“สิรวิชญ์”พร้อมทนายเข้าพบตร. รับทราบข้อกล่าวหา -แจ้งข้อหาเพิ่ม ผิดเงื่อนไขเอ็มโอยูที่ตกลงกับคสช.
นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว อายุ 24 ปี พร้อมนายอานนท์ นำภา อายุ31 ปี ทนายความส่วนตัว เดินทางเข้าพบพ.ต.ท.รุ่งโรจน์ พุทธิยาวัฒน์ รองผกก.(สอบสวน) สน.ปทุมวัน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา “ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการปล่อยตัวบุคคลที่ถูกกักตัวตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 มาตรา 15 ทวิิ”อันเป็นการฝ่าฝืนประกาศคสช.ฉบับที่ 40/2557 เนื่องจากนายสิรวิชญ์ผิดเงื่อนไขที่เซ็นMOUไว้กับคสช.เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน2557 โดยในวันดังกล่าวนายสิรวิชญ์ ได้ทำกิจกรรมกินแซนวิส ที่พารากอน ก่อนจะถูกควบคุมตัวและเซ็นMOU ว่าจะไม่เคลื่อนไหวทางการเมืองอีก
แต่แล้ววันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 นายสิรวิญช์และพวกรวมตัวจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ เลือกตั้งที่ (รัก) ลัก ที่หน้าหอศิลป์กรุงเทพ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 ก่อนถูกจับกุมพร้อมพวกอีก3คนประกอบด้วยนายอานนท์ นำภา อายุ 31 ปี นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ อายุ 46 ปี และนายวรรณเกียรติ ชูสุวรรณ อายุ 37ปี ในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งคสช.ที่7 /2557 ห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5คน ซึ่งการรวมตัวทำกิจกรรมเมื่อวันดังกล่าวถืิเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองจึงถือเป็นการผิดเงื่อนไขMOUที่ตกลงกับคสช.ไว้
ด้านนายสิรวิชญ์ เปิดเผยว่า ตนได้รับติดต่อจากตำรวจว่าถูกแจ้งข้อหาเพิ่มว่าผิดเงื่อนไขMOU กับคสช.ว่าจะไม่เคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งตนยอมรับว่างงมาก เนื่องจากวันที่ 22 มิถุนายน 2557 ก็มีหลายคนที่เซ็นข้อตกลงดังกล่าว และก็มาร่วมกิจกรรมในวันที่ิ14 กุมภาพันธ์ 2558 เช่นกัน แต่เมื่อสอบถามก็พบว่าตนถูกแจ้งข้อหานี้เพิ่มเพียงคนเดียว อย่างไรก็ตามตนยืนยันจะเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อไป เพราะวันนั้นที่ยอมเซ็นเพราะไม่มีทางเลือก ถ้าไม่เซ็นก็ไม่ได้ปล่อยตัว โดยตนก็เซ็นเอกสารลักษณะนี้มาเยอะแล้ว ตนมองว่าเป็นแค่เศษกระดาษเท่านั้น ไม่สามารถมาหยุดอุดมการณ์ของตนได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างที่นายสิรวิชญ์เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหานั้น มีกลุ่มคนอ้างว่าเป็นผู้ประกอบการย่านปทุมวันเป็นชายจำนวน 4คน ถือป้ายใจความว่า "เลิกทำตัวเป็นขยะสังคม เราต้องการทำมาหากิน ไม่ต้องการชุมนุมทางการเมือง","เป็นนักศึกษามีหน้าที่"เรียน"ก็ทำหน้าที่ตัวเองก่อน, "เลิกทำตัวเป็นขยะสังคม" พร้อมบอกว่าที่พวกตนไม่อยากให้ชุมนุมทางการเมือง เนื่องจากการชุมนุมดังกล่าวทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ คนที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงได้รับความเดือดร้อน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเชิญตัวชายทั้ง4คนไปยังห้องสืบสวน เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า ต่อมาเวลา 17.00 น.นายสิรวิชญ์เดินทางกลับ
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 21.59 น. วันที่ 3 มีนาคม ที่ผ่านมา นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว อายุ 24 ปี ได้โพสต์ข้อวามผ่านเฟซบุคส่วนตัวว่า "เมื่อตอนเย็นทางทนายความได้แจ้งมาว่า ทางตำรวจ สน.ปทุมวัน จะฟ้องข้อหาเพิ่ม จากกรณีเลือกตั้งที่(รัก)ลัก 14 ก.พ.2015 จากที่ถูกฟ้องพร้อมกันทั้ง 4 คน ในข้อหาฝ่าฝืนประกาศทรราชเผด็จการ คสช. ที่ 7 /2557 (2014) ที่ชุมนุมเกิน 5 คน ไปแล้ว และในส่วนของผมก็ฟ้องเพิ่มต่างหากในเรื่องที่ ฝ่าฝืนเงื่อนไขในการปล่อยแนบท้ายประกาศทรราชเผด็จการ คสช.ที่ 41 เพราะถูกควบคุมตัวในกรณี กินแซนวิส ที่พารากอน เมื่อ 22 มิถุนายน2014 โดยทางตำรวจได้นัดให้ผมไปรับทราบข้อกล่าว ในวันอังคารที่ 8 มี.ค.2016 เวลา 16.00 น. ปีกว่าถึงจะมีการแจ้งข้อเพิ่ม ก็มีคดีเพิ่มซะแล้ว ในตอนนั้นผมถูกควบคุมอย่างรุนแรงจากทหารนอกเครื่องแบบ ในห้างพารากอนเมื่อ 22 มิ.ย.2014 เวลา 15.40 แล้วนำไปที่ศูนย์กีฬาในสโมสรกองทัพบกวิภาวดี ตั้งแต่เวลา 17.00 สอบสวนผมอย่างหนัก จนถึงเวลา 01.00 ของวันถัดมา โดยทุกคนต้องเซ็นเอกสารเงื่อนไขหรือที่หลายคนเรียกว่าเซ็นMOU ในการปล่อยตัวว่าจะไม่เคลื่อนไหวทางการเมือง
แต่มันก็ห้ามไม่ได้หรอก ผมเองเซ็นมาไม่รู้กี่ฉบับแล้ว ผมก็ยื่นที่เคลือนไหวต่อต้านคณะรัฐประหาร ทรราชเผด็จการ คสช.มาโดยตลอด บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ เห็นว่าผมเซ็นเอกสารนั้น และให้เพิ่มข้อหาเพิ่ม ผมเลยมี 2 ข้อหา มีแรงฟ้องได้ก็ฟ้องไป ผมยืนยันที่จะต่อต้าน ทรราชเผด็จการ คสช. ต่อไป จะ2ปีแล้ว พวกคสช. มีแนวโน้มจะสืบทอดอำนาจอีก ผมในฐานะประชาชน ผมจะต่อสู้กับอำนาจที่ไม่ชอบธรรม อย่าง คสช.





