"ชาญชัย"ชี้ช่องจุดอันตราย หากตัดวรรค3 ม.47 รธน.ปี50 จี้กรธ.ตอบบัญญัติรับรอง กก.กสทช.เพื่ออะไร
นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีตส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ในมาตรา56 ได้ตัดบทบัญญัติวรรคสามของรัฐธรรมนูญปี2550 มาตรา47 ทิ้ง ว่า จากรัฐธรรมนูญเดิมที่ห้ามมิให้กลุ่มทุนเข้าซื้อกิจการ ควบรวมสื่อทุกแขนง ซึ่งมีเจตนารมย์ไม่ต้องการให้กลุ่มทุนผูกขาดสื่อโดยกว้านซื้อสื่อต่างๆไว้ใต้อาณัติ เพื่อสร้างอำนาจผูกขาด ครอบงำ ชี้นำ หรือปกปิดข่าวสารใดๆต่อสังคมเพื่อผลประโยชน์ การที่มาตรา56 ตัดวรรคสามทิ้งจะเป็นการเปิดช่องให้สามารถกระทำดังกล่าวได้ จะนำมาซึ่งปัญหาการใช้สื่อเพื่อผลประโยชน์ทับซ้อน การครอบครอง ควบรวมสื่อต่างๆโดยเคยเกิดปัญหานี้มาแล้ว ตามที่มีคำกล่าวว่า ใครคุมสื่อได้ คนนั้นควบคุมสังคม
นายชาญชัย กล่าวว่า โดยมาตรา56 จะโยงถึงมาตรา262 ในบทเฉพาะกาล ที่บัญญัติรับรองให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ตามพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 เป็นองค์กรตามมาตรา56 โดยให้ ครม.แก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.ดังกล่าว ให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ เสนอต่อ สนช. เพื่อพิจารณาภายใน180วัน นับแต่รัฐธรรมนูญประกาศใช้ หมายความว่า ถ้ารัฐธรรมนูญนี้มีผลบังคับใช้ เท่ากับเป็นการรับรองตัวบุคคลในกรรมการ กสทช.ชุดนี้ให้มีสภาพคงอยู่ในตำแหน่งตลอดไป จนกว่าจะมีการยกร่างกฎหมาย กสทช.ฉบับใหม่
นายชาญชัย กล่าวว่า ขัดกับหลักการในการยกร่างรัฐธรรมนูญ ขณะที่องค์กรอิสระอื่น อาทิ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) , คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) , ศาลรัฐธรรมนูญ , ศาลปกครอง กลับไม่มีการระบุรับรองเพื่อตัวบุคคล สังคมจึงสงสัยว่าการบัญญัติรับรองคณะกรรมการ กสทช.ชุดนี้ให้คงอยู่ต่อไป มีเจตนาหวังผลในประโยชน์อะไรกันแน่ ขอให้ กรธ. ตอบคำถามนี้ และถ้าพบว่าเกิดการทุจริตในการทำหน้าที่ของคณะกรรมการ กสทช.ชุดนี้ จะไม่มีกฎหมายใดลงโทษบุคคลเหล่านี้ได้ เพราะรัฐธรรมนูญนี้ได้รับรองให้คงอยู่ในตำแหน่งต่อไป จะเป็นปัญหาหรือไม่





