วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วธ.ดันแผนส่งเสริมการอ่าน ตั้งเป้าคนไทยอ่านเพิ่ม3เท่า

วธ.ยกร่างแผนแม่บทส่งเสริมการอ่าน ตั้งเป้าสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ในสังคมไทย พร้อมผลักดันคนไทยอ่านหนังสืออย่างมีึุณภาพเพิ่ม 3 เท่าภายใน4 ปี

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมร่างแผนแม่บทส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้และการอ่านของไทย พ.ศ.2559-2562 เมื่อเร็วๆนี้ว่า กระทรวงวัฒนธรรม ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) จัดทำแผนแม่บทส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้และการอ่านของไทย พ.ศ.2559-2562 (4 ปี) เพื่อวางแนวทางในการสร้างสรรค์แหล่งเรียนรู้เพื่ออนาคต

โดยเน้นการปลูกฝังและส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน และการแสวงหาความรู้ในบรรยากาศการเรียนรู้ที่ทันสมัย รวมทั้งให้มีการเชื่อมโยงเครือข่ายกระจายความรู้ที่ง่ายต่อการเข้าถึง ตลอดจนสร้างนิสัยรักการอ่านและการเรียนรู้ให้อยู่ในสังคมอย่างยั่งยืน เนื่องจากในสถานการณ์ปัจจุบัน คนไทยอ่านหนังสือเพื่อการเรียนรู้และเพื่อความบันเทิงนอกเวลาเรียนและเวลาทำงาน เฉลี่ย 66 นาทีต่อวัน แต่การเรียนรู้ในปัจจุบัน สามารถเรียนรู้ได้จากสื่อดิจิทัลและจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น พิพิธภัณฑ์ ทำให้ต้องผนึกกำลังกันส่งเสริมให้วัฒนธรรมการอ่านและการเรียนรู้เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ

นายวีระ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ เป้าหมายของร่างแผนแม่บทส่งเสริมการเรียนรู้และการอ่านของไทย ตั้งเป้าให้คนไทยจะใช้เวลากับการอ่านที่มีคุณภาพมากขึ้นกว่าเดิม 3 เท่าภายในระยะเวลา 4 ปี (59-62) มีนิสัยรักการอ่านและแสวงหาความรู้ เข้าถึงหนังสือและสื่อการอ่านได้โดยสะดวก รวดเร็ว มีทักษะการอ่านที่มีคุณภาพและสามารถนำความรู้มาใช้ประโยชน์ได้ จนเกิดเป็นวัฒนธรรมรักการอ่านขึ้นในสังคมไทย

“โดยมี 5 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1.สร้างความตระหนักรู้ในคุณค่าการอ่าน 2.เพิ่มโอกาสการเข้าถึงหนังสือและสื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ อาทิ มาตรการยกเว้นภาษีเงินบริจาคให้สถาบันการศึกษาเพื่อซื้อสื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ โดยร่วมกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ในการพัฒนาสื่อเพื่อส่งเสริมการอ่านได้ 3.พัฒนาระบบและบริการห้องสมุดและแหล่งเรียนรู้ให้จูงใจผู้ใช้บริการได้มากขึ้น 4.ส่งเสริมการพัฒนาทักษะการอ่านอย่างมีคุณภาพ และ5.พัฒนากลไกและเครือข่ายร่วมสร้างวัฒนธรรมการอ่านเพื่อการเรียนรู้ อาทิ โครงการส่งเสริมให้มีระบบและกลไกประจำสำหรับการรวบรวมหนังสือบริจาคทั่วประเทศ เพื่อกระจายไปสู่คนที่ต้องการ” นายวีระ กล่าว

นายวีระ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมเห็นชอบมอบหมายให้หน่วยงาน อาทิ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงมหาดไทย สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ และอุทยานการเรียนรู้ รวบรวมการดำเนินงานด้านการส่งเสริมการเรียนรู้และการอ่าน โดยให้วิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคเพื่อนำมาเสนอในการประชุมคราวถัดไป หลังจากนั้นจะนำไปปรับปรุงร่างแผนแม่บทส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้และการอ่านของไทย เพื่อทำประชาพิจารณ์แล้วเสนอต่อคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบต่อไป