"แพทยสภา"เผยผลชันสูตรห์การเสียชีวิต"ชูวงษ์" กระดูกคอข้อ 6-7 ถูกกระแทกหัก จากของแข็งไม่มีคม
ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา กล่าวระหว่างที่นางวันเพ็ญ ธนธรรมสิริ พี่สาวนายชูวงษ์ แซ่ตั๊งนักธุรกิจที่เสียชีวิต หลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ พร้อมด้วยนายอเนก คำชุ่ม ทนายความ เข้าพบเพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีการขอให้แพทยสภาตรวจสอบผลรายงานการชันสูตรของสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจว่า หลังจากทางญาตินายชูวงษ์ ได้ทำเรื่องร้องมายังแพทยสภา เพื่อขอให้ตรวจสอบผลรายงานการชันสูตรของสถาบันนิติเวช ทางแพทยสภาได้ส่งรายงานดังกล่าวไปยังราชวิทยาลัยพยาธิแพทย์แห่งประเทศไทย และได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณา ซึ่งจะมีผู้เชี่ยวชาญนิติวิทยาศาสตร์มาร่วมพิจารณาด้วย โดยเป็นการตรวจสอบจากรายงานผลการชันสูตรที่ผ่านมาเท่านั้น ร่วมกับภาพถ่ายผู้เสียชีวิตเพียง 2 ภาพ คือ ภาพด้านหน้าส่วนบนและส่วนล่าง แต่ไม่มีภาพด้านข้างหรือด้านหลัง
นายกแพทยสภา กล่าวอีกว่า จากผลรายงานการชันสูตรฯ ที่ทางญาติผู้เสียชีวิตมีข้อสงสัยมีประมาณ 7 ข้อ อาทิ หนังตาบนสองข้างมีเลือดออกเยื่อบุตาจนบวมนั้น เกิดขึ้นเพราะอะไร ซึ่งพบว่าเกิดจากแรงกระแทกของของแข็ง ไม่มีคม ส่วนบาดแผลที่คาง เกิดจากรอยครูดของแข็ง และบริเวณลำคอนั้นพบว่ามีกระดูกหักท่อนที่ 6 และท่อนที่ 7 ซึ่งพบว่ามาจากแรงกระแทกเช่นกัน ทั้งนี้ ส่วนแรงกระแทกบริเวณคอจนทำให้กระดูกหักท่อนที่ 6 และ7 นั้น เป็นแรงกระแทกจากของแข็งที่ไม่มีคม ส่วนจะเป็นลักษณะใดไม่สามารถระบุได้ ตรงนี้ต้องไปตรวจสอบร่วมกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป
“การเกิดอุบัติเหตุโดยปกติมักจะส่งผลกระทบต่อกระดูกคอท่อนที่ 2 และท่อนที่ 3 มากกว่า แต่หากจะกระทบไปถึงกระดูกคอท่อนที่ 6 และ7 จะเป็นลักษณะร่วมด้วยกันทั้งหมด ซึ่งอาจเกิดจากแรงเหวี่ยง หรือเกิดจากการกระแทกที่มาจากไหล่ร่วมก็เป็นได้ แต่ทั้งหมดก็ไม่สามารถฟันธงว่าเป็นเพราะอะไร ซึ่งต้องให้ทางญาตินำรายงานดังกล่าวไปพิจารณาร่วมกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป ส่วนของแพทยสภานั้น ขณะนี้ได้ดำเนินการจบแล้ว ยกเว้นหากญาติต้องการร้องเรียนต่อในเรื่องการถ่ายภาพผู้เสียชีวิตเพื่อเก็บเป็นหลักฐานของทางนิติเวช ซึ่งมีจำนวนน้อยเกินไป ก็สามารถร้องมายังแพทยสภา เพื่อนำเข้าสู่คณะกรรมการจริยธรรมเพื่อพิจารณาว่าทางพยาธิแพทย์ที่ทำการเก็บหลักฐานภาพถ่ายได้ดำเนินการเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่”ศ.นพ.สมศักดิ์กล่าว
ด้านน.ส.วันเพ็ญ ธรรมศิริ พี่สาวของนายชูวงษ์ กล่าวว่า จากการรวบรวมความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญทำให้ครอบครัวค่อนข้างมั่นใจว่าการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ทั้งหมด จะนำข้อมูลที่ได้ส่งต่อไปยังกองบังคับการปราบปรามใน2-3วันนี้ เบื้องต้นยืนยันว่าจากการตรวจสอบภายในรถยนต์คันที่นายชูวงษ์นั่งไปแล้วประสบอุบัติเหตุนั้นไม่พบวัตถุของแข็งใดๆ บนรถ และรถรุ่นดังกล่าวมีความปลอดภัยสูง
นายเอนก คำชุ่ม ทนายความของนายชูวงษ์ กล่าวว่า จากผลการชันสูตรที่สามารถเปิดเผยได้ดังนี้กรณีหนังตาบน2ข้างช้ำ เลือดออกในเยื่อบุตา ความเห็นคือน่าจะมาจากแรงกระแทกจากของแข็ง ไม่มีคม บาดแผลที่คางก็เกิดจากการครูดจากวัตถุของแข็ง ส่วนบริเวณกระดูกคอซี่ที่6,7หักก็เกิดจากแรงกระแทกจากวัตถุของแข็ง โดยสรุปส่วนใหญ่แล้วที่เกิดจากแรงกระแรกจากภายนอกด้วยของแข็ง ไม่มีคม ที่จริงแล้วเป็นข้อมูลที่สอดคล้องกันมาตลอดเพียงแต่ตามใบมรณะบัตรระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่ามาจากเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นใน สมองบวมจากการกระทบกระแทก คำว่ากระทบกระแทกก็หมายถึงจากวัตถุของแข็งไม่มีคม ถือว่าเป็นข้อมูลที่ดีที่สุด แต่ต้องเอาไปประกอบกับข้อมูลที่ได้จากการจำลองสถานการณ์การขับรถที่เลี้ยวขึ้นบริเวณทางเท้าแล้วไปชนกับต้นไม้ในระยะ42-45เมตร ในระดับลูกระนาดจะเป็นสาเหตุที่ทำให้กระดูกซี่คอซี่ที่6,7หักหรือไม่ และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตหรือไม่
"ยังไม่มีใครทราบว่าระหว่างเกิดเหตุใช้ความเร็วเท่าไหร่ เพราะคนขับก็บอกว่าขับ80กิโลเมตรต่อชั่วโมงบ้าง ความเร็วอื่นๆ บ้าง แต่จากการจำลองสถานการณ์ก็มีการทดลองใช้ความเร็วในหลายระดับ ทั้ง30,50,80กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตรงนี้ผู้เชี่ยวชาญจะตอบได้ว่าสมเหตุสมผลหรือไม่"นายอเนก กล่าว





