วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

แจงจม.น้อย 'รองนายกฯวิษณุ' ขอพิจารณาพักโทษผู้ต้องขัง

ปมร้อน! รมว.ยุติธรรม แจงจม.น้อยจาก "รองนายกฯวิษณุ" ส่งถึงอธิบดีราชทัณฑ์ ขอพิจารณาพักโทษอดีตนายกฯสมาคมกล้วยไม้ฯ เป็นเรื่องปกติ

ตามที่มีการเผยแพร่จดหมายร่างด้วยลายมือลงชื่อ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ลงวันที่17ก.พ. 2559 ระบุข้อความถึงอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ที่มีเนื้อหาขอให้พิจารณาพักการลงโทษนายเจตน์ มีญาณเยี่ยม อายุ52ปี ผู้ต้องขังคดีแจ้งความเท็จและฟ้องเท็จ อดีตนายกสมาคมกล้วยไม้ดอกประเทศไทย ซึ่งต้องโทษจำคุก4ปีแต่ได้รับพระราชทานอภัยโทษเหลือ2ปีและรับโทษมาแล้ว1ปีโดยมีการลงท้ายข้อความว่าให้พิจารณาหากระเบียบราชทัณฑ์เปิดช่องให้ทำได้

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า การเขียนจดหมายน้อยของนายวิษณุ สามารถทำได้เป็นเรื่องปกติคนทั่วไปก็ทำกัน แต่อย่านำไปเปรียบเทียบกับจดหมายน้อยของการวิ่งเต้นขอตำแหน่งให้กับข้าราชการตำรวจของศาลปกครอง เพราะกรณีนี้เป็นการร้องขอตามสิทธิของผู้ต้องขังซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังร้องขอเองหรือญาติร้องขอก็ได้ โดยเรื่องนี้นายกสมาคมกล้วยไม้ฯคนปัจจุบัน ร้องขอไปยังนายวิษณุซึ่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงยุติธรรมโดยตรง จึงเป็นเหตุให้รองนายกรัฐมนตรีได้ทำหนังสือปะหน้าส่งถึงกรมราชทัณฑ์พร้อมระบุว่า “กรุณาพิจารณาด้วยหากระเบียบเปิดช่องให้ทำได้“ สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นสิทธิโดยชอบขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เมื่อได้รับหนังสือจากผู้ร้องก็ต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของกรมราชทัณฑ์

รมว.ยุติธรรม กล่าวต่อว่า ตามปกติเมื่อผู้ต้องขังจะร้องขอให้มีการพักการลงโทษมักจะอ้างเรื่องคุณงามความดีโดยแบ่งออกเป็น2ช่วง คือ ช่วงที่อยู่ในเรือนจำเจ้าหน้าที่จะเป็นผู้ประเมินจากความประพฤติผู้ต้องขังส่วนช่วงที่ใช้ชีวิตอยู่นอกเรือนจำก็ต้องอ้างบุคคลอื่นมาให้การรับรอง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่มีการอ้างถึงบุคคลที่น่าเชื่อถือต่างๆส่วนกรณีที่มีการยืนยันถึงตำแหน่งอดีตนายกสมาคมกล้วยไม้ฯก็เพื่อให้มีการรับรู้ถึงอาชีพและรายได้ที่แน่นอนหากได้รับการพักการลงโทษจะไม่หลบหนีหรือกระทำผิดเงื่อนไข ดังนั้นสิ่งที่นายวิษณุกระทำเป็นการทำหน้าที่ดูแลสิทธิของผู้ต้องขังไม่ใช่การละเมิดสิทธิ์ผู้อื่น แต่กลับถูกโยงไปเป็นประเด็นใส่ร้ายกันในทางการเมือง วัตถุประสงค์เพื่อให้คนทำงานหมดกำลังใจ

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวต่อว่า. สำหรับผู้ต้องขังรายดังกล่าวจะได้รับการพิจารณาพักการลงโทษหรือไม่ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติคือจะต้องเหลือโทษจำคุกไม่เกิน1ใน3และจะต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการพักการลงโทษที่มีปลัดกระทรวงยุติธรรมหรือรองปลัดกระทรวงยุติธรรมนั่งเป็นประธาน

ขณะที่นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรมรักษาการอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่ามีหนังสือดังกล่าวส่งถึงสำนักงานอธิบดีกรมราชทัณฑ์จริงตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าผู้ต้องขังรายดังกล่าวมีคุณสมบัติเข้าหลักเกณฑ์พักการลงโทษแต่จะได้รับการพักโทษหรือไม่ขึ้นอยู่กับผลการพิจารณาของคณะกรรมการ

สำหรับนายเจตน์เป็นผู้ต้องขังเด็ดขาดถูกศาลฏีกาพิพากษาจำคุกเป็นเวลา4ปีเมื่อวันที่1ก.พ. 2558ในข้อหาแจ้งความเท็จและฟ้องเท็จโดยถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษธนบุรี. โดยที่่ีผ่านมาผู้ต้องขังคนดังก็ได้รับการพักการลงโทษปล่อยตัวก่อนกำหนดเช่นเดียวกับนักโทษทั่วไป อาทิ นายเฉลิมชัย มัจฉากล่ำ หรือผู้พันตึ๋ง นานชลอ เกิดเทศ และนพ.วิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ โดยผู้ได้รับการพักโทษต้องมารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่คุมประพฤติทุกเดือน หากมีการกระทำผิดผิดหรือฝ่าฝืนเงื่อนไขการพักโทษ จะต้องถูกนำตัวกลับมารับโทษจำคุกในส่วนที่ถูกพักไว้ให้ครบ

สำหรับหลักเกณฑ์การพักการลงโทษหมายถึงการปล่อยผู้ต้องขังออกไปก่อนครบกำหนดโทษตามคำพิพากษาภายใต้เงื่อนไขคุมประพฤติ ผู้ต้องขังจะได้รับการปล่อยตัวพักการลงโทษต้องเป็นผู้ต้องขังเด็ดขาดและมีคุณสมบัติ ดังนี้ เป็นผู้ต้องขังชั้นเยี่ยมเหลือโทษจำคุกไม่เกิน1ใน3 ผู้ต้องขังชั้นดีมากเหลือโทษจำคุกไม่เกิน1ใน4 ผู้ต้องขังชั้นดีเหลือโทษจำคุกไม่เกิน1ใน5 ทั้งนี้เมื่อเข้าเกณฑ์พักการลงโทษต้องมีการเตรียมข้อมูเรื่องถิ่นที่อยู่และชื่อผู้อุปการะแจ้งญาติเพื่อให้การรับรองความประพฤติ จากนั้นเรือนจำจะรวบรวมเอกสารเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการเรือนจำเพื่อส่งเรื่องไปยังกรมราชทัณฑ์เพื่อพิจารณาอนุมัติเมื่อกรมราชทัณฑ์พิจารณาแล้วจึงจะแจ้งกลับมายังเรือนจำเพื่อทำการปล่อยตัว