จะเกิดอะไรขึ้นถ้าวัดช่อง3 ด้วย "ดัชนีประเมินองค์กรคุณธรรมคู่สัญญารัฐ" โดย ดร.ณัฐวัฒน์ อริย์ธัชโภคิน
ศูนย์พัฒนานวัตกรรมต่อต้านคอร์รัปชัน ได้พัฒนา “ดัชนีประเมินองค์กรคุณธรรมคู่สัญญารัฐ” ตามหลักการธรรมาภิบาลและมาตรฐานสากลอื่น รวมถึงกฎหมายใหม่ของ ป.ป.ช. สำหรับใช้เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมสนับสนุนการทำงาน และให้ คู่สัญญารัฐ ได้ใช้ประเมินตนเอง เพื่อยกระดับความเป็นองค์กรคุณธรรม อันถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อ คู่สัญญารัฐ ในฐานะที่เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ และสร้างสรรค์สังคมไทยให้มีความเจริญรุ่งเรืองยั่งยืน
ปัจจุบันเครื่องมือดังกล่าวกำลังถูกนำไปใช้วัดประเมิน เอกชนที่เป็นคู่สัญญาและหน่วยงานของรัฐด้านการต่อต้านคอร์รัปชัน และหน่วยกำกับดูแล (regulator) ในฐานะคู่สัญญา ในช่วงเดียวกันนี้เองพอดีเกิดปรากฎการณ์ “สังคมต่อต้านสื่อคอร์รัปชัน” เมื่อศาลมีคำพิพากษาคดีไร่ส้ม ลงโทษผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้อง แต่สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ยังสนับสนุนให้พิธีกรรายการซึ่งต้องคำพิพากษาทำหน้าที่หน้าจอต่อไป แม้ล่าสุดพิธีกรยอมพักการทำหน้าที่แล้ว หลังจากบริษัทเจ้าของสินค้าและเอเยนซี่โฆษณาประกาศถอนโฆษณาซึ่งเป็นมาตรการลงโทษทางสังคม แต่เรื่องนี้ยังมีประเด็นต่อเนื่อง
ทั้งนี้เพราะ คำพิพากษาศาลชั้นต้น ตัดสินผู้กระทำผิด 4 ราย จำเลยที่ 1 คือ นางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด อดีตพนักงานบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา เป็นจำเลยที่ 3 และ น.ส.มณฑา ธีระเดช เป็นจำเลยที่4 โดยมี บริษัทไร่ส้มฯ เป็นจำเลยที่ 2 แม้ยังมีอีก2ศาลตามกระบวนการยุติธรรม แต่สำหรับธุรกิจสื่อมวลชนแล้ว มาตรฐานจริยธรรมควรต้องสูงกว่ากิจการทั่วๆไป เพราะสื่อมวลชนทำหน้าที่สำคัญในการขัดเกลาสังคม ทำให้คนอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างเป็นธรรม สงบสุข ดังนั้นแม้นายสรยุทธ พักการทำหน้าที่แล้ว แต่ประเด็นสำคัญที่ต้องมีความชัดเจนในเรื่องนึ้คือ สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ยังมีธุรกรรมกับบริษัทไร่ส้มฯ ซึ่งต้องคำพิพากษาว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำทุจริตต่ออีกหรือไม่ ...
เหตุผลคือ ฝ่ายบริหารส่งสัญญาณห้ามข้าราชการและหน่วยราชการไปร่วมรายการที่มีปัญหา เมื่อบริษัทไร่ส้มฯ เป็นของนายสรยุทธ การธุรกรรมระหว่างสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 กับนายสรยุทธ หรือบริษัทไร่ส้มฯ ก็น่าจะมีสถานะเดียวกัน ลำพังการหยุดทำหน้าที่หน้าจอโทรทัศน์จึงมิใช่การลงโทษทางสังคมแก่บุคคล หรือนิติบุคคลที่กระทำการคอร์รัปชัน ตามที่เครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชันทั้งภาคเอกชน ภาคประชาสังคมและภาครัฐ มีความตั้งใจร่วมกันรณรงค์ต่อต้าน
สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 นั้นมีฐานะเป็นคู่สัญญาของหน่วยงานรัฐในมุมต่างๆ คือ ประการแรกเป็นผู้รับสัมปทานกิจการโทรทัศน์จาก อสมท ประการที่สองเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์จาก คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ประการที่สามอยู่ในฐานะคู่สัญญาขายเวลาการออกอากาศเผยแพร่ข่าวสารให้หน่วยราชการต่างๆ โดยที่ผ่านมามีมูลค่าหลายสัญญารวมแล้วก็หลายร้อยล้านบาท...
ดังนั้น ถ้ามีการนำเครื่องมือดัชนีประเมินองค์กรคุณธรรม:คู่สัญญารัฐ ไปใช้วัดประเมินสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ในขณะที่ สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ยังมีธุรกรรมกับบริษัทไร่ส้มฯ อาจพบความเสี่ยงในหลายประการต่อการเป็นองค์กรคุณธรรมต่อต้านคอร์รัปชันสำหรับสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 และการเป็นคู่สัญญาที่เหมาะสมของหน่วยงานรัฐในอนาคต
ทั้งนี้เพราะ ดัชนีประเมินองค์กรคุณธรรมคู่สัญญารัฐ ซึ่งประกอบด้วยชุดคำถาม 3 ส่วน คือ ส่วนที่ 1. การบริหารงานองค์กร ส่วนที่ 2. การผลิตสินค้า/บริการ และส่วนที่ 3. การส่งเสริมสร้างสรรค์สังคมคุณธรรม มีวัตถุประสงค์ในการวัดประเมิน เพื่อแสดงให้เห็นว่า ผู้ที่เข้ามาเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐนั้น มีการประกอบกิจการตามหลักธรรมาภิบาลหรือไม่ มีนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันและการให้สินบนเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ สินค้าหรือบริการของตนเป็นประโยชน์ต่อลูกค้าแล้วยังต้องดีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ประการสุดท้ายเมื่อสองส่วนแรกดีแล้ว องค์กรคู่สัญญาของหน่วยงานรัฐนั้นๆ ได้เป็นแบบอย่างและส่งเสริมคู่ค้าของตนเองให้เป็นองค์กรคุณธรรมต่อต้านคอร์รัปชันแบบเดียวกันด้วยหรือไม่ หรืออธิบายได้ว่า องค์กรของตนเองเป็นองค์กรคุณธรรมต่อต้านคอร์รัปชันแล้ว เลือกคนคนดีและได้ทำหน้าที่กัลยาณมิตรแก่องค์กรคู่ค้าด้วยหรือไม่
“ดัชนีประเมินองค์คุณธรรมของคู่สัญญารัฐ” ได้การกำหนดตัวชี้วัดในมิติต่างๆ ใน 10 ด้าน รวม 90 คำถามหรือตัวชี้วัดย่อย ดังต่อไปนี้คือ
1.ด้านความโปร่งใสในการดำเนินงาน ประเด็นข้อคำถาม เช่น ในการดำเนินงานทั่วไป มีข้อกำหนดการประชุมของผู้ถือหุ้น คณะกรรมการ และฝ่ายบริหารไว้อย่างชัดเจน และได้ดำเนินการตามข้อกำหนดดังกล่าวนั้นอย่างเคร่งครัด หรือในการจัดซื้อจัดจ้าง มีข้อกำหนดให้ผู้บริหารระดับสูง และผู้บริหารที่มีอำนาจเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง การเงิน การบัญชี ต้องไม่ถูกขึ้นบัญชีเป็นผู้มีประวัติเสียทางการเงิน หรือถูกดำเนินคดีที่เกี่ยวกับการคอร์รัปชัน ฉ้อโกง หรือการกระทำทุจริตใดๆ ในระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา หรือมีข้อกำหนด ห้ามผู้รับผิดชอบในการจัดซื้อจัดจ้างมีความเกี่ยวข้องหรืออาจมีความสัมพันธ์กับคู่ค้า ทั้งในทางตรง หรือทางอ้อม หรือผ่านตัวแทนนายหน้านอมินีใดๆ อันอาจจะกระทบต่อความโปร่งใส และความสุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง ฯลฯ เป็นต้น
2.ด้านการยึดมั่นหลักนิติธรรม ประเด็นข้อคำถาม เช่น มีการดำเนินงานตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด มีข้อบังคับ หรือคู่มือปฏิบัติ ที่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น หรือคณะกรรมการบริหาร ห้ามมิให้บุคลากรทุกระดับเกี่ยวข้องกับการให้หรือรับสินบน รางวัล ของขวัญ สิ่งอำนวยความสะดวก ความบันเทิง การเลี้ยงรับรอง การบริจาคแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ แก่คู่ค้า เจ้าหน้าที่ของรัฐ และบุคคลอื่นใด ในลักษณะการแลกรับผลประโยชน์ที่องค์กรหรือผู้รับผิดชอบจะได้รับโดยไม่ถูกต้องชอบธรรม ฯลฯ เป็นต้น
3.ด้านความคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ ประเด็นข้อคำถาม เช่น การบริหารเงินทุนและรายได้ มีการนำเงินทุนและรายได้จากการดำเนินงาน ไปใช้เฉพาะในกิจการของเท่านั้น หรือบริการที่จัดหา และระบบจัดทำราคาอ้างอิงหรือราคากลางในการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสม และเป็นธรรม ฯลฯ เป็นต้น
4.ด้านการเคารพสิทธิมนุษยชน ประเด็นข้อคำถาม เช่น การจ้างงาน มีข้อกำหนด เรื่องการให้ผู้ด้อยโอกาสเข้าร่วมงาน หรือมีการส่งเสริมสิทธิสังคม หรือการสนับสนุนพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่ผู้ด้อยโอกาส หรือ มีข้อกำหนด เรื่องความเป็นธรรมไม่เลือกปฏิบัติในการบริหารงานองค์กร แก่บุคลากรทุกคน โดยไม่มีข้อจำกัดอันเนื่องมาจากปัจจัยด้าน เพศ อายุ ศาสนา ฯลฯ เป็นต้น
5.ด้านความรับผิดชอบต่อลูกค้า/ผู้รับบริการ ประเด็นข้อคำถาม เช่น การให้บริการหรือผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ มีนโยบายและแผนงาน การให้บริการหรือผลิตสินค้า การสร้างสรรค์สารสนเทศเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของกลุ่มลูกค้า ประเทศชาติ และสังคมส่วนรวม ฯลฯ เป็นต้น
6.ด้านการรักษาประโยชน์ส่วนรวม ประเด็นข้อคำถาม เช่น การป้องกันและปราบปรามการคอร์รัปชันเพื่อประโยชน์ส่วนรวม มีนโยบายและแผนงานการป้องกันและปราบปรามการคอร์รัปชันเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ และสังคมส่วนรวม ฯลฯ เป็นต้น
7.ด้านการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ประเด็นข้อคำถาม เช่น การเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น ผู้ถือหุ้น พนักงาน ลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ ได้ร่วมแสดงความคิดเห็น/ ร่วมกำหนดแนวทาง หรือ แสวงหาคำตอบหรือทางออก เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงาน ฯลฯ เป็นต้น
8.ด้านความพร้อมรับผิดจากการถูกตรวจสอบ ประเด็นข้อคำถาม เช่น องค์กรมีการกำหนดมาตรการและช่องทางที่ชัดเจนในการรับการร้องเรียน หรือรับการถูกตรวจสอบ หรือ มีข้อกำหนดการลงโทษ บุคลากรในองค์กรถูกหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐ หรือองค์กรทางวิชาชีพ ตรวจสอบและรายงานว่า มีพฤติกรรม หรือการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย ศีลธรรมอันดี หรือก่อให้เกิดการขัดแย้งทางความคิดของประชาชนในสังคม หรือเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข หรือมีการกระทำหรือสนับสนุนการคอร์รัปชัน โดยห้ามไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติทันทีในทุกกรณีหรือไม่ ฯลฯ เป็นต้น
9.ด้านส่งเสริมคุณธรรม ประเด็นข้อคำถาม เช่น มีการจัดทำประมวลจริยธรรม หรือ คู่มือการปฏิบัติงานตามหลักจรรยาบรรณ หรือ แนวทางการบริหาร/ การปฏิบัติงานตามหลักคุณธรรม สำหรับทั้งกรรมการและผู้บริหาร, ผู้ปฏิบัติงานในทุกส่วนงานและทุกระดับ หรือมีข้อกำหนดไม่ประกอบกิจการกับคู่ค้าใดๆ ที่ดำเนินงานโดย/ร่วมดำเนินงาน กับบุคคล กลุ่มบุคคล องค์กร ที่มีพฤติกรรมการทุจริตคอร์รัปชัน หลบเลี่ยงภาษี หรือพฤติกรรมฉ้อโกงใดๆ เช่น ผู้ที่ถูกชี้มูลหรือดำเนินคดีในข้อหาทุจริต ฉ้อโกง ฯลฯ เป็นต้น
10.ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ประเด็นข้อคำถาม เช่น องค์กรมีแผนปฏิบัติงาน เพื่อลดการใช้พลังงานในการประกอบการ หรือ มีแผนปฏิบัติงาน เพื่อให้มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่เกี่ยวข้องในการประกอบการอย่างคุ้มค่า หรือไม่
สำหรับสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 นั้น โดยทั่วไปมีผลประกอบการทางธุรกิจอยู่ในขึ้นดี การบริหารองค์กรส่วนใหญ่ได้ตามมาตรฐานที่กำหนดไว้สำหรับบริษัทจดทะเบียน ทำการผลิตรายการโทรทัศน์ส่วนใหญ่มีคุณภาพ และเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติมาอย่างต่อเนื่อง แต่อาจต้องแสดงให้ประจักษ์ว่า มีข้อกำหนด หรือคู่มือปฏิบัติ ห้ามใช้ตัวแทนนายหน้า บริษัทตัวแทน บริษัทที่องค์กรมีหุ้นอยู่ ดำเนินการใดๆ ที่อาจเป็น หรือเป็นการกระทำคอร์รัปชัน หรือส่งเสริมสนับสนุนการคอร์รัปชัน เพื่อแลกกับประโยชน์ที่องค์กรจะได้รับ และมีกิจกรรมส่งเสริม ปลูกจิตสำนึกให้บุคลากร มีความซื่อสัตย์สุจริต และมีความโปร่งใสในการปฏิบัติงาน รวมทั้งมีการปฏิบัติจริง
อย่างไรก็ตาม หากสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ยังทำธุรกรรมกับบริษัทไร่ส้มฯอยู่ ก็อาจมีปัญหาความเสี่ยงกับการประเมินในส่วนที่ 3.คือ การส่งเสริมสร้างสรรค์สังคมคุณธรรม โดยเฉพาะตัวชี้วัดด้านส่งเสริมคุณธรรม ซึ่งกำหนดว่า
องค์กรคู่สัญญาหน่วยงานของรัฐ ควรมีการส่งเสริมสร้างสรรค์สังคมคุณธรรม ผ่านการปฏิบัติ / โครงการ /กิจกรรม เช่น ...มีข้อกำหนดไม่ประกอบกิจการกับคู่ค้าใดๆ ที่ดำเนินงานโดย/ร่วมดำเนินงาน กับบุคคล กลุ่มบุคคล องค์กร ที่มีพฤติกรรมการทุจริตคอร์รัปชัน หลบเลี่ยงภาษี หรือพฤติกรรมฉ้อโกงใดๆ เช่น ผู้ที่ถูกชี้มูลหรือดำเนินคดีในข้อหาทุจริต ฉ้อโกง ฯลฯ และ...มีข้อกำหนดในการประกอบกิจการกับคู่ค้า เฉพาะรายที่ไม่มีพฤติกรรมการทุจริตคอร์รัปชัน ไม่หลบเลี่ยงภาษี หรือพฤติกรรมคดโกงใดๆ
นอกจากนี้ เครื่องมือดัชนีประเมินองค์กรคุณธรรมคู่สัญญารัฐ ยังประเมินด้วยว่า ใน 12 เดือนที่ผ่านมา องค์กรคู่สัญญาหน่วยงานของรัฐถูกหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐ หรือองค์กรทางวิชาชีพ ตรวจสอบและรายงานว่า มีการดำเนินงาน หรือการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย ศีลธรรมอันดี หรือก่อให้เกิดการขัดแย้งทางความคิดของประชาชนในสังคม หรือเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข หรือมีการกระทำหรือสนับสนุนการคอร์รัปชัน หรือไม่ และใน 12 เดือนที่ผ่านมา บุคลากรในองค์กรถูกหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐ หรือองค์กรทางวิชาชีพ ตรวจสอบและรายงานว่า มีพฤติกรรม หรือการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย ศีลธรรมอันดี หรือก่อให้เกิดการขัดแย้งทางความคิดของประชาชนในสังคม หรือเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข หรือมีการกระทำหรือสนับสนุนการคอร์รัปชัน หรือไม่
ขณะเดียวกัน คู่สัญญาหน่วยงานรัฐควรมีข้อกำหนดการลงโทษ กรณีบุคลากรในองค์กรถูกหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐ หรือองค์กรทางวิชาชีพ ตรวจสอบและรายงานว่า มีพฤติกรรม หรือการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย ศีลธรรมอันดี หรือก่อให้เกิดการขัดแย้งทางความคิดของประชาชนในสังคม หรือเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข หรือมีการกระทำหรือสนับสนุนการคอร์รัปชัน โดยห้ามไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติทันทีในทุกกรณี
ประเด็นการประเมินอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ เช่น ใน 24 เดือนที่ผ่านมา คู่สัญญาหน่วยงานรัฐ มีการลงโทษ บุคลากรซึ่งถูกหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐ หรือองค์กรทางวิชาชีพ ตรวจสอบและรายงานว่า มีพฤติกรรม หรือการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย ศีลธรรมอันดี หรือก่อให้เกิดการขัดแย้งทางความคิดของประชาชนในสังคม หรือเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข หรือมีการกระทำหรือสนับสนุนการคอร์รัปชัน โดยห้ามไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติทันทีในทุกกรณี หรือไม่
คู่สัญญาหน่วยงานรัฐ มีข้อกำหนดหรือคู่มือปฏิบัติ ในกรณีถูกหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐ หรือองค์กรทางวิชาชีพ ตรวจสอบและรายงานว่า มีพฤติกรรม หรือการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย ศีลธรรมอันดี หรือก่อให้เกิดการขัดแย้งทางความคิดของประชาชนในสังคม หรือเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข หรือมีการกระทำหรือสนับสนุนการคอร์รัปชัน หรือไม่
ใน 24 เดือนที่ผ่านมา เมื่อถูกหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐ หรือองค์กรทางวิชาชีพ ตรวจสอบและรายงานว่า มีพฤติกรรม หรือการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย ศีลธรรมอันดี หรือก่อให้เกิดการขัดแย้งทางความคิดของประชาชนในสังคม หรือเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข หรือมีการกระทำหรือสนับสนุนการคอร์รัปชัน องค์กรคู่สัญญาหน่วยงานรัฐ ได้ดำเนินการแก้ไข ปรับปรุง หรือปฏิบัติตามที่หน่วยงานกำกับดูแลของรัฐ หรือองค์กรทางวิชาชีพมีข้อแนะนำทันทีในทุกกรณี หรือไม่
อย่างไรก็ตาม เครื่องมือดัชนีประเมินองค์กรคุณธรรมคู่สัญญาหน่วยงานรัฐดังกล่าวนี้ เป็นเครื่องมือด้านการส่งเสริมเชิงบวกสำหรับ คู่สัญญาหน่วยงานรัฐที่ต้องการพัฒนาตนเองเป็นองค์กรคุณธรรมต่อต้านคอร์รัปชัน บนพื้นฐานหลักการมีส่วนร่วม (participation) ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholders) ที่จะกำกับดูแลตนเองให้ดำรงความดีงามในการประกอบกิจการ ดังนั้นจะไม่มีการบังคับให้เอกชนคู่สัญญาหน่วยงานรัฐต้องเข้ารับการประเมิน แต่การวัดประเมินด้วยเครื่องมือนี้จะเกิดจากความสมัครใจของเอกชนคู่สัญญาหน่วยงานรัฐเอง ถ้าต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติอย่างยั่งยืน
คำถามที่ตามมาคือ เมื่อเอกชนสมัครใจประเมินเป็นองค์กรคุณธรรมต่อต้านคอร์รัปชันแล้ว จะเกิดประโยชน์อะไร ประโยชน์ข้อแรก เอกชนที่มีมาตรฐานเป็นองค์กรคุณธรรมต่อต้านคอร์รัปชันจะถูกบันทึกไว้ในรายชื่อองค์กรคุณธรรมที่จะเป็นคู่มืออ้างอิงในการจัดซื้อจัดจ้างสำหรับหน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีใด ทั้งการประกวดราคา การสอบราคา การจัดซื้อด้วยพิเศษ นอกจากนี้ รัฐอาจพิจารณาส่งเสริมเอกชนคู่สัญญารัฐในบัญชีองค์กรคุณธรรมเป็นพิเศษ
ประโยชน์ข้อที่สอง เมื่อหน่วยงานของรัฐเลือกทำธุรกรรมกับองค์กรคุณธรรมต่อต้านคอร์รัปชันก็จะสบายใจ เพราะมีความเสี่ยงต่ำ ทั้งการเกิดคอร์รัปชัน หรือการถูกตรวจสอบการกระทำคอร์รัปชัน ต่างจากหน่วยงานของรัฐที่ยังเลือกทำธุรกรรมกับองค์กรซึ่งไม่ยอมประเมินตนเองให้เป็นองค์กรคุณธรรมต่อต้านคอร์รัปชัน หรือยังมีธุรกรรมกับบุคคล หรือนิติบุคคลที่มีพฤติกรรมคอร์รัปชัน หรือถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด หรือถูกศาลพิพากษาตัดสินว่ามีความผิดในคดีคอร์รัปชัน
หน่วยงานของรัฐประเภทหลังนี้จะถูกจับตา และชี้เป้าให้หน่วยงานต่อต้านคอร์รัปชัน ทั้ง ป.ป.ช. ป.ป.ท. สตง. ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม เข้าจัดการว่าทำไมถึงยังทำธุรกรรม/กิจกรรมกับองค์กรที่พัวพันคอร์รัปชันอยู่อีก
ประโยชน์ข้อที่สาม ที่ผ่านมามีการประเมินว่าแต่ละปี เอกชนเคยจ่ายสินบนเพื่อแลกการเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐเป็นเงินถึงปีละ สองสามแสนล้านบาท ดังนั้น ยิ่งหน่วยงานของรัฐ มีจำนวนคู่สัญญาเป็นองค์กรคุณธรรมต่อต้านคอร์รัปชันยิ่งมาก ก็จะทำให้แนวโน้มการจ่ายสินบนเพื่อแลกการเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐลดลง โดยเป้าหมายของศูนย์พัฒนานวัตกรรมต่อต้านคอร์รัปชัน หวังว่าเครื่องมือนี้จะลดการจ่ายสินบนลงได้ถึงแสนล้านบาท
ที่ผ่านมา สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ถือเป็นสื่อผู้นำรายการโทรทัศน์ดีๆ ด้านส่งเสริมคุณธรรมแก่สังคมได้อย่างน่าชื่นชม ไม่ว่าจะเป็น เรื่องเปาบุ้นจิ้น ละครเรื่องเหนือเมฆฯลฯ หลายคำถามจากเครื่องมือประเมินข้างต้น...สถานีโทรทัศน์ช่อง3 น่าจะมีคำตอบอยู่แล้ว หากยังมุ่งมั่นดำรงตนในฐานะคู่สัญญารัฐที่ดีและเป็นองค์กรคุณธรรมต่อต้านคอร์รัปชัน.
-------------------------------------------------------------
ข้อมูลจำเพาะ ดัชนีประเมินองค์กรคุณธรรมคู่สัญญารัฐ
ดัชนีประเมินองค์กรคุณธรรมคู่สัญญารัฐ เป็นเครื่องมือที่ศูนย์พัฒนานวัตกรรมต่อต้านคอร์รัปชันได้พัฒนาขึ้นตามหลักการธรรมาภิบาล กฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริต และมาตรฐานสากลอื่น สำหรับใช้ในการส่งเสริมสนับสนุนการทำงาน และให้ คู่สัญญารัฐ ได้ใช้ประเมินตนเอง เพื่อยกระดับความเป็นองค์กรคุณธรรม อันถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อ คู่สัญญารัฐ ในฐานะที่เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ และสร้างสรรค์สังคมไทยให้มีความเจริญรุ่งเรืองยั่งยืน
ประโยชน์ของเครื่องมือนี้จะช่วยให้ คู่สัญญารัฐ ทราบถึงจุดเด่นและจุดที่จะสามารถปรับปรุงยกระดับศักยภาพให้ก้าวสู่การเป็นองค์กรคุณธรรมอย่างเต็มที่ และเป็นข้อมูลให้ภาคีเครือข่ายทั้งในภาครัฐและธุรกิจเอกชน นำผลการประเมินไปใช้ประกอบการพิจารณาให้การสนับสนุนการดำเนินงานของ คู่สัญญารัฐ ที่เป็นองค์กรคุณธรรมในรูปแบบต่างๆ ต่อไป
ดัชนีประเมินองค์กรคุณธรรมคู่สัญญารัฐ ประกอบด้วยชุดคำถาม 3 ส่วน คือ ส่วนที่ 1. การบริหารงานองค์กร ส่วนที่ 2. การผลิตสินค้า/บริการ และส่วนที่ 3. การส่งเสริมสร้างสรรค์สังคมคุณธรรม รวม 90 ข้อคำถาม
ในการตอบแบบประเมินให้ทำโดยการ ทำเครื่องหมาย ในช่องตัวเลือกที่ต้องการ และต้องพร้อมแสดงหลักฐานเชิงประจักษ์เพื่ออ้างอิงหรือประกอบการยืนยันความถูกต้องของข้อมูลสำหรับเผยแพร่ในเว็บไซต์องค์กรผู้เข้าประเมินเองให้สาธาณชนได้รับทราบต่อไป
-------------------------------------------------
ข้อมูลผู้เขียน
ดร.ณัฐวัฒน์ อริย์ธัชโภคิน กรรมการอำนวยการ ศูนย์พัฒนานวัตกรรมต่อต้านคอร์รัปชัน





