วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ทักษิณ'เปิดเกมเจรจา 'อะไร-กับใคร'?

"ทักษิณ"ระบุ"ผมขอเสนอให้มีการพูดคุย ผมพร้อมแล้ว โดยขอแค่เพียงเห็นประเทศเดินไปข้างหน้าคืนประชาธิปไตยให้กับประชาชน"

"เวลานี้ผมขอเสนอให้มีการพูดคุย ผมพร้อมแล้ว โดยขอแค่เพียงเห็นประเทศเดินไปข้างหน้าคืนประชาธิปไตยให้กับประชาชน" นี่คือคำให้สัมภาษณ์ของ “ทักษิณ ชินวัตร” ที่มีต่อสื่อต่างชาติ ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา  

แน่นอนว่าคำให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ยึดกุมหน้าสื่อทุกประเภท ทั้งหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุ หรือ สื่อออนไลน์ มุมหนึ่งเป็นเพราะเป็นคำสัมภาษณ์ของ “ทักษิณ ชินวัตร” ผู้ถูกมองเป็นเบอร์หนึ่งของคู่ขัดแย้ง    อีกมุมหนึ่งเพราะเป็นการให้สัมภาษณ์จ่อสื่อระดับโลก  และอีกมุมหนึ่งเป็นเพราะเขาพูดชัดๆว่าพร้อมจะเปิดการเจรจากับอีกขั้วความขัดแย้ง 

ทำให้ปรากฏการณ์ครั้งนี้ได้รับความสนใจจากคนทั่วไปในสังคม และแน่นอนว่าข้อเสนอผ่านสื่อเช่นนี้ ถูกดาหน้าปฏฺิเสธจากฝั่งผู้มีอำนาจในปัจจุบัน 

คำถามคือ “ทักษิณ” หวังแค่ไหน และหวัังอะไรกับการขอเจรจาครั้งนี้   เราคงไม่อาจฟันธงได้ 100% ว่าเขาจะอยากเจรจาเพื่อหาทางยุติเรื่องราวที่ดำเนินมาอย่างยืดเยื้อได้จริงหรือไม่  แต่หากดูจากเรื่องราวที่ผ่านมาก็พอจะทำให้เห็นอะไรบางอย่างของปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ 

สิ่งที่ต้องนำมาพิจารณาคือ หาก “ทักษิณ” ต้องการให้เกิดการเจรจาจริง เขากำลังจะเจรจาอะไร  เจรจาเพื่อให้ผู้มีอำนาจเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ให้เป็นประชาธิปไตยอย่างนันหรือ หรือเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้ง หรือเจรจาเพื่อหาทางออกให้กับบ้านเมือง หรือเจรจาเพื่อหาทางออกให้ตัวเขาเอง หรือเจรจาเพื่อหาทางออกให้คนในครอบครัว หรือเจรจาเพื่อให้น้องสาวอย่าง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” หลุดพ้นจากบ่วงคดีที่ตอนนี้เธอต้องเผชิญทั้งคดีแพ่งและอาญา 

นี่คือสิ่งที่ไม่ใช่แค่เราต้องตอบ แต่เป็นคำถามที่"ทักษิณ" ต้องตอบเช่นเดียวกัน ว่าถ้ามีการเจรจาจริงๆ เขาต้องการเจรจาเรื่องอะไรเป็นหลักกันแน่ 

ประการต่อมาคือ หากมีการเจรจาตกลง เขาจะเอาอะไรในมือไปเจรจาต่อรอง เพราะการจะต่อรองหรือพูดคุยเพื่อหาข้อยุติของคู่ขัดแย้ง ทั้งสองฝ่ายต้องมีสถานะที่ทัดเทียม และมีข้อเสนอในมือที่เรียกได้ว่าอีกฝั่งต้องการเป็นอย่างมาก 

ในวันที่เขามีอำนาจอยู่เต็มมือ หรือพลังมวลชรที่คอยหนุนหลัง เขายังต่อรองกับอีกฝั่งไม่สำเร็จแล้ววันนี้เขายังจะสามารถต่อรองอะไรได้อีกหรือ เพราะแม้เขาจะมีมวลชนในมืออยู่บ้าง แต่ความเคลื่อนไหวก็ถูกจำกัด หรือเขาเชื่อว่าเมื่อถึงวันเลือกตั้งพรรคที่เขาสนับสนุนจะชนะการเลือกตั้ง  แต่นั่นก็ยังเป็นวันข้างหน้า ซึ่งยังไม่มีอะไรรับประกันว่าเขาจะชนะจริงๆ หรือแม้แต่หากชนะแล้วจะมีอำนาจอะไรเมื่อกติกาที่เขียนไว้ล็อกตายมิให้เคลื่อนไหวหรือทำอะไรได้  แม้แต่แก้รัฐธรรมนูญก็อาจเป็นเรื่องยากเหลือล้น 

คำถามอีกประการคือ ถ้าหากเขามองตัวเขาเป็นแกนหลักของหนึ่งขั้วความขัดแย้ง  แล้วอีกข้างหนึ่งของเชือกที่เขาคิดจะเจรจาด้วยเป็นใคร เป็น “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดของอำนาจรัฐในขณะนี้หรือไม่ หรือเป็น คสช. ทั้งคณะที่กำลังบริหารบ้านเมืองในขณะนี้อยู่ หรือจะมีกลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลังอีก  และการเจรจากับคนเป็นกลุ่มนั้นย่อมยากกว่าการเจรจากับผู้บังคับบัญชาเพียงคนเดียว 

นอกจากนี้สิ่งที่ “ทักษิณ” พึงนำมาคิดคือ กี่ครั้งมาแล้วที่เขาเจรจา หรือยื่นข้อต่อรองแล้วปรากฏว่าไม่เป็นไปตามที่คิด จนหลายครั้งกลุ่มที่อยู่ใกล้เคียงกับเขามักจะคิดว่าเขาถูกหักหลัง  หากเขายังคิดเจรจาอีก ก็อาจต้องดูว่าเขาอยู่ในข่ายผู้เสพความเจ็บปวดหรือไม่ เนื่องจากจะเจ็บอีกอีกกี่ครั้งก็ไม่จำ

จากทั้งหมดเราจึงเชื่อได้ว่า การออกมาของเขาในครั้งนี้ต่อสื่อนอก จึงเป็นเพียงการเกาะเพื่อไม่ให้ตกกระแสเท่านั้น    

วันนี้เมื่อร่างรัฐธรรมนูญที่ถูกกล่าวหาว่าไม่เป็นประชาธิปไตยถูกเปิดออกมา  กอปรกับสภาพเศรษฐกิจที่อยู่ในภาวะดิ่งเหว  เขาจึงเลือกที่จะเกาะกระแสออกมาในขณะนี้เพื่อช่วงชิงพื้นที่ และเตรียมการเคลื่อนไหวในอนาคตเผื่อวันข้างหน้าที่อำนาจปัจจุบันอ่อนแรงลง และอาจจะคาบเกี่ยวไปถึงความพยายามช่วยเหลือพี่น้องที่ติดบ่วงคดีด้วย 

แต่สิ่งหนึ่งที่ “ทักษิณ” อาจจะลืมไปคือ วันนี้เขาไม่ได้อยู่ในสถานะแกนนำอีกต่อไป เพราะที่ผ่านมาเขาก็ทำให้มวลชนเจ็บช้ำมิใช่น้อย ไม่ว่าจะเป็นการเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแบบเหมาเข่ง หรือสภาพนิ่งเฉยเมื่อรัฐบาลเลือกตั้งถูกรัฐประหาร 

เขาอาจจะอยู่ในสถานะสำคัญตัวผิด คิดว่าเป็นแกนกลางของทุกสิ่ง  แต่ตอนนี้ประชาชนได้ก้าวข้ามเขาไปมากและพร้อมที่จะขับเคลื่อนด้วยตัวเองหากมีอะไรที่ไม่เป็นประชาธิปไตย   โดยไม่ต้องให้มือที่เปื้อนผลประโยชน์มาตักตวงเอาความได้เปรียบไปใช้เพื่อตัวเองอีกต่อไปได้ก้าวข้ามเขาไปมากและพร้อมที่จะขับเคลื่อนด้วยตัวเองหากมีอะไรที่ไม่เป็นประชาธิปไตย   โดยไม่ต้องให้มือที่เปื้อนผลประโยชน์มาตักตวงเอาความได้เปรียบไปใช้เพื่อตัวเองอีกต่อไป  

ทั้ง"ทักษิณ"และ"ผู้มีอำนาจ" พึงเข้าใจถึงความจริงข้อนี้ให้จงดี