์เรื่องนี้อยู่
นายวิษณุ กล่าวอีกว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยความเรียบร้อยการออกเสียงประชาติสำหรับร่างรัฐธรรมนูญนั้น อยู่ระหว่างดำเนินการโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ซึ่งได้ทำหนังสือชี้แจงมา ตนได้เห็นเมื่อซักครู่ว่า
กำลังพิจารณาอยู่และได้นำเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามาร่วมพิจารณาด้วยเมื่อแล้วเสร็จก็สามารถส่งถึง ครม.ได้เลย ไม่ต้องส่งกลับไปกฤษฎีกาอีก โดยคาดว่าวันอังคาร ที่ 15 มี.ค.นี้ จะสามารถนำเข้าพิจารณาในที่ประชุมครม.ได้
นายวิษณุ กล่าวว่า ส่วนข้อเสนอของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ที่ระบุว่า สมาชิกคสช.สามารถเข้าไปเป็นส.ว.สรรหาได้ว่า ภาษาพูดกับเวลาที่ต้องการจะไปสื่อหรือขยายความทมันอาจมีความชัดเจนแตกต่างกัน ถ้าเริ่มต้นโดยบอกว่าห้ามคสช.ไปเป็นตนเชื่อว่าพล.อ.ประวิตรจะตอบว่า ไม่ควรห้ามหรือไม่น่าห้ามซึ่งตนเข้าใจว่าท่านพูดในความหมายนั้น แล้วเมื่อไม่ห้าม จะเป็นก็ได้ไม่เป็นก็ได้ แต่ไม่ใช่ไปเป็นโดยอัตโนมัติ ไม่เหมือนกับ คปป. ที่กำหนดว่าหากดำรงตำแหน่งนี้แล้ว ก็ให้มาดำรงตำแหน่งนี้ด้วย มันไม่ใช่ ในเมื่อไม่มีคปป. แต่มี ส.ว. ซึ่งไม่ทราบว่ากี่คน ก็เหมือนเปิดทางให้ว่าจะมาก็ได้ไม่มาก็ได้
เพราะคนไปเป็นก็ไม่ใช่ว่าจะดีอะไรหนักหนา ต้องถูกตรวจสอบไม่แพ้ที่ตรวจสอบส.ส. ขนาดบางคนมาเป็น สนช. ยังสงสัยว่า ทำไมต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินนั่นยังสถานเบา ตามรัฐธรรมนูญใหม่ ไม่ใช่แค่ยื่นบัญชีทรัพย์สิน แต่กำหนดว่าถ้าเป็นแล้วมันทำอะไรอีกไม่ได้ตั้งหลายอย่างและไม่ใช่สมาชิกคสช.คนไหนอยากก็จะได้เข้ามาเป็นส.ว. มันต้องผ่านการสรรหา อย่างไรก็ตาม ตนยังไม่รู้เลยจริงๆ ว่าใครจะเป็นผู้สรรหา ไม่มีใครรู้แม้แต่ท่านประวิตรหรือใครที่พูดเสนอความเห็นก็ยังไม่รู้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ กรธ. ก็ยังไม่มีคำตอบว่าได้ข้อยุติในเรื่องนี้แต่ที่ถามวันนี้เหมือนมีคำตอบชัดเจนแล้ว





