"วิษณุ"แจงตีกลับร่างกฏหมายคุมประชามติ เพราะกกต.ขอใช้อำนาจม.44 ย้ำต้องออกเป็นพ.ร.บ.หรือพ.ร.ก.เท่านั้น แนะให้เขียนใหม่เป็น 20-30 มาตรา
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเนื้อหาในร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยความเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวยังไม่ได้ส่งมาที่ตน ซึ่งเบื้องต้นกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้ส่งเนื้อหาอย่างไม่เป็นทางการมาที่รัฐบาล จากนั้นตนได้คืนร่างกลับไปที่กกต. ซึ่งก็ไม่ได้มีข้อเสนอแนะใดๆเนื่องจากกกต.เห็นว่าในเรื่องกฎระเบียบของการทำประชามตินั้นควรออกคำสั่งมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว ซึ่งตนเห็นว่าไม่ได้ เพราะเรื่องนี้ต้องพิจารณาโดยละเอียดรอบคอบ ต้องออกเป็นพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)หรือไม่ก็พระราชกำหนด(พ.ร.ก.)
เพราะเนื้อหาที่ยืดยาวลักษณะนี้ไม่เหมาะต่อการออกคำสั่งมาตรา44 เนื่องจากเมื่อบังคับใช้แล้วจะมีการตีความบังคับใช้ในภายหลัง ซึ่งหากเข้าสภาฯจะมีการถกเถียงกัน เข้าใจถึงเจตนารมณ์ในการออกกฎหมาย กกต.เสนอกฎหมายโดยความเข้าใจที่เข้าเคลื่อนบางอย่าง ซึ่งเสนอมาทั้งหมด 16 มาตรา โดยนึกว่านอกจากกฎหมายฉบับนี้แล้วจะมีประกาศอย่างอื่นเข้ามาประกอบกัน ทั้งนี้ร่างกฎหมายที่กกต.ส่งมาเบื้องต้นยังไม่ครอบคลุมอะไรเลย เพราะกกต.คิดว่าจะมีประกาศเพิ่มเติมออกมา
"ผมบอกว่าไม่ใช่ ในการทำประชามติครั้งนี้ เรื่องระเบียบ กฎเกณฑ์ต่างๆต้องออกเป็นกฎหมายทั้งหมด มันไม่มีการออกเป็นประกาศอื่นๆ ตามมาอีก ซึ่ง 16 มาตราคงจะไม่พอ เลยบอกให้กกต.ไปเขียนใหม่ให้เป็น 20 มาตรา หรือ 30 มาตรา มีความละเอียดชัดเจนว่าอะไรทำได้ หรือทำไม่ได้หากทำได้แล้วก็ส่งคืนไป อย่างไรก็ตามเรื่องการทำประชามติอาจจะมีประกาศอย่างอื่นเข้ามาประกอบกัน แต่ไม่เกี่ยวกับเรื่องของฐานความผิด ซึ่งอาจจะเป็นกำหนดวันในการลงประชามติ ซึ่งต้องออกเป็นประกาศ ทั้งนี้ยังไม่ทราบว่ากกต.จะพิจารณาทบทวนร่างกฎหมายฉบับนี้แล้วเสร็จเมื่อไร แล้วจะส่งมายังครม.เมื่อใด แต่คาดว่าคงจะเร็วๆนี้ ก่อนที่ขั้นตอนการทำประชามติจะนับหนึ่ง ซึ่งกฎหมายฉบับนี้มีแนวโน้ม 90% ที่จะออกเป็นพ.ร.บ. ซึ่งตนได้หารือกับนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ว่าทางสภาจะสามารถเร่งการพิจารณาได้อย่างไรบ้าง โดยนายพรเพชรรับปากว่าจะเร่งการพิจารณาให้"นายวิษณุ กล่าว
นายวิษณุ กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติว่า ขณะนี้คณะกรรมการกฤษฎีกายังไม่ได้ส่งเรื่องมายังรัฐบาล ซึ่งกฤษฎีกาทราบอยู่แล้วว่าจะต้องพิจารณาโดยเร็ว อย่างไรก็ตามเมื่อกฤษฎีกาส่งความเห็นมาแล้วก็จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เพื่อขอความเห็นชอบในการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว ซึ่งจะประชุมร่วมกันหรือไม่ร่วมกันก็ได้แต่ให้มีความเห็นชอบเหมือนกัน ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวครั้งนี้เป็นการแก้ไขเพียงประเด็นเกณฑ์การออกเสียงประชามติซึ่งจะแก้ไขภายในเดือนมีนาคมนี้ โดยได้หารือกับนายพรเพชรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนประเด็นทางออกหารการทำประชามติไม่ผ่านนั้นจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวอีกครั้งในภายหลัง เพราะตอนนี้รัฐบาลยังหาทางไม่เจอ





