คสช.เดินเกมรุกชิงมวลชนหนุนรัฐธรรมนูญ "พล.อ.ธีรชัย"เน้นย้ำใน 3 ประเด็นหลัก
เริ่มนับถอยหลังเข้าสู่การทำประชามติรัฐธรรมนูญ ภายหลัง นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญเบื้องต้น 270 มาตรา พร้อมทั้งส่งไปยังหน่วยงานต่างๆ ทั้ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คณะรัฐมนตรี สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.), คณะกรรมการการเลือกตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญ และศาลฎีกา เพื่อขอรับพิจารณาข้อเสนอแนะต้องการให้ปรับปรุง โดยให้ตอบกลับมาภายในวันที่ 15 ก.พ.นี้
ล่าสุด พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบแห่งชาติ (กกล.รส.) เตรียมให้ แม่ทัพภาคทั้ง 4 เรียกหัวหน้าชุดกิจการพลเรือนแต่ละกองทัพภาคมาพูดคุยทำความเข้าใจเกี่ยวกับ เนื้อหาสาระ ในร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว พร้อมทั้งจะมีการเชิญคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญมา ความรู้กับกำลังพล ซึ่งการดำเนินการคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้
โดย พล.อ.ธีรชัย ได้เน้นย้ำใน 3 ประเด็นหลัก คือ 1.ให้ทุกหน่วยทหารทั่วประเทศลงพื้นที่รณรงค์เชิญชวนประชาชนให้มาลงประชามติรัฐธรรมนูญให้มากที่สุด ควบคู่ไปกับการชี้แจงเนื้อหาสาระในร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว แต่ไม่ให้มีการชี้นำว่าควรรับหรือไม่รับ
2.การดูแลสถานการณ์จากนี้ไปให้มีความเข้มข้นมากขึ้น โดยห้ามให้มีการก่อตัวตั้งเป็นมวลชนออกมาเคลื่อนไหว พร้อมทั้งสั่งติดตามความเคลื่อนไหวกลุ่มที่เคยก่อเหตุรุนแรงทางการเมืองที่หลบอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน
3.การดำเนินการรณรงค์ให้ประชาชนมาลงมติ ต้องทำควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาความความยากจนของประชาชนอย่างต่อเนื่อง เช่นการช่วยเหลือภัยแล้ง สินค้าเกษตรตกต่ำ
“ยังพอมีเวลากว่า 5 เดือนเศษ ก่อนที่ขั้นตอนการร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านกระบวนการต่างๆ ทั้งเรื่องการรับฟังร่างแรกรวมถึงการปรับแก้ตามข้อเสนอแนะของหน่วยงานต่างๆ ก่อนจะเข้า ครม.และคสช.จึงอยากให้ไปทำความเข้าใจในเนื้อหาสาระรัฐธรรมนูญ ตามที่นายกรัฐมนตรีสั่งการมา พร้อมรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ของตัวเองให้มากที่สุด โดยคาดว่าการทำประชามติน่าจะมีขึ้นประมาณเดือนกรกฎาคม” พล.อ.ธีรชัย กล่าวในที่ประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก
ขณะที่ คสช.ยังแสดงความกังวลต่อการส่งสัญญาณไปยังฐานเสียงของพรรคเพื่อไทย โดยการออกแถลงการณ์ไม่ยอมรับร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมโจมตีว่า ร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวไม่เป็นประชาธิปไตยตามหลักสากลประชาชนยังถูกรอนสิทธิ และควบคุมกำกับโดยองค์กรที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง
“ถือเป็นเรื่องที่น่าหนักใจ ต้องยอมรับว่าประชาชนจำนวนไม่น้อยยังนิยมในพรรคการเมือง ตัวบุคคล และมีการส่งสัญญาณมาเป็นระยะๆ ไม่ให้รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว ตลอดจนการลงพื้นที่พบปะประชาชนผ่านกิจกรรมต่างๆ ของแกนนำคนสำคัญของพรรค ถือว่ามีนัยแอบแฝงและเป็นการชี้นำประชาชนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ศึกษาถึงรายละเอียด เชื่อว่าน่าจะส่งผลต่อการทำประชามติพอสมควร” แหล่งข่าว คสช.กล่าว
อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาที่ค่อนข้างจำกัดถือเป็นงานหินของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยที่จะต้องเข้าไปทำความเข้าใจ ให้ความรู้กับประชาชนท่ามกลางกระแสโจมตีรัฐธรรมนูญ
หากสุดท้ายแล้วร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวถูกคว่ำโดยประชามติ ก็อยู่ที่ดุลพินิจของหัวหน้าคณะ คสช.ว่าจะอยู่บริหารประเทศลากยาว หรือหยิบรัฐธรรมนูญฉบับหนึ่งฉบับใดมาปัดฝุ่น เพื่อให้มีการเลือกตั้งในปี 2560 ตามโรดแม็พที่ได้วางไว้
แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ส่วนประกอบหนึ่งเท่านั้น ที่ คสช.จะนำไปตัดสินใจ เพราะยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกที่จะทำให้ประเทศไทยมีการเลือกตั้งในวัน เวลาที่วางเอาไว้คร่าวๆ ตามโรดแม็พ





