"ไพโรจน์" อดีต คปก. ชี้ร่างรธน.ฉบับ "มีชัย" เพิ่มอำนาจรัฐ ลดอำนาจประชาชน
ในการจัดสัมนาหัวข้อ“รัฐธรรมนูญใหม่ สร้างประชาธิปไตย” ซึ่งมีตัวแทนจากองค์กรภาคประชาสังคมต่างๆ เข้าร่วมด้วยอาทิ เครือข่ายสิ่งแวดล้อม, เครือข่ายแรงงานในและนอกระบบ, เครือข่ายสุขภาพ สวัสดิการและผู้บริโภค เป็นต้น โดยนายไพโรจน์ พลเพชร อดีตกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) กล่าวถึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกว่า แนวคิดของการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ต่างจาก รัฐธรรมนูญฉบับ 2540 และ 2550 ค่อนข้างมาก หากดูโครงสร้างทั้งหมด อย่างในส่วนของสิทธิเสรีภาพ ทางคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จะไม่ให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชน แต่ให้ความสำคัญกับสิทธิของปวงชนชาวไทย จากที่รัฐธรรมนูญ 2 ฉบับก่อนหน้านี้ ได้บัญญัติกำหนดมาตรา 4 เหมือนกันคือให้รัฐไทยต้องดูแลทุกคน ไม่เพียงแต่ปวงชนชาวไทย ซึ่งเป็นหลักการของรัฐ ผลการระบุให้ดูแลแต่ปวงชนชาวไทยอาจจะเป็นปัญหาได้
นายไพโรจน์ กล่าวอีกว่า วิธีคิดเรื่องสิทธิเสรีภาพของ กรธ. จะต่างไปจากที่เคยจากกำหนดไว้ใน รธน.ฉบับก่อน ๆ คือกำหนดให้สิทธิในหลาย ๆ เรื่อง เช่นสิทธิเรื่องของสาธารณสุข สิทธิในการจัดการทรัพยากรสิ่งแวดล้อมที่ระบุให้เป็นหน้าที่ของรัฐ ซึ่งเขาอ้างว่าจะเป็นนวัตกรรมใหม่ ที่ทำให้บรรลุผลสำเร็จได้ดีกว่าระบุให้เป็นสิทธิของประชาชน โดยแต่เดิมไม่เคยมีหมวดนี้มากก่อน แต่ในแง่หลักวิชาการเหมือนกับว่าสิทธิจะเกิดต่อเมื่อรัฐจะต้องให้ก่อน รัฐมาก่อนสิทธิมาทีหลัง จากแต่ก่อนที่สิทธิมาก่อนแล้วรัฐต้องให้ ซึ่งเป็นหลักคิดที่ กรธ. เชื่อว่ารัฐเป็นใหญ่ ‘เพิ่มอำนาจรัฐ ลดอำนาจประชาชน’ โดยที่ผ่านมาเราเชื่อว่าสิทธิมีก่อนรัฐ รัฐมีหน้าที่ปกป้องคุ้มครองให้เกิดสิทธิ เมื่อระบุให้เป็นหน้าที่ ก็เท่ากับว่าอาจจะไม่มีก็ได้ เพราะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของรัฐ
นายไพโรจน์ กล่าวต่ออีกว่า ในประเด็นเรื่องขององค์กรอิสระที่กระบวนการสรรหาไม่มีตัวแทนจากภาคประชาสังคมมาเป็นคณะกรรมการสรรหา นอกจากนี้ตนเห็นว่าการเอาศาลเข้ามาใช้อำนาจในทางบริหาร แม้มีจุดประสงค์เพื่อที่จะหนีให้องค์กรอิสระออกจากฝ่ายการเมือง แต่การเลือกตัวบุคคลก็คงหนีไม่พ้นตนในแวดวงข้าราชการผู้ใหญ่อยู่ดี นอกจากนี้ยังมีประเด็นบทเฉพาะกาล ในส่วนของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่อยู่ต่อไปอีก 1 ปี โดยองค์ประกอบหลักของสมาชิกคือข้าราชการ ซึ่งน่าเป็นห่วงมาก เนื่องจากทิศทางการปฏิรูปประเทศอยู่ที่ภาครัฐเป็นหลัก โดย กรธ. มองว่าภาคราชการจะเป็นส่วนที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง
“ในหลักของการไม่เลือกปฏิบัติ ที่รัฐธรรมนูฉบับ 2 ฉบับก่อนหน้านี้ระบุหลักการเยอะมาก แต่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กลับลดลงเหลือเพียงแค่ เรื่องเพศ ความพิการ หรือเหตุอื่นใด โดยในคุณสมบัติส่วนท้ายยังคงมีความคลุมเคลือ ส่วนตัวมองว่าการร่างรัฐธรรมนูญนั้นควรจะมีความชัดเจนกว่านี้” อดีต คปก. กล่าว





