เปิดคำสั่งศาล ไฟเขียวเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอล 11 ก.พ.

เปิดคำสั่งศาลปกครองกลาง ไฟเขียวเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอล 11 ก.พ. หลังยกคำร้อง"ธวัชชัย-ตร." ชิงเก้าอี้ศาล ชี้กรรมการมีหน้าที่จัดเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา นายหัสฎี ศรีวิเชียร ตุลาการศาลปกครองกลาง เจ้าของสำนวนคดีเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และองค์คณะ มีคำสั่งยกคำร้องขอทุเลาการประกาศรายชื่อผู้สมัครสภากรรมการกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ของคณะกรรมการกลาง ในคดีหมายเลขดำ 181/2559 ที่ พ.ต.ท.ชัยทรัพย์ ธรัชฤทธิ์เต็ม หนึ่งในผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ยื่นฟ้องการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กับพวกรวม 3 ราย พร้อมขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินเพื่อกำหนดวิธีการคุ้มครองชั่วคราวห้ามไม่ให้คณะกรรมการกลางผู้ถูกฟ้องที่ 2 จัดการเลือกตั้งสภากรรมการในวันที่ 11 ก.พ.59 และขอให้คณะกรรมการกลางตัดสิทธิของพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง และคณะรวม 19 คน กับนาย ณัฐพล ทีปสุวรรณ ไม่ให้เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง
นอกจากนี้นายหัสฎี ตุลาการศาลปกครองกลาง เจ้าของสำนวนคดี และองค์คณะ ยังมีคำสั่งยกคำร้องของนายธวัชชัย สัจจกุล หรือบิ๊กหอย หนึ่งในผู้สมัครนายกสมาคมฯ ที่ขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินกำหนดวิธีการคุ้มครองชั่วคราวห้ามจัดการเลือกตั้งสภากรรมการฯ ซึ่งนายธวัชชัย ได้ยื่นฟ้อง กกท. กับพวกรวม 3 ราย ในคดีดำ188/2559 เช่นเดียวกันด้วย
โดยคำสั่งศาล ระบุว่า จากการไต่สวนคู่ความแล้วเห็นว่าคณะกรรมการกลางผู้ถูกฟ้องที่ 2 มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งสภากรรมการและนายกสมาคมฯ ในวันที่ 11 ก.พ. เพื่อเลือกบุคคลเข้ามาทำหน้าที่คณะกรรมการบริหารองค์กรแล้วย่อมมีความสำคัญต่อการบริหารงานของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ผู้ถูกฟ้องที่ 3 เป็นอย่างมาก หากศาลจะมีคำสั่งทุเลาการบังคับประกาศรายชื่อผู้สมัคร ที่จะมีผลทำให้คณะกรรมการกกลาง ผู้ถูกฟ้องที่ 2 ต้องระงับหรือเลื่อนการเลือกตั้งออกไป นอกจากจะทำให้ผู้ถูกฟ้องที่ 2 ไม่สามารถปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการในภาวะฉุกเฉินของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ให้สำเร็จลุล่วงได้ แล้วยังทำให้สมาคมฟุตบอลฯ ผู้ถูกฟ้องที่ 3 ขาดสภากรรมการบริหารงานในองค์กร
ดังนั้นหากศาลจะมีคำสั่งทุเลาการบังคับการประกาศรายชื่อผู้สมัครสภากรรมการฯ ไว้ก่อนย่อมจะทำให้เกิดปัญหาและอุปสรรค์การบริหารงานของสมาคมผู้ถูกฟ้องที่ 3 เกินสมควร ประกอบกับข้อเท็จจริงจากการไต่สวน ยังไม่มีข้อเท็จจริงใดแสดงให้เห็นว่าประกาศของคณะกรรมการกลางผู้ถูกฟ้องที่ 2 น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย
กรณีจึงไม่เข้าเงื่อนไขที่ศาลจะมีคำสั่งทุเลาการประกาศรายชื่อผู้สมัครดังกล่าว ตามระเบียบที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2543 ข้อ 70 และข้อ 72 วรรคสอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำสั่งยกคำร้องดังกล่าวเป็นเฉพาะกรณีที่เป็นการขอไต่สวนฉุกเฉินเพื่อให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษาคดีเท่านั้น ส่วนเนื้อหาคดีว่าการกระทำของ กกท.,คณะกรรมการกลางและสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ผู้ถูกฟ้องที่ 1-3 จะเป็นการกระทำโดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้น ตุลาการศาลปกครองกลางจะได้พิจารณาไต่สวนหาข้อเท็จจริงและมีคำพิพากษาทางคดีต่อไป







